Author: Jiraz Pipatwasin

  • ไล-บรา-รี่..ร้านกาแฟของคนรักหนังสือ

    ไล-บรา-รี่..ร้านกาแฟของคนรักหนังสือ

    ร้านกาแฟ…ธุรกิจในฝันของหนุ่มสาวหลายๆคน ในสมัยนี้ แต่การทำร้านกาแฟให้เกิดได้คงไม่ง่ายอย่างฝัน เพราะมันต้องอาศัยส่วนผสมหลายสิ่งหลายอย่าง รวมถึงสิ่งสำคัญที่สุดคือ ความรัก…เหมือนกับร้าน ร้านนี้  ไล-บรา-รี่ ที่รวมครบทุกส่วนผสมจนเป็นห้องสมุดของคนรักกาแฟ  วันนี้ iUrban ได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยม ไล-บรา-รี่ ร้านใหม่ที่สุขุมวิท 24 และได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณเจี๊ยบ เจ้าของร้านคนสวย ใจดี เลยอยากถ่ายทอดให้กับเพื่อนๆได้รู้จักกับ ไล-บรา-รี่ กันตั้งแต่เริ่มต้นแนวคิด และความยากลำบากกว่าจะมาเป็นห้องสมุดของคนรักกาแฟในวันนี้ ทุกอย่างไม่ได้เกิดจาก ความบังเอิญ หรือโชคเข้าข้าง แต่เป็นความรัก ความตั้งใจ และใส่ใจในทุกรายละเอียดต่างหาก ที่ทำให้ได้ส่วนผสมที่ลงตัวอย่างนี้

    “เราไม่ต้องการเป็นร้านกาแฟ แต่ต้องการเป็นห้องสมุด เราไม่ใช้ภาษาอังกฤษ  แต่ตั้งใจให้เป็นภาษาไทย เวลาเราไปเมืองนอก ประเทศอื่นๆ หรือไปญี่ปุ่นเห็นตัวหนังสือที่เราอ่านไม่ออก มันกลับดูมีเสน่ห์ ไม่จำเป็นต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษให้คนอ่านได้เสมอไป และเราเลือกตัวหนังสือแบบพิมพ์ดีด เพราะ มันเรียบง่าย และมันอยู่ นาน ไม่เฟี้ยวฟ้าว ไม่แฟชั่น และ มีขีด- ขั้น เหมือนคำอ่านใน ดิคชันนารี “ คุณเจี๊ยบเล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของชื่อห้องสมุดแห่งนี้  ทุกองค์ประกอบมีคอนเซ็ปต์แน่นปึ้ก

    “ทุกอย่างของที่นี่ก็คือคิดเองทำเองหมด เรา 2 คน จบสถาปัตย์ทั้งคู่ นึกภาพในหัวไว้ก่อนว่าร้านจะเป็นแบบนี้ อะไรก็ได้ที่เราชอบ จะได้อยู่กับมันได้นานๆ  ก็จะเลือกเฟอร์นิเจอร์ และตกแต่งเองหมด เฟอร์นิเจอร์ก็จะเน้นนั่งสบาย เหมือนเก้าอี้ตรงนี้ แนวคิดของคนออกแบบคือเหมือนเด็กตัวอ้วนๆ ให้นั่งสบาย นั่งเอนๆหน่อย..สีของร้านก็จะเป็นขาว น้ำตาล ต้องการให้ดูสบายๆอบอุ่น เหมือนบ้าน ไม่ชอบยุโรป อเมริกันจ๋า ให้ดูเป็นเอเชียๆ อยู่ได้นานๆ “

    ส่วนแนวคิดของอาหาร และกาแฟ ก็มาจากความรัก ความชอบของคน 2 คนอีกเช่นกัน

    “ ถ้าจะหวังรวยทำร้านอาหารดีกว่า แต่ที่เลือกแบบนี้เพราะเราชอบ กำไรน้อยกว่า แต่เราอยู่กับมันได้ทั้งวัน  พอวันแรกที่เปิดร้านก็แบ่งงานกันเลย ที่แรกอยู่ตรงถนนพระรามเก้า 41  แฟนดูพวกกาแฟ เครื่องดื่ม เจี๊ยบดูพวกอาหาร ขนม เบเกอร์รี่ ตอนแรกก็ยังทำงานประจำไปด้วยทำร้านไปด้วย  แต่พอมาเปิดที่สุขุมวิท 24   ไม่มีคนดูแล ก็เลยตัดสินใจออกจากงานมาดูร้านเต็มตัว  ต้องดูแลเอง เพราะไม่มีใครรักร้านเท่าเรา ”  เพราะอย่างนี้ เราถึงได้ยินเสียงทักทาย “สวัสดี ค่ะ”ทุกครั้งที่มีลูกค้าใหม่เดินเข้ามา  และ “ขอบคุณค่ะ” เมื่อลูกค้ากำลังจะออกไป

     

    “ เจี๊ยบชอบทำอาหาร อาจเพราะถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ชอบทำกับข้าว ตอนเด็กๆป๊าไปรับจากโรงเรียนแล้วก็ไปจ่ายตลาด เจี๊ยบก็ตามป๊าไปจ่ายตลาดด้วย เสร็จแล้วก็กลับมาทำที่บ้าน ช่วยเตรียม ช่วยทำ ที่บ้านทุกคนจะทานข้าวพร้อมกัน ทุกวันอาทิตย์ก็จะเป็นวันที่ออกไปกินข้าวนอกบ้าน เราก็จะชอบเที่ยว ชอบชิมชอบทำมาตั้งแต่เด็ก วันหนึ่งที่เราอยากทำธุรกิจของเราเอง ไม่อยากเป็นลูกจ้างไปตลอด มาคิดว่าจะทำอะไรดี ก็เลยคิดว่าเปิดร้านอาหารดีกว่า แล้วก็ค่อยคิดว่า อาหารแบบไหนล่ะ เครื่องดื่มแบบไหน  แต่ถ้าเป็นอาหาร หัวฟูหน้ามันทั้งวันก็ไม่เอา ก็เลยมาเป็นร้านกาแฟ แล้วก็หาจุดขาย เหมือนตอนเรียนออกแบบ มันต้องคิดก่อนว่า คอนเซ็ปต์เป็นอะไร

    “ในที่สุดก็เอาสิ่งที่เรา 2 คนคือเจี๊ยบกับแฟนชอบอีก คือห้องสมุด และกาแฟ แฟนเจี๊ยบเป็นคนชอบกาแฟมาก ไล-บรา-รี่ ก็เลยจะเป็นเหมือนห้องสมุดในบ้านของเราสองคน   เพราะจะมีเฉพาะหนังสือทีเราชอบ เป็นหนังสือกอล์ฟ หนังสือออกแบบ หนังสือถ่ายภาพ หนังสือศิลปะ เป็นหนังสือของเราเอง แล้วก็มีนิตยสารผู้หญิง หนังสือทำอาหาร”

    นอกจากบรรยากาศร้านจะน่านั่งแล้ว หัวใจสำคัญ คือกาแฟก็จะต้องอร่อยด้วย อย่านึกว่าทำกาแฟใครๆก็ทำได้เชียว ไม่ง่ายเลยจริงๆ

    “ กาแฟจะอร่อยก็ต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟก่อนเลย ปลูกที่ไหน ยังไง ใช้สายพันธ์อะไร ของเราเป็นอาราบิก้ารสชาติก็จะอ่อนละมุนนุ่มกว่า เราใช้กาแฟไทยนี่ล่ะ เป็นกาแฟที่ปลูกทางเหนือ  ต้องเลือกที่ปลูก เลือกดอย เลือกระดับการคั่ว

    กาแฟแต่ละดอยก็ไม่เหมือนกัน แต่ละระดับการคั่วก็ไม่เหมือนกัน ตอนนั้นก็เอามาชิม เลือกมาหลายดอยมาก เลือกหลายระดับการคั่วด้วย  ก็ศึกษาหาข้อมูล แล้วก็ไปตามเก็บตามชิม ถามผู้รู้ด้วย  มีหลายปัจจัยที่ทำให้กาแฟอร่อย  ก่อนอื่นกาแฟต้องดี  การคั่วก็สำคัญ คั่วเข้มก็จะมีความขมมีกลิ่นไหม้  คั่วน้อยก็จะติดเปรี้ยว ที่ร้านเราจะคั่วกลางๆ ทุกอย่างต้องมีความพอดีของมันเราเลือกการคั่วที่เหมาะสมกับทั้งกาแฟเย็น และกาแฟร้อน

    คั่วใหม่คั่วเก่าก็ไม่เหมือนกัน มีผลต่างกัน  แฟนเจี๊ยบเขาชอบกาแฟมานาน พอจะเปิดร้านเขาก็ไปเรียนเลย แล้วก็มาสอน  เขาก็จะเทสทุกวัน วันไหนแปลกๆเขาก็จะรู้ทันที บอกมาว่ามีอะไรเปลี่ยนไป เราก็จะต้องแก้ไข

    กาแฟเก่ามากเราก็ไม่ใช้ ต้องค่อยๆสั่งให้เขาคั่วใหม่แล้วส่งมา แล้วเวลาบด ทุกครั้งที่ลูกค้าสั่งก็ค่อยบด บางวันฝนตกก็ต้องเปลี่ยนการบด เพื่อรักษารสชาติให้เหมือนเดิม”

    ดูแล้วไม่ง่ายเลยนะคะการทำร้านกาแฟเนี่ย มิน่าคุณเจี๊ยบถึงบอกว่าต้องมีใจรัก ถ้าทำเพราะธุรกิจ สักพักก็ต้องเลิก เห็นจะจริง

    อดถามไม่ได้ เพราะเห็นลูกค้าแต่ละรายนั่งกันนานๆ แถมมีอินเทอร์เน็ตฟรีอีก ไม่กลัวขาดทุนหรือ

    “ถ้าเขานั่งนาน ก็แปลว่าร้านเราน่านั่ง” เป็นทัศนคติที่น่ารัก และน่าชมเชยจริงๆ ถึงได้มีลูกค้าขาประจำมากมาย สำหรับอาหาร คุณเจี๊ยบก็จะคิดค้นสูตรเองอีก ใส่อะไรเข้าไปนิดๆหน่อยๆ ให้มีความแปลก และได้รสชาติไม่ซ้ำแบบใคร เป็นเมนูเฉพาะของ ไล-บรา-รี่ จริงๆ อย่าง ไล-บรา-รี่ วัฟเฟิล หน้าตาสวยงามกว่าวัฟเฟิลที่ไหนๆ แล้วยังได้สีเขียวจากใบเตยที่ให้ความหอมไม่เหมือนใคร

    ทาโรบอลล์ ทำจากเผือกหวาน รสชาติดีทานกับน้ำชา หรือกาแฟ

    ทาโรบอลล์

    สไปซี่โพเทโทฟราย รสต้มยำ มันฝรั่งทอดรสชาติเข้มข้นถูกปากคนไทยอย่างเราๆ

    สไปซี่โพเทโทฟราย

    ‘

    ไล-บรา-รี่ ห้องสมุดของคนรักกาแฟ และอาหารอร่อยแห่งนี้ จึงเป็นที่แวะเวียนมาของคนรักหนังสือ คนรักกาแฟ ที่ชอบบรรยากาศอบอุ่นเหมือนบ้าน มีเจ้าของร้านใจดีให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น จึงไม่แปลกเลยที่จะเห็นลูกค้าประจำ ที่แวะเวียนกลับมา ครั้งแล้วครั้งเล่า  คงไม่ใช่เพราะติดใจอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่น่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของห้องสมุดร้านกาแฟแห่งนี้

    ภาพโดย : Beambeam http://axtionbeam.multiply.com

  • Sales Office แนวคิดสีเขียวของแสนสิริ บนถนนสุขุมวิท

    Sales Office แนวคิดสีเขียวของแสนสิริ บนถนนสุขุมวิท

    Green Sansiri Vertical Living Gallery..บนสื่อออนไลน์ขื่อดัง inhabitat

    เว็บไซต์ชื่อดังในกลุ่มนักออกแบบ ที่ชื่อว่า inhabitat เอาภาพสวยๆของ sales office ของ แสนสิริ บนถนนสุขุมวิท อยู่ระหว่างสุขุมวิท 38 และ 40 ที่ชื่อว่า Green Sansiri Vertical Living Gallery มาลง สวยงามน่าชมจริงๆเคยขับรถผ่านหลายครั้งและรู้สึกชื่นชมกับไอเดียของ designer ที่พยายามนำเอาสีเขียวมาเติมแต่งกรุงเทพของเรา ถ้าตึกต่างๆในกรุงเทพฯ รวมทั้งเสาของรถไฟฟ้าเป็นสีเขียวได้แบบนี้ กรุงเทพคงสวยงามน่าอยู่ขึ้นอีกจม และจะช่วยลดความร้อน ]ลดฝุ่น ของเมืองลงได้ด้วย  อยากเห็นกรุงเทพมีสีเขียวมากๆ จัง ^ ^

    Read more: Sansiri Vertical Living Gallery is an Alluring Bangkok Office Wrapped in Green Sansiri Vertical Living Gallery – Inhabitat – Green Design Will Save the World

  • Nadimos..ร้านอาหารเลบานีส ใจกลางสีลม

    Nadimos..ร้านอาหารเลบานีส ใจกลางสีลม

    พาไปกินอาหารเลบานอนที่ Nadimos บ้านสีลม

    วันนี้จะพาเพื่อนๆ iUrban ไปทำความรู้จักกับอาหารเลบานอน  ซึ่งก็เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อมากของอาหารตะวันออกกลาง (Middle East) ซึ่งส่วนประกอบหลักก็จะมี น้ำมันมะกอก กระเทียม มะเขือเทศ แล้วก็เน้นพวกโปรตีน  ก็จะมีทั้งปลา เนื้อแกะ ไก่ และ ถั่วชนิดต่างๆ จะว่าไปก็จัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอยู่ เพราะเน้น ผักสด น้ำมันมะกอก  ถั่ว และเนื้อไม่ติดมัน  ร้านอาหารเลบานีส ร้านนี้มีชื่อว่า นาดิมอส Nadimos อยู่ใจกลางกรุงเทพฯของเราเลย บนถนนสีลม ตรงบ้านสีลม ประมาณสีลม ซอย 19  บรรยากาศดีทีเดียว ถ้าไปบ่ายวันพฤหัส ศุกร์ เสาร์ ก็มีตลาดนัดศิลปินให้เดินเล่น ชมศิลป ชิวๆกันอีก

    ผู้จัดการร้านคนสวยของ Nadimos ชื่อว่าคุณจ๋า เป็นกันเอง และน่ารักมาก ช่วยแนะนำอาหารให้ และทำให้ความรู้สึกหวั่นๆเพราะไม่เคยทานอาหารเลบานอนมาก่อน ไม่รู้จะสั่งอะไร อันตรธานหายไปจนหมด คุณจ๋าแนะนำว่าถ้าเป็นมื้อเที่ยงอย่างนี้ อยากแนะนำให้ทานเป็นบุฟเฟ่ จะได้ทานครบทุกอย่าง มีทั้ง starter , main course มีของหวาน และเครื่องดื่มด้วย มีอาหารให้เลือกหลากหลาย  ราคาหัวละ 290 บาท เรียกว่าคุ้มเลย ถ้าเราจะมาทำความรู้จักกับอาหารเลบานอน

    ทีนี้มาดูกันว่าอาหารเลบานอนที่ขึ้นชื่อมีอะไรบ้าง

    เริ่มต้นด้วย สลัด ก็มี สลัดที่ใส่แป้งทอด น้ำสลัดทำจากน้ำมะนาว และน้ำมันมะกอก มีชื่อเรียกว่า ฟาตุส (Fatouch) สลัดแบบนี้รับรองว่าถูกปากคนไทย อร่อยค่ะ

    สลัดอีกจานที่ไม่ควรพลาดก็คือ ตาบูเล่ (Tabolouleh) เป็นสลัดผักพาสลีย์สับ ใส่น้ำสลัดที่เป็นน้ำมะนาว และน้ำมันมะกอก อร่อย และมีประโยชน์อีกแล้ว

    อาหารขึ้นชื่ออีกอย่างคือ Hummus ทำจากถั่วชิกพี ซึ่งมีคุณค่าอาหารสูงมาก รสชาติมันๆอมเปรี้ยวนิดๆ มีลักษณะเป็น Dip ไว้ทานกับแป้งปิต้า แป้งบางๆไม่มีไขมัน

    อีกอันที่น่าจะถูกใจหลายคน Motabbal คือมะเขือม่วงย่างกับน้ำมันมะกอก หอมน้ำมันมะกอกและหวานรสชาติของมะเขือม่วง

    Falafel ฟาลาเฟล ทำจากถั่วชิคพีเหมือนกันใส่เครื่องเทศ ทอดเป็นก้อนๆเหมือนทอดมัน รสชาติถูกปากคนไทยอย่างเราๆเลย จะทานกับซอสก็ได้รสชาติเข้มข้นขึ้น อันนี้เป็นมังสวิรัติ สำหรับคนทานอาหารมังสวิรัติต้องบอกว่าอาหารเลบานอนนี่เหมาะเลย เป็นผักและถั่วซะเยอะ

    ตบท้ายก็เป็นพวก Kebab เคบาบ คืออาหารย่างต่างๆ shawarma จะเป็นเคบาบ ที่ทำจากเนื้อไก้ หรือเนื้อแกะ หมักกับเครื่องเทศ คล้ายไส้กรอก เสียบไม้ไว้ตรงกลางแล้วเอาไปย่าง

    ถ้าทานบุฟเฟ่ก็จะมีซุป ข้าว และพวกแกงต่างๆด้วย ภาพที่เอามาลงเป็นบุฟเฟ่ทั้งหมด เพี๊ยบจริงๆค่ะ บุฟเฟ่มีเฉพาะมือ้เที่ยงนะคะ ตั้งแต่ 11.00 – 15.00 น. แต่ถ้าไม่ทานบุฟเฟ่ก็สามารถสั่ง Combo Set ซึ่งจะมีอาหารจานเด่นๆครบเหมือนกัน แต่จะไม่มากเท่าบุฟเฟ่  ก็มี สลัด 2 อย่าง Tabolouleh, Fatouch แล้วก็ Dip ที่เรียกว่า Hummus  ,  Motabbal และ  Falafel หรือ เคบาบ ราคา เซ็ตละ 550 บาท ทานได้ 2- 3คนเลยทีเดียว

    สำหรับเพื่อนๆ iUrban ที่แวะไปทาน คุณจ๋าผู้จัดการร้านใจดีบอกว่าจะให้ฟรีเครื่องดื่ม Mint Shake สีเขียวสดใส แก้วนี้กับเพื่อนๆทุกคนด้วยนะคะ อย่าลืมบอกว่ามาจาก iUrban นะคะ ^ ^ ถึง 30 พ.ย.ค่ะ

    nadimos, Baan Silom, Soi 19  Tel:02-2669081 www.nadimos.com

  • แต่งบ้านยังไงให้ดีกับคนที่คุณรัก Universal Design By คุณโอ๊ะ (สถาปนิก)

    แต่งบ้านยังไงให้ดีกับคนที่คุณรัก Universal Design By คุณโอ๊ะ (สถาปนิก)

    คนที่คุณรักเมื่อสูงอายุขึ้น ร่างกายก็ทรุดโทรมขึ้นทุกปี ส่วนเด็กน้อยก็อยู่ในวัยกำลังเรียนรู้ ถ้าหากเขาเป็นคนที่คุณห่วงใย เนื้อหานี้อาจมอบของขวัญที่ดีสำหรับพวกเขาจากคุณได้ เพราะวันนี้เราจะพูดกันถึง Universal Design การทำบ้านให้พร้อมสำหรับทุกคน ทุกวัย

    ทีมงาน iURBAN มีโอกาสได้สัมภาษณ์ “คุณโอ๊ะ” สถาปนิกที่ศึกษาด้าน Universal Design เป็นพิเศษ ปัจจุบันคุณโอ๊ะทำงานอยู่ในบริษัท MANA Development บริษัทอสังหาฯ ที่ออกแบบบ้านได้รับรางวัลมาแล้ว

    วันนี้เรามาทัวร์บ้านเดี่ยวโครงการใหม่อย่าง บารานี เรสซิเดนซ์ รังสิต คลอง 3 ก็มีบางส่วนของโครงการที่เป็นบ้านนำไอเดีย Universal Design มาใช้กับ lifestyle คนไทย

    แต่เราไม่ได้มารีวิวโครงการ เพราะบทสัมภาษณ์ Universal Design นี้จะช่วยให้ทุกท่าน ได้ไอเดียนำไปแต่งและปรับปรุงที่อยู่อาศัยของตนเองได้ ให้รองรับคนที่คุณรักมากยิ่งขึ้น

    Universal Design – Concept

    ภาพคอนเซปต์ Universal Design (Source: skrift.io)

    แนวคิด Universal Design นั้นไม่ได้เพียงเป็นการออกแบบเพื่อคนสูงอายุหรือผู้พิการ ตามที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ แต่หมายถึงการออกแบบเพื่อให้ “ทุกคน” สามารถใช้สถานที่นั้นได้อย่างเท่าเทียมกัน ยกตัวอย่างเช่น ป้ายบอกทาง หรือปุ่มกด ที่เป็นภาษาอังกฤษ ถ้าหากผู้ใช้งานอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ก็จะไม่สามารถใช้ปุ่มกดนั้นได้ การออกแบบแนว Universal Design จึงแทนด้วย “สัญลักษณ์” ที่ทุกคนสามารถเข้าใจได้

    ซึ่ง Universal Design นั้นสามารถใช้ได้กับทั้งสถานที่ public ทุกที่ แต่วันนี้เราสัมภาษณ์คุณโอ๊ะ จะโฟกัสไปที่ Universal Design ภายในบ้านของพวกเรากัน

    ทำบ้าน Universal Design
    ควรเริ่มต้นอย่างไร?

    แน่นอนว่าบ้านนั้นมีผู้ใช้ประจำเพียงแค่ผู้อยู่อาศัย ผู้มาเยี่ยมเราไม่นับ การจะเริ่มต้นปรับปรุงบ้านแนว Universal Design คุณโอ๊ะแนะนำให้แยกก่อนว่า เราจะทำไปดูแลใคร เช่น เด็ก หรือ ผู้สูงอายุ

    ผู้สูงอายุ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ

    ห้องน้ำ เป็นส่วนที่คุณโอ๊ะ สถาปนิก แนะนำว่าต้องให้ความสำคัญที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ เพราะมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกับคนสูงวัย โดยสามารถแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ได้ดังนี้

    • พื้นที่ไม่ลื่น กระเบื้องที่มีความหยาบเพียงพอ
    • ที่นั่งอาบน้ำ เพื่อความสะดวกและกันพลาดของผู้สูงวัย
    • ราวจับ ช่วยพยุงตัวให้ทำธุระคนเดียวได้สะดวกมากขึ้น
    • ฝักบัวแบบมีก้านปรับระดับ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
    • กระเบื้องแยกสีพื้นกับผนัง และพื้นต่างระดับ ช่วยให้ไม่งง
    • ก็อกน้ำแบบก้านโยก ช่วยให้มือกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงลง สามารถเปิดปิดได้สะดวก
    • ประตูเลื่อนผ่อนแรง ใช้แรงน้อยกว่าประตูบานพับ
    • หากใช้รถเข็น ยังมีเรื่องของสุขภัณฑ์ที่รองรับการเข้าห้องน้ำด้วยตัวเอง
    • อ่างล้างหน้าที่รองรับรถเข็น
    • กระจกบานใหญ่ สูงส่องได้แม้นั่งบนรถเข็นหรือยืน

    เด็กน้อย ก็ต้องระวังเช่นกัน

    เฟอร์นิเจอร์ เป็นส่วนที่คุณโอ๊ะ แนะนำว่า หากที่บ้านมีเด็กเล็ก จะเป็นประโยชน์ ถ้าคุณใส่ใจกับ fitting และการเลือกอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ

    • เลือกโต้ะลบมุม หรือลบเหลี่ยมคม ป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากความซนของเด็กและระยะความสูงที่มีโอกาสจะพลาดได้
    • ระดับของสวิทช์ไฟ ที่ให้เจ้าตัวน้อยสามารถเอื้อมมือ เปิดปิดด้วยตัวเองถึง (90 ซม.)
    • วัสดุอุดรูปลั๊กไฟ สำหรับเด็กเล็ก
    • ลิ้นชักและบานพับแบบ soft close เพื่อป้องกันการหนีบมือเด็ก
    • อาจใช้ตัวล็อกลิ้นชัก ที่หาซื้อเพิ่มได้ตามร้านเฟอร์นิเจอร์
    • พื้นที่รองรับการกระแทก สำหรับทำห้องเล่นของเล่น
    ทุกบันไดควรมีทางลาดคู่กัน และต้องมีความชันน้อยพอที่จะใช้งานได้จริง

    ปรับปรุงแล้วได้ใช้ทุกคนเลยก็มีนะ

    และยังมีหลายส่วนที่ได้ประโยชน์ร่วมกันของคนทั้งบ้าน เช่น

    • ทางลาด ไม่เฉพาะกับรถเข็นเท่านั้น คนวัยทำงานก็อาจใช้ขนน้ำดื่ม ขนกระเป๋าเดินทางเข้าบ้านได้
    • พื้นระดับเดียวกัน ทั้งชั้นนอกจากจะช่วยให้ผู้สูงอายุ ไม่ต้องยกเท้าสูงที่ยกยากแล้ว เด็กๆ เองก็ไม่พลาดเตะ อันที่จริง ทุกช่วงอายุก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้จากพื้นต่างระดับเช่นกัน อันที่จริง หุ่นยนต์ดูดฝุ่นของคุณก็ชอบสิ่งนี้นะ
    • แสงสว่างระดับเดียวกัน การที่ตาต้องปรับสายตาจากความสว่างที่ไม่เท่ากันนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดี จึงควรจะออกแบบแสงสว่างไว้ให้มีระดับเท่ากัน ทั่วทั้งบริเวณที่อาจใช้งานต่อเนื่องกัน

    ที่ออฟฟิศหรือ Public Place
    อะไรสำคัญที่สุด

    คำถามนี้ คุณโอ๊ะ ให้คำตอบส่วนตัวว่า “ทางลาด” ควรจะทำก่อน แต่ต้องเป็นทางลาดที่ใช้งานได้จริง เพราะมีหลายทางลาดที่มีความชันมากเกินไป จะทำให้ใช้ประโยชน์ไม่ได้จริง


    บารานี เรสซิเดนซ์ รังสิต-คลอง 3
    Universal Design ดีและสวย

    ขอโฆษณาทิ้งท้ายนิดเดียว ถ้าหากคุณสนใจบ้านใหม่โครงการย่านรังสิต คลอง 3 ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำบทความและคลิปนี้ ตัวบ้านออกแบบไว้สำหรับการอยู่อาศัยแบบ multi-generation อย่างดีและมีความสุข ในโครงการคุณภาพที่ส่วนกลางจัดเต็มครบครัน แถมใช้ชีวิตง่าย เดินทางไป Future Park รังสิต ก็สะดวก

    https://youtu.be/thNHkIXJLf0

    จุดเด่น คือ มีบ้านที่ประยุกต์ไอเดีย Universal Design ตั้งแต่การวางแผนก่อสร้าง มีหลายส่วนที่ไปทำทีหลังได้ยาก เช่น ทางลาด เพราะจะไปเบียดและใช้พื้นที่ลานจอดรถ ถ้าหากไม่ได้วางแผนไว้แต่แรก จะค่อนข้างลำบาก นี่เลยเป็นบ้านใหม่ที่น่าสนใจสำหรับหลายครอบครัวที่อบอุ่นเลยทีเดียว

    สามารถเข้าชมรายละเอียดได้ที่ บารานี เรสซิเดนซ์ รังสิต-คลอง 3 และสามารถเข้าชมบ้านตัวอย่างได้ที่โครงการ

    นอกจากเรื่อง Universal Design แล้ว MANA Development x iURBAN ยังมีอีกหลายไอเดียสำหรับการอยู่อาศัยที่ดีและมีความสุขมากขึ้น ในคลิปสัมภาษณ์ ถ้าหากคุณชื่นชอบคลิปเป็นประโยชน์แบบนี้อีก สามารถติดตามได้ในรายการ #อยู่ดีมีไอเดีย