Category: คอนโด

  • อยู่สุขุมวิทกันแบบไหนให้น้องวิ่งเล่นได้ทุกวัน? Aspire Sukhumvit 103 คอนโด Pet-Living ที่คิดตั้งแต่ห้องจนถึงพื้นที่ใช้ชีวิต

    อยู่สุขุมวิทกันแบบไหนให้น้องวิ่งเล่นได้ทุกวัน? Aspire Sukhumvit 103 คอนโด Pet-Living ที่คิดตั้งแต่ห้องจนถึงพื้นที่ใช้ชีวิต

    คนเลี้ยงสัตว์ในคอนโดไม่ได้ต้องการแค่ป้าย “Pet Friendly” เพราะในชีวิตจริงมีรายละเอียดเยอะกว่านั้นมาก

    น้องจะวิ่งเล่นตรงไหน.. ถ้าเห่าจะรบกวนเพื่อนบ้านไหม พื้นห้องจะเป็นรอยง่ายรึเปล่า จะจัดการเรื่องกลิ่น ขน และความสะอาดยังไง แล้วถ้าวันหนึ่งต้องพาไปหาหมอ หรืออยากพาน้องไปเดินเล่นใกล้บ้าน ย่านนี้จะตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้จริงไหม..

    เกือบทุกคำถามเหล่านี้ คือเหตุผลที่เราอยากพาคุณไปดู Aspire Sukhumvit 103 คอนโดใหม่ย่านอุดมสุขที่คิดมาครบ เพื่อ Urban Pet Living

    ห้อง Petpal คิดมาเพื่อบ้านที่มีน้อง

    การออกแบบห้องพักใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เป็น Pet-Friendly แบบมีดีเทลที่หาไม่ได้ในคอนโดทั่วไป ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่ทนรอยและทำความสะอาดง่าย ผนังที่ช่วยลดเสียงรบกวน ราวกันตกที่เพิ่มความถี่เพื่อความปลอดภัยให้สัตว์เลี้ยง ไปจนถึงการจัดการเรื่องขนและกลิ่นในชีวิตประจำวัน ช่วยให้การอยู่อาศัยร่วมกับน้องในคอนโดง่ายขึ้น

    แยกอาคาร Pet เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว

    โครงการไม่ได้ทำ Pet Friendly แบบรวมทุกคนไว้ในตึกเดียวกัน แต่เลือกแยกอาคารสำหรับลูกบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง และอาคารสำหรับผู้ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ออกจากกันอย่างชัดเจน ข้อดีคือ ใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ ทั้งฝั่งคนเลี้ยงน้องและคนไม่เลี้ยงสัตว์ด้วยเช่นกัน

    ส่วนกลางกว่า 6,000 ตร.ม.* มีพื้นที่ให้น้องรองรับทุกกิจกรรม

    บนที่ดินประมาณ 10 ไร่ มาพร้อมส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 6,000 ตร.ม.* ที่จัดสรรพื้นที่สำหรับ Pet Living ไว้ครบครัน ทั้ง Play Yard, Furground, Sky Pal Garden, Cloud Pal, Pal Grooming และ Palductive Space ไม่ได้มีแต่สนามหญ้าให้วิ่งเล่น ยังให้ฟังก์ชันที่รองรับชีวิตประจำวันของน้องมาครบ ตั้งแต่พื้นที่เล่น อาบน้ำ เป่าขน ไปจนถึงสเปซให้เจ้าของได้นั่งทำงานและใช้เวลาร่วมกับน้องไปพร้อมกัน

    อุดมสุข ย่านที่ดีกับ Pet Family มากกว่าที่หลายคนคิด

    หน้าซอยเชื่อมสุขุมวิท ท้ายซอยทะลุบางนา-ตราด และศรีนครินทร์  ใกล้ BTS อุดมสุข แถมมีรถรับส่งถึงสถานี และอยู่ในทำเลที่มี Pet-Friendly Space เติบโตขึ้นเรื่อยๆ รอบโครงการรายล้อมด้วย True Digital Park, The 66 Cottage, PARC Bangna, โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7, Rainbow Ville และยังเชื่อมต่อไปยังพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อย่างสวนหลวง ร.9 และบึงหนองบอนได้ง่าย สำหรับคนเลี้ยงสัตว์ ที่นี่จึงไม่ใช่แค่ทำเลที่เดินทางสะดวก แต่เป็นย่านที่มีตัวช่วยในการเลี้ยงน้องอยู่รอบตัว

    ศักยภาพทำเลและโอกาสในอนาคต

    ด้วยอิทธิพลจากการเติบโตของ Bangkok Mall กำลังขับเคลื่อนให้ย่านนี้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ Aspire สุขุมวิท 103 จึงเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการได้หลากหลายมิติ

    • คอนโดสุขุมวิทในราคาและทำเลที่จับต้องได้จริง
    • คอนโดใหม่ย่านอุดมสุข ใกล้ BTS พร้อมทางเชื่อมต่อไปยังบางนา
    • ลงตัวทั้งการอยู่อาศัยเองและการลงทุนเพื่ออนาคต
    • คอนโด Pet Friendly ที่ออกแบบจากความเข้าใจ 
    • สเปซในเมืองที่ให้ทั้งคนและน้องได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเต็มที่

    หากคุณกำลังมองหาคอนโดสุขุมวิทที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง และอยากให้ชีวิตของน้องไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยม โพสต์นี้คือคำตอบ เพราะ Aspire สุขุมวิท 103 อาจเป็นคอนโดที่เปลี่ยน “อุดมสุข” ให้เป็นย่านที่รักคนเลี้ยงสัตว์อย่างที่คุณคาดไม่ถึง

    Aspire สุขุมวิท 103
    คอนโดใหม่ย่านอุดมสุข เริ่ม 2.79 ล้านบาท*

    ลงทะเบียน / ดูรายละเอียดโครงการ
    https://apthai.ly/Hz3Qls

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด​

    Pet Park in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    จุดเริ่มต้นที่น่าสนใจมากของโครงการนี้ คือ Aspire Sukhumvit 103 ทำเป็นคอนโด low rise 8 ชั้น ทำให้ได้ความรู้สึกโปร่ง ในขณะเดียวกันเขาแบ่งเป็น 6 อาคาร เพื่อรองรับ 1,126 ยูนิต บนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ทำให้สิ่งที่ตามมาคือ Facilities ขนาดใหญ่ที่ไม่ต้องลอยสูงเหนือฟ้าเพียงอย่างเดียว 

    ในรูปเราจะเห็นว่านอกจากสวนขนาดใหญ่แล้ว ยังมี Play Yard & Furground เป็นพื้นที่ล้อมรั้วมิดชิดให้น้องๆ สัตว์เลี้ยงเดินวิ่งเล่นแบบ off-leash ได้อย่างอิสระแบบที่ไม่ต้องไป Pet Park ทุกวันก็ยังให้น้องได้ออกกำลัง เข้าสังคมได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องพื้นฐานที่ทำให้น้องๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เมื่ออยู่ในเมือง 

    iURBAN Why

    ถ้าให้มองแบบเร็วๆ เราคิดว่า Aspire Sukhumvit 103 เป็นคอนโด Pet Friendly ที่ ใช้ข้อได้เปรียบของ scale ใหญ่ เปลี่ยนเป็นพื้นที่ชีวิตจริงสำหรับคนเลี้ยงสัตว์ ในราคาที่หาไม่ง่ายบนสุขุมวิท – แค่ได้ Pet Facilities จุใจในทำเลใกล้ Bangkok Mall แบบนี้ก็เยี่ยมแล้ว นี่ยังเปิดราคามาที่ 2.79* ล้านเท่านั้นเอง

    7 จุดน่าสนใจที่ทำให้คอนโดนี้ไม่ใช่แค่ “เลี้ยงสัตว์ได้”

    ASPIRE สุขุมวิท 103 ดูไม่ใช่โครงการที่หวือหวาตั้งแต่แรกเห็น แต่พอเจาะรายละเอียดทุกอย่างผสมกัน ทุกองค์ประกอบกลับสนับสนุนกันอย่างลงตัว ทั้งทำเล ขนาดโครงการ ส่วนกลาง ห้องพัก และพื้นที่ที่เอื้อให้ชีวิตกับสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น

    1. ทำเลใกล้ Bangkok Mall – ตอนแรกอาจคิดว่าอยู่ถึงสุขุมวิทตอนปลาย แต่กลายเป็นความเจริญ + การมาของ Bangkok Mall ทำให้ย่านนี้กลับมาเป็นศูนย์กลางที่ดันมีของครบถ้วน แถมอยู่สบาย แล้วยังเชื่อมต่อไปยังบางนา อุดมสุข ศรีนครินทร์ได้สะดวก หรือการใกล้แหล่งงานอย่าง True Digital Park – Cloud11 
    2. จำนวน 1,126 ยูนิต – อาจคิดว่าไม่เป็นส่วนตัว แต่แก้ด้วยการแบ่งอาคารเป็น 6 อาคาร ได้ความโปร่งของ Low Rise แถมขนาดระดับนี้ทำให้มีพื้นที่ส่วนกลางกว่า 6,000 ตร.ม.* ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นมาก 
    3. Pet Area Facilities – ส่วนกลางของสัตว์เลี้ยงเลยได้พื้นที่เพิ่มตามมาด้วย ยากที่จะหาคอนโดสุขุมวิทในราคานี้ ที่มีส่วนกลางสัตว์เลี้ยงให้เยอะแบบนี้ มีทั้งสนาม และ Co-working Space เปิดแอร์ที่น้องเข้าได้ และห้อง Grooming ในโครงการด้วย 
    4. แยกอาคาร Pet-Friendly – เป็นการทำคอนโดแนวใหม่ที่ดีมาก การแบ่งอาคารสำหรับผู้เลี้ยง และคนไม่เลี้ยง ทำให้คนเลี้ยงสัตว์ก็ใช้ชีวิตได้สบายใจขึ้น เกิดความชัดเจน และคนที่ไม่เลี้ยงอีกถึง 4 อาคาร ก็จะเป็น main traffic ให้คอนโดนี้มี demand หมุนเวียนได้ดีกว่า
    5. ทำเลซอยอุดมสุข – การไม่ได้อยู่ติดรถไฟฟ้า เข้ามา 900 เมตร* และมีรถ shuttle รับ-ส่งถึงสถานี BTS กลายเป็นสงบมากขึ้น ใกล้มุมใช้ชีวิตสบายๆ แถมยังใกล้ทางลัดไปกลับ Bangkok Mall ด้วย ข้อดีคือยังเชื่อมต่อชีวิตประจำวันไปถึงโซนศรีนครินทร์–บางนา ซึ่งมีครบทั้งคาเฟ่ พื้นที่เดินเล่น Grooming และโรงพยาบาลสัตว์ 24 ชั่วโมง 
    6. ห้องแบบ Petpal – ออกแบบโดยคำนึงถึงรายละเอียดของพื้นที่ วัสดุ และความปลอดภัย เพื่อให้คนและน้องอยู่ร่วมกันได้สบายขึ้นในทุกตารางเมตร 
    7. ราคาเริ่ม 2.79 ล้าน* – เมื่อรวมทำเลสุขุมวิท ส่วนกลางขนาดใหญ่ และฟังก์ชัน Pet-Friendly ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ราคาเริ่มต้นระดับนี้ถือว่ามี Value ที่น่าสนใจมาก

    ที่เอาภาพรวมนี้มาให้ทุกคนดูก่อน เพราะ ASPIRE สุขุมวิท 103 ไม่ได้โดดเด่นแค่ข้อใดข้อหนึ่งแบบสุดโต่ง แต่พอรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน แต่ที่นี่กลายเป็นอีกคอนโดที่น่าสนใจมากๆ 

    Petpal Room

    คุณอาจเคยดูห้องตัวอย่างของคอนโดปกติมาเยอะแล้ว แต่รอบนี้เราจะพาชมห้องที่ออกแบบมาสำหรับสัตว์เลี้ยง 

    Petpal in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    ใน Sales Gallery จะมีห้องตัวอย่างจะมี 2 แบบ Petpal และ Normal 1 Bedroom ทั้งคู่มาในขนาดเท่ากัน 30.5 ตร.ม. ไปดูห้อง Petpal กันก่อนเลย 

    สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ ขนาดของห้องที่แบ่งเป็นสัดส่วน ได้สเปซใช้ชีวิตที่ flexible จะอยู่แบบเป็นสัดส่วนก็ได้ จะเชื่อมต่อกันทั้งสเปซก็ง่าย

    พื้นที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 ตอน จากภาพทางเข้าจะอยู่ขวามือ เราจะเจอกับครัวและห้องน้ำก่อน ตรงกลางคือ Living + Dining Area และส่วนติดระเบียงคือ Bedroom

    ถ้าดูการแต่งห้องตัวอย่างนี้ จะจัดเต็มให้เราใช้พื้นที่มุมต่างๆ ได้ทุกบริบทชีวิต ไม่ว่าจะทำงานในห้อง เล่นกันกับน้อง ทั้งหมดจบได้ที่นี่

    Pet Pal Room in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    ในห้อง Petpal เอพีได้เพิ่มรายละเอียดที่ใส่ใจการอยู่อาศัยของคุณกับน้องๆ เข้าไปไว้อีกเพียบ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่กับน้องๆ อยู่กันปลอดภัยมากขึ้น สุขภาพดีมากขึ้น และยังดูแลรักษาได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม – เดี๋ยวเราไปดูภาพจริงกันเลยดีกว่า! 🐶

    Special Feature for Petpal Room อย่างแรกที่ไม่ค่อยเห็นคือ Toilet Petdoor สิ่งนี้เกิดจากความอยากให้น้องปลอดภัยมากขึ้นจากการไม่ต้องขับถ่ายที่ระเบียง + อยากจัดการกลิ่นในวันที่คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่บ้านไปทำงาน เขาจึงเกิดไอเดียให้วางจุดขับถ่ายหรือ Pet Toilet ไว้ในห้องน้ำ และติดตั้ง Pet Door ให้สัตว์เลี้ยงเข้าออกไปเข้าในห้องน้ำแทน อาจจะต้องฝึกใหม่กันหน่อย แต่ก็เป็นไอเดียการออกแบบที่น่าสนใจ

    อีก Special Feature คือ พื้น SPC ที่แข็งแรงกว่า ไม่เกิดรอยขีดข่วนง่ายๆ ช่วยให้คอนโดสวยเหมือนวันแรกไปอีกนานแม้จะอยู่ร่วมกับน้องๆ แถมยังทำความสะอาดง่าย ไม่บวมพอง  

    Special Feature for Petpal Room ที่อยู่บนผนังมี 2 อย่าง

    1. การใช้ สี Organic Care เพราะสัตว์เลี้ยงอย่างน้องหมามีจมูกที่ดีกว่ามนุษย์ถึง 10,000 เท่า กลิ่นอะไรนิดเดียวก็รู้ ถ้าเป็นกลิ่นที่ไม่ดีต่อร่างกายจะยิ่งแย่ คอนโดนี้เขาเลยใช้สีที่มีส่วนผสมจากพืช ลดสาร Formaldehyde ในอากาศที่ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง

    2. ผนังมวลเบาหนา 2 ชั้น เพราะแม้จะน้องสุภาพแค่ไหน แต่สัญชาตญานหมาก็คือหมา จะให้ไม่เห่าเลยคงไม่เป็นธรรมชาติของเขา คอนโดอาคาร Petpal ต่างๆ เลยใช้ผนังที่หนาขึ้นถึง 2 ชั้น ช่วยแก้ปัญหาตั้งแต่การออกแบบ 

    และ Special Feature สำหรับน้องหมาน้องแมวที่ซนหน่อย คือ ผิวปิดครัวลามิเนต ที่ทนต่อรอยขีดข่วนจากสัตว์เลี้ยงมากกว่าเดิม

    Special Feature เราชอบมากๆ คือ ราวกันตกที่ถี่ขึ้น เทียบกับห้องปกติจะเห็นชัดว่าราวกันตกนั้นซี่ถี่มากขึ้น ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในคอนโดได้ เพราะอากาศริมระเบียงมันดี และน้องหมาก็มักชอบนอนอาบแดดทุกวันด้วย

    ในห้องน้ำยังมี Special Feature คือ Floor Drain เก็บขนและกันกลิ่น ที่จะมีเฉพาะในห้อง Petpal และ กระเบื้อง Anti-slip ผิวไม่ลื่น ดีกับทั้งน้องหมาและคุณแม่ด้วย 

    ส่วนพื้นที่ใต้อ่างล้างมือ เขาก็คิดมาว่า ตรงนี้มีความสูงพอที่จะให้น้องมาทำธุระได้ หรือ วาง Pet Toilet สำหรับน้องแมวได้

    เป็นสเปซห้องสำหรับการอยู่ในสุขุมวิทที่กว้างพอจะใช้ชีวิตกันได้จริงๆ กับงบเริ่มเบาๆ

    มีบานเลื่อนแบบใสทำให้พื้นที่ Bedroom & Living เชื่อมต่อและยังคงได้ความ private เมื่อต้องใช้งาน

    Normal 1 Bedroom (Non-Pet Building)

    และถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ได้มีสัตว์เลี้ยงก็ยังสามารถอยู่คอนโดนี้ได้สบาย เพราะเขาแบ่งออกเป็นคนละอาคารไปเลย นี่เป็นห้องขนาดเดียวกัน 30.5 ตร.ม. ในรูปแบบปกติ ไปชมกันได้เลย

    Layout นี้เขาให้พื้นที่ส่วนแรกของห้องเป็น Living Area เต็มๆ และด้านหลังเป็น Bedroom เข้าใจง่าย ใช้ชีวิตง่าย

    ซึ่งประมาณ 30% ด้านข้างของห้อง จะถูกใช้ทำห้องน้ำ โต้ะทำงาน มุมครัว Pantry และระเบียง ห้องนอนนี้จะได้สเปซใหญ่ขึ้นเล็กน้อย และเป็นบานเลื่อนเชื่อมต่อเช่นเดียวกัน

    ด้วยรูปแบบ layout จะได้พื้นที่ตรงกลางห้องเชื่อมต่อกันจะค่อนข้างกว้าง ข้อดีของคอนโด AP คือ ทุกฟังก์ชันที่ออกแบบใส่มา มักจะเป็นส่วนที่เราได้ใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง

    Facilities & Design

    มาดูที่สถาปัตยกรรมและการออกแบบส่วนกลางกันบ้าง เพราะนี่คือส่วนที่ Aspire Sukhumvit 103 ทำได้โดยเด่นมากๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ Green Odyssey ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวและการเชื่อมต่อธรรมชาติ เราจะสัมผัสได้ตั้งแต่การออกแบบภายนอกที่พยายามจะทำให้ Asymmetry หรือ “ไม่สมมาตร” ในธรรมชาติเราจะพบความลงตัวของความไม่ตั้งใจผสมอยู่ตลอด ที่นี่เลยได้อาคารที่ลายสลับกัน

    ข้อดีคือ การแบ่งพื้นที่สัตว์เลี้ยงเข้าได้ เดินผ่านได้ และพื้นที่ที่เดินผ่านไม่ได้ด้วย เพื่อการรักษาความสะอาดที่ดีต่ออนาคตระยะยาว แต่เมื่อจำนวนอาคารที่เยอะ ทำให้น้องๆ สัตว์เลี้ยงเองมีพื้นที่เล่นอีกเยอะมาก 2 สวนบนชั้น Rooftop นี่ก็ของพวกเขา Sky Pal Garden และ Cloud Pal เป็น 2 พื้นที่สีเขียวที่ให้น้องๆ มาปล่อยพลังได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องออกไป Dog Park เพียงอย่างเดียว

    การวางอาคารที่ไม่ตรงเส้น ทั้งหมดนี้เมื่อรวมกันทำให้ทุกการกลับบ้าน รู้สึกเหมือนเรากำลังเดินเข้าป่าบ้านของเราขนาดย่อมๆ ใจกลางเมือง แต่มันไม่ใช่ป่ารกร้าง ถ้าดูในดีเทลเขาผสมความหรูหราของโครงสร้างและรายละเอียดไว้ มีการยกระดับพื้นที่ส่วนกลางหลายจุด เพื่อไม่ให้เกิดมิติ มุมนี้เป็นอีกภาพตัวอย่างที่ออกแบบมาได้สวยงามอย่างน่าทึ่ง

    ภายในอาคารส่วนกลางถูกออกแบบและตกแต่งมาอย่างหรูหรา แต่ยังคงแฝงความหรูนั้นให้ blend ไปกับ keyword of natures. โทนสีต่างๆ ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย แม้จะเป็นวัสดุที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี

    Pal Grooming in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    พีคมากกับห้อง Pal Grooming ที่น้องๆ สัตว์เลี้ยงสามารถใช้อาบน้ำเป่าขนกันได้จบในคอนโดตัวเองเลย! ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อมูลเปิดเผยว่าจะมีช่างให้บริการ หรือจะเป็นพื้นที่เจ้าของสามารถอาบเองได้นะ แต่การมีพื้นที่แบบนี้ในคอนโด ทำให้น้องสะอาดอยู่เสมอๆ มันช่วยได้หลายอย่างเลย ตั้งแต่สุขภาวะของน้องๆ เอง ไปจนถึงกลิ่นในคอนโดกับการอยู่อาศัยร่วมกัน

    Co-working Space in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    และห้องนี้คือที่สุด Palductive Space ห้องแอร์เย็นๆ ที่ให้น้องหมาเข้ามาเล่นได้ 

    ทุกคนอาจไม่รู้ว่า “ย่านสุขุมวิท” เอง ยังมี Demand คนหา Co-Working Space ที่ให้น้องหมาเข้าได้อยู่เสมอ แต่มีน้อยมากหาแทบไม่ได้ ห้องแบบนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถนั่งทำงานได้​โดยปล่อยให้ลูกๆ ไม่ต้องเบื่อ น้องก็สนุกกับเพื่อนๆ ไปได้ระหว่างรอ 

    และยังมีพื้นที่ facilities ให้ลูกบ้านใช้งานอีกเยอะมากๆ หลายจุดก็ออกแบบบนความเข้าใจ modern lifestyle เช่น ห้อง Meeting ก็อออกแบบไว้ให้ถ่าย VLOG, ถ่าย Live สวยๆ ได้ด้วย อยู่คอนโดนี้ครบครันจุใจทั้งคนทั่วไปและพ่อแม่น้องๆ จะหาเยอะกว่านี้ก็ไม่ง่ายแล้ว

    6 อาคาร (2 Pet Friendly) – Building Plan

    Building - Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    จากแปลนอาคาร หน้าถนนอยู่ซ้ายมือ จะเห็นว่า เขามี Pet-Friendly ให้ 2 อาคารอยู่ท้ายคอนโดนะ ได้ความสงบจากเสียงรถที่ผ่านไปมาหน้าถนน (ดีกับน้องๆ) และคนทั่วไปอยู่ใกล้สระว่ายน้ำมากกว่า (ส่วนที่สัตว์เลี้ยงเข้าไม่ได้) ก็จัดว่าออกแบบมาได้คิดครบดีมาก 

    (กำหนดการสร้างเสร็จประมาณเดือน 06/2570)

    Pet Policy

    นโยบายการรับสัตว์เลี้ยงของที่คอนโดนี้ ดีมากๆ ที่ออกมาตั้งแต่วันแรก เพราะความชัดเจนทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน เรา highlight ส่วนสำคัญไว้ให้แล้ว

    Location of Aspire Sukhumvit 103

    ทำเลคอนโดเป็นจุดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะขายได้ที่ราคานี้ เพราะหลังจากที่ Bangkok Mall เปิด ศูนย์การค้านี้จะมีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีทั้ง Concert Hall ที่น่าจะดึงกิจกรรมและผู้คนมาได้จากหลากหลายทิศทาง 

    ตำแหน่งของคอนโด Aspire Sukhumvit 103 เป็นมุมที่น่าสนใจมากเพราะ คร่อม 2 ซอยลัด ในการไปกลับจาก Bangkok Mall แล้วเผลอๆ จะได้กลุ่มผู้ปกครองโรงเรียน Berkeley เช่าหรือซื้อไว้รอรับลูกกลับบ้านได้ด้วย 

    อีกความน่าสนใจคือ ความสงบที่พอดีๆ จากหน้าถนนสุขุมวิทประมาณ 900 เมตร* ตรงนี้ไม่ลึกไป ยังคงมีของกินขายตลอด 2 ข้างทาง แต่เริ่มได้ความสงบในการพักผ่อนแล้ว ที่นี่เลยเป็นอีกหนึ่งคอนโดที่น่าจะดีกับชีวิตคนอยู่จริง

    คนเลี้ยงน้องที่ยังสงสัยในทำเลอุดมสุข ขอบอกว่าสำหรับ Pet Family ที่จริงดีมากๆ ไม่เพียงแค่หน้าซอยเป็นสุขุมวิท ท้ายซอยยังเชื่อมศรีนครินทร์-บางนา ย่านที่เติมเต็ม Pet Lifestyle ได้ยิ่งกว่าในเมือง

    ดูแลสุขภาพ-เหตุด่วนฉุกเฉิน คุณสามารถพาน้องไปโรงพยาบาลสัตว์ชั้นนำที่เปิด 24h อย่าง “Phayathai 7” และมีศูนย์การค้าที่มี Dog Park ข้างใน จูงเดินได้ทั่วอย่าง “PARC Bangna” หรือจะไป สวนสาธารณะใหญ่ที่สุดในกรุงเทพแถมยังสัตว์เลี้ยงเข้าได้อย่าง “บึงหนองบอน” ชีวิตก็ดีไปเลย 

    แอบบอกว่าในซอยอุดมสุขเองยังมี Dog Community เปิดใหม่ชื่อ Rainbow Ville เป็นสวนน้ำ, cafe, petshop, dog park ไปจนถึงกายภาพบำบัดที่นี่ก็มีครบ หรืออยากเดินเย็นๆ ในที่สงบๆ ก็มี “SAMA Garden” ที่ Bitec – อยากอาบน้ำตัดขนเจ้าใหม่ หลัง “Paradise Park” ก็มีหลายร้าน นี่ยังไม่รวมว่า Bangkok Mall มีรูปแล้วว่าพยายามจะทำให้เป็น Pet-Friendly และจะมีอะไรรองรับแค่ไหนอีกนะ ย่านนี้มันสวรรค์ของน้องๆ ที่อยู่ในเมืองเลย 

    (Some) Pet Friendly Neighborhoods Around Udomsuk

    True Digital Park

    สิ่งสำคัญคือแหล่งงานย่านนี้ลงทุนในความ Pet Friendly อย่างจริงจังชัดมากนะ อย่างเช่น True Digital Park เขาก็มี Pet Park กว้างเบ่อเริ่ม (แถมยังโดนเงาตึกบังให้ไม่ร้อนด้วยนะ) และสเปซระหว่างเดินขึ้นมาผ่านร้านอาหารต่างๆ ก็เดินจูงน้องได้เลย หลายร้านก็มีโซนให้นั่งกินด้วยกันได้ 

    The 66 Cottage

    หนึ่งคาเฟ่ที่เราชอบมาก อยู่ฝั่งตรงข้ามอุดมสุขนี่เอง The 66 Cottage ในซอยสุขุมวิท 66 พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ระดับ hidden gem แม้น้องหมาเข้าห้องแอร์ไม่ได้ แต่ว่าพื้นที่ข้างนอกก็ไม่ร้อนนัก ให้น้องได้เดินดมหญ้ารอบคาเฟ่ก็แฮปปี้แล้ว 

    Rainbow Ville

    และพระเอกใหม่ที่มาเติม Pet Living ย่านอุดมสุขให้ complete คือนี่เลย Rainbow Ville ให้น้องหมาได้ว่ายน้ำ ออกกำลังกล้ามเนื้อแบบสนุกๆ ก่อนจะกลับบ้านพร้อมขนหอมฟุ้ง ข้างๆ เองก็เป็นศูนย์กายภาพฟื้นฟูด้วย เรียกว่าอุดมสุขกำลังขยับความสุขของพวกเราให้นานขึ้นกว่าเดิมแล้ว

    หากคุณกำลังมองหาคอนโดสุขุมวิทที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง และอยากให้ชีวิตของน้องไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยม โพสต์นี้คือคำตอบ เพราะ Aspire สุขุมวิท 103 อาจเป็นคอนโดที่เปลี่ยน “อุดมสุข” ให้เป็นย่านที่รักคนเลี้ยงสัตว์อย่างที่คุณคาดไม่ถึง

    Aspire สุขุมวิท 103
    คอนโดใหม่ย่านอุดมสุข เริ่ม 2.79 ล้านบาท*

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด​

    Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk
  • ถ้าชีวิตไม่จำกัดแค่รั้วบ้านวันของคุณจะกว้างได้แค่ไหน? สำรวจสังคมยุคใหม่ใน 17 คอมมูนิตี้ จากแสนสิริ

    ถ้าชีวิตไม่จำกัดแค่รั้วบ้านวันของคุณจะกว้างได้แค่ไหน? สำรวจสังคมยุคใหม่ใน 17 คอมมูนิตี้ จากแสนสิริ

    คนส่วนใหญ่มักใช้เวลาเป็นปี
    ไปกับการเลือกบ้านหรือคอนโดที่ใช่

    เพราะที่อยู่อาศัยคือเรื่องใหญ่ของชีวิต เลือกจนกว่าจะเจอโครงการที่ชอบ ทำเลดีกับชีวิต และสิ่งอำนวยความสะดวกครบตามความต้องการ

    จนเมื่อได้ย้ายเข้าไปใช้ชีวิตจริงๆ ก็จะเริ่มค้นพบว่าสิ่งที่ชี้วัดคุณภาพการอยู่อาศัยในแต่ละวัน กลับเป็นรายละเอียดไม่เล็กหลายอย่างที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้น ถนนที่ต้องผ่านทุกวัน เพื่อนบ้านที่บังเอิญเจอโดยไม่ได้นัด หรือบรรยากาศรอบๆ ที่มีผลต่อความรู้สึกในแต่ละวัน

    ทั้งหมดนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญที่กำหนดความหมายของคำว่า “home” ในยุคนี้ที่หมายถึงทั้งบ้านและคอนโด ซึ่งขยับจากพื้นที่ส่วนตัวไปสู่สภาพแวดล้อมและมักกลายเป็นเหตุผลง่ายๆ ที่ทำให้เราอยากกลับไปใช้เวลาในทุกวัน

    Sansiri Community – Biodiversity

    เมื่อผู้คนเริ่มพบความต้องการที่ไม่ใช่เรื่องตัวเลข

    จากที่ iURBAN ติดตามเทรนด์ที่อยู่อาศัยและงาน Urban Design อย่างต่อเนื่อง สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดขึ้นคือ นิยามของการอยู่อาศัยได้เปลี่ยนผ่าน จากอดีตที่เคยผูกไว้กับระดับของทำเล ความสะดวกในการเดินทาง หรือความโดดเด่นของสถาปัตยกรรม แม้สิ่งเหล่านั้นยังคงสำคัญ

    แต่บริบทของคนเมืองในปัจจุบันมีความต้องการที่ลึกซึ้งขึ้น บ้านที่เคยทำหน้าที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวเพื่อถอยออกจากความวุ่นวาย ต้องถูกยกระดับให้เป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับชีวิตรอบด้านได้ดีมากขึ้น เพราะสิ่งแวดล้อมรอบบ้านนั้นส่งผลต่อการใช้ชีวิต สุขภาวะ และคุณภาพชีวิตในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – Clubhouse and Shared Moment

    เมื่อไลฟ์สไตล์เปลี่ยน ทั้งการทำงานจากที่ไหนก็ได้ ความใส่ใจในสุขภาพที่มากขึ้น ตลอดจนความต้องการสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ความท้าทายใหม่ของงานสถาปัตยกรรมคือ การออกแบบที่ต้องเริ่มต้นจาก “การเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์และการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่”

    นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราสนใจแนวคิดการพัฒนาของ Sansiri Community

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – Multi-Generation

    More Experience สังคมที่ก่อตัวขึ้นอย่างธรรมชาติ

    เราต่างรู้ดีว่าความรู้สึกปลอดภัยที่จะคอนเนคกับใครสักคน ไม่ใช่สิ่งที่จะสั่งให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ และในแง่ของ Urban Design สังคมที่น่าอยู่เป็นผลลัพธ์ตามธรรมชาติที่มักจะเกิดขึ้นเอง เมื่อสเปซนั้นเอื้อให้ผู้คนขยับเข้าหากันโดยไร้แรงกดดัน

    ความเชื่อมโยงเล็กๆ ระหว่างผู้คนในคอมมูนิตี้แห่งนี้จึงค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายในวันธรรมดา ตั้งแต่การเริ่มจำชื่อกัน ทำความรู้จักกันมากขึ้น ไปจนถึงการมีเรื่องราวของเพื่อนบ้านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแบบไม่ตั้งใจ จำได้ว่าพี่คนนี้วิ่งออกกำลังทุกเช้า น้องหมาตัวที่เคยขอลูบได้ออกไปเดินทุกเย็น คนชั้นถัดไปที่ช่วยกดลิฟต์ให้กันตอนขึ้นคอนโด หรือป้าแม่บ้านที่ส่งยิ้มให้จนจำกันได้

    เรื่องราวเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีสภาพแวดล้อมถูกคิดมาอย่างดี ชีวิตจะจัดการส่วนที่เหลือเอง ซึ่งรวมถึงการออกแบบกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปีของ Sansiri Community ที่มีบทบาทในการเปิดโอกาสให้เกิดช่วงเวลาดีๆ ระหว่างครอบครัวและเพื่อนบ้านที่ได้ใช้เวลาพิเศษร่วมกันมากขึ้น

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – Pet Friendly Park

    More Space พื้นที่ที่คิดเผื่อทุกชีวิต

    ความรู้สึกกว้างขวางของที่อยู่อาศัยในวันนี้ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงพื้นที่ในรั้วบ้านอีกแล้ว ยังต้องคิดเผื่อเมื่อก้าวออกจากประตูบ้านด้วย ว่าเราจะมีพื้นที่รอบๆ แบบไหนให้ออกไปใช้ชีวิตได้บ้าง

    พื้นที่ส่วนกลางของ Sansiri Community ถูกออกแบบให้มีความต่อเนื่องกับชีวิตประจำวันของลูกบ้านมากขึ้น ตั้งแต่ Co-working Space ที่เงียบพอสำหรับการนั่งทำงานในตอนกลางวัน ลานกิจกรรมสำหรับครอบครัว สวนผัก Organic อย่าง Sansiri Backyard ไปจนถึง Everyday Wellness Routine ที่รองรับทั้งการเดินเล่น วิ่ง jogging หรือออกกำลังกายจริงจัง

    มีการออกแบบ Blue-Green Infrastructure โดยใช้ธรรมชาติช่วยบริหารจัดการสภาพแวดล้อม มีต้นไม้ใหญ่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพแบบ Biodiversity มาช่วยสร้างร่มเงา ลดทอนอุณหภูมิความร้อน และดักจับฝุ่นละออง

    ทั้งหมดส่งผลต่อสุขภาวะในระยะยาวผ่าน Outdoor Green Space for Multi-Generation ที่โอบรับทุกคน รวมถึง Pets Welcome Area และ Pet Park ที่ปลอดภัยสำหรับทั้งเด็กและสัตว์เลี้ยง* เป็นรายละเอียดที่ทำให้เห็นว่าแสนสิริมีวิธีคิดในการจัดสรรพื้นที่การใช้ชีวิตให้ขยายออกไปได้ไกลกว่าในรั้วบ้าน และยังสามารถใช้ร่วมกันได้ทุกวัย

    *เฉพาะบางโครงการ

    More Prosperity มูลค่าที่เพิ่มพูนตามกาลเวลา

    สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือสินทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในคอมมูนิตี้ที่มีการดูแลและบริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลางอย่างเป็นระบบแบบนี้ มีแนวโน้มที่จะเพิ่มพูนมูลค่าในระยะยาวได้ดีกว่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป

    คอมมูนิตี้ทั้ง 17 แห่งของแสนสิริที่เติบโตมานับทศวรรษ จึงเป็นสิ่งยืนยันถึงการรักษาเสถียรภาพของมูลค่าที่มีการดูแลอย่างต่อเนื่อง มากกว่าเพียงสถิติยอดขาย

    สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือสภาพแวดล้อมที่ยังคงน่าอยู่ ทรงคุณค่า และพร้อมที่จะส่งต่อเป็นมรดกแห่งความภาคภูมิใจจากรุ่นสู่รุ่น

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – LIV24 Security

    More Service & Security ความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ

    จะมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวได้ใช้ชีวิตในแบบที่กล่าวมาโดยไม่จำเป็นต้องนึกถึง..เมื่อสิ่งนั้นทำงานได้ดีพอ นั่นคือ ระบบรักษาความปลอดภัย

    แสนสิริมีเทคโนโลยี LIV-24 ที่ผสานระบบ AI เข้ากับทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยทำหน้าที่ดูแลแบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับระบบควบคุมการเข้าออก Double-Triple Gate* ที่เข้มงวด ทั้งหมดนี้ทำงานโดยไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของการอยู่อาศัย

    เพราะระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพที่สุด ควรเป็นระบบที่ทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างสมบูรณ์จนผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจจนลืมไปได้เลยว่ามันมีอยู่ ทุกวันที่คุณเลี้ยวรถเข้าโครงการจะมีความรู้สึกอุ่นใจเกิดขึ้นในทันที

    *เงื่อนไขการดูแลความปลอดภัยขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – Sansiri Backyard

    Sansiri Community

    การให้ความสำคัญกับบรรยากาศและผู้คนรอบบ้าน ถือเป็นแกนหลักที่กำหนดทิศทางคุณภาพชีวิตและเปลี่ยนนิยามของการอยู่อาศัยแบบเดิมไปโดยสิ้นเชิง

    รายละเอียดทั้งหมดของสภาพแวดล้อมนอกรั้วบ้านที่ได้รับการคิดคำนวณมาอย่างดี คือโครงสร้างพื้นฐานที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงกิจวัตรประจำวัน วิธีคิด และสุขภาวะของทุกครอบครัวให้เติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว


    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ Every Day... Life is Good
  • รีวิว The Trust @Erawan คอนโดวิวแม่น้ำ / 1 ก้าวถึง BTS / 700 เมตรทางด่วน / ส่วนกลางใหญ่

    รีวิว The Trust @Erawan คอนโดวิวแม่น้ำ / 1 ก้าวถึง BTS / 700 เมตรทางด่วน / ส่วนกลางใหญ่

    เดอะทรัสต์คอนโด แอท บีทีเอส เอราวัณ The Trust Condo @BTS Erawan ทำเลใกล้ช้างเอราวัณ ตามชื่อโครงการ เป็นคอนโดที่ให้มีหลายอย่างที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นวิวสวยริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เปิดโล่งไม่มีอาคารใดมาบัง สามารถเห็นได้จากห้องพัก หรือสถานี BTS ที่อยู่ติดหน้าคอนโดเลย หรือแม้จะเป็นส่วนกลางที่เปิดโล่งอย่างน่าสนใจ

    สรุป The Trust Condo @BTS Erawan

    • คอนโดติดรถไฟฟ้าสถานีช้างเอราวัณนั่งตรงสู่สถานีสยามได้เลย และขึ้นด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ เพียง 700 เมตรเท่านั้น
    • ความสูง 30 ชั้น ห้องพัก 1,563 ยูนิต พร้อมเฟอร์นิเจอร์ สามารถเข้าอยู่ได้ทันที โครงสร้างดี ห้องเก็บเสียงดี ด้วยวัสดุและงานก่อสร้างคุณภาพสูง
    • ส่วนกลางใหญ่และเน้นใช้งานจริงสไตล์รีสอร์ท สระว่ายน้ำเปิดกว้าง และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
    • มี 7-Eleven สาขาส่วนตัวใต้คอนโดเลย
    • ราคาเริ่มต้นเพียง 1.59 ล้านบาท

    ใครจะเลือกคอนโดย่อมต้องดูหลายปัจจัย แต่หนึ่งในสิ่งที่สะท้อนผลงานทุกส่วนได้คือตัว Developer เอง สำหรับ เดอะทรัสต์ เอราวัณ เป็นโปรเจคคอนโดของบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (Q House) ที่มีชื่อเสียงในการสร้างที่อยู่อาศัยเน้นคุณภาพตามชื่อบริษัท

    โครงสร้างคอนโด
    คุณภาพสูงมีผลต่อชีวิต

    แต่ถ้าโครงการมีปัญหาเยอะจะทำแบบว่ามาด้านบนไม่ได้เลย ดังนั้นการทำแบบนี้ได้ย่อมมาจากตัวพื้นฐานงานที่ดีมีปัญหาน้อยไว้ก่อน ดังที่จะได้เห็นจาก The Trust @ BTS Erawan ว่ามีการให้ความสำคัญกับโครงสร้างของคอนโดเป็นพิเศษ เช่น ผนังห้องที่เป็นผนัง Walli-T ที่สามารถเก็บเสียงได้มากกว่า

    จากการสัมภาษณ์ลูกบ้าน พบว่าก่อนตัดสินใจทดลองไปเช่าคอนโดในย่านนี้หลายที่นอนจริงก่อนตัดสินใจ จะพบว่าเมื่อเข้าห้องของตัวเองปิดประตูแล้ว จะรู้สึกเงียบเหมือนชั้นนั้นยังไม่มีคนมาอยู่อาศัย แต่เมื่อเทียบกับคอนโดอื่นๆ แล้วเวลาที่คนเดินผ่านหน้าประตูห้องก็ได้ยินเสียงแล้ว ในส่วนนี้ถ้าใครสนใจจะทดลองตามนี้บ้างก็ได้

    ไม่เพียงแค่ผนังห้องหนา พื้นที่รอลิฟท์ก็ยังมีความกว้างมากกว่าคอนโดทั่วไป ให้ความรู้สึกโล่งสบายมากกว่าและยังดูแกรนด์มากกว่าด้วยสเปซกว้างจากโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนทางเดินเข้าห้องพักก็ขนาดปกติตามคอนโดทั่วไป

    ทำเลอยู่สบาย-เดินทางง่าย
    เพียง 1 ก้าวถึงรถไฟฟ้า BTS ตรงสู่สยาม
    เพียง 700 เมตรขึ้นทางด่วน

    เดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองศูนย์กลางธุรกิจอย่างสุขุมวิท สีลม เพียง 40 นาที ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์

    THE TRUST @BTS ERAWAN ตั้งอยู่บนพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอเมือง ท่านที่หาซื้อคอนโดหลังแรกอาจมีความตกใจในชื่อว่าเป็นสมุทรปราการ ไม่ได้เป็นกรุงเทพ แต่ที่จริงแล้วสมุทรปราการไม่ได้ไกลอย่างที่คิด การขยายเมืองอย่างรวดเร็วของกรุงเทพมหานคร ทำให้ความเจริญดันออกมาถึงเขตปริมณฑลบริเวณนี้เรียบร้อย

    ตรงกันข้าม จังหวัดสมุทรปราการกลับเป็นปริมณฑลที่มีความเจริญมากกว่าเขตริมกรุงเทพหลายพื้นที่ มีทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างเมกาบางนา และมีธุรกิจบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก เนื่องจากใกล้สนามบินสุวรรณภูมิและท่าเรือ ซึ่งเป็นอิทธิพลจากภาคธุรกิจฝั่งบางนายาวไปจนถึงสมุทรปราการมีการเติบโตอย่างรวดเร็วจากการลงทุนของต่างชาติ เมื่อเทียบกับกรุงเทพรอบนอกฝั่งอื่นๆ อาจพบว่าพื้นที่สมุทรปราการนั้นเจริญและใช้ชีวิตสะดวกกว่ามาก

    สิ่งที่น่าสนใจมากคือ BTS สถานีช้างเอราวัณ ไม่ใช่รถไฟฟ้าสายใหม่ แต่เป็นสายหลักที่มุ่งตรงเข้าสู่สถานีสยาม ผ่าน สถานีชิดลม-อโศก-พร้อมพงษ์ เมื่อเทียบการความสะดวก การพัฒนาความเจริญ และการเติบโตของที่ดินแล้ว BTS ที่ต่อเชื่อมมาจากสายหลักจะมีแนวโน้มที่ดีกว่ามาก

    The Trust @BTS Erawan หน้าโครงการมี BTS ช้างเอราวัณ

    แม้จะชื่อ BTS สถานีช้างเอราวัณ แต่กลับอยู่ติดคอนโดมากกว่าช้างเอราวัณ (ห่างพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ติดคอนโด The Trust @BTS Erawan) ทำให้คุณใช้ชีวิตเดินทางสะดวกปลอดภัย ขึ้นรถไฟฟ้ารวดเดียวจากสยาม-กลับบ้านก็ถึงหน้าคอนโดเลย กลับห้าทุ่มก็ยังสะดวกและปลอดภัย แถมยังมีของกินที่ 7-Eleven ในคอนโด

    เดอะทรัสต์ คอนโด แอท บีทีเอส เอราวัณ มี 7-11 และร้านซักรีดในคอนโด

    ถ้าหากท่านเป็นคนใช้รถก็สะดวก เพราะสามารถขึ้นทางด่วนได้ในระยะ 700 เมตร จะติดแค่ไหนก็ทนแค่ 700 เมตรเท่านั้นเอง ขึ้นทางด่วนได้แล้วก็สามารถเลือกเดินทางได้ทั้งเข้าเมืองหรือไปทิศต่างๆ ผ่านวงแหวนกาญจนาภิเษกอย่างสะดวกรวดเร็ว

    เดอะทรัสต์ คอนโด แอท บีทีเอส เอราวัณ ห่างจากทางด่วนเพียง 700 เมตร

    วิวสวยรับโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา
    และอากาศดีตลอดปีจากบางกะเจ้า

    The Trust @BTS Erawan เป็นคอนโด 30 ชั้น ออกแบบเรียบง่ายสไตล์ Modern Simplicity แม้จะไม่ได้เป็นคอนโดติดแม่น้ำ แต่ก็เป็นได้วิวแม่น้ำแบบเต็มๆ เพราะในมุมที่เห็นแม่น้ำเจ้าพระยาสวยๆ นี้ไม่มีอาคารอะไรขึ้นมาบังวิว สำหรับหลายคอนโดในอนาคตหลังซื้อไป 5-10 ปีก็ไม่แน่ที่จะมีโครงการอื่นมาบังทิวทรรศที่เราจ่ายเงินซื้อไว้ ซึ่งอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน แต่หากสังเกตจากสภาพพื้นที่หลังคอนโดจะพบว่าเริ่มเป็นส่วนดินสันดอนแม่น้ำ ซึ่งยากต่อการสร้างอาคารที่ความสูงเยอะแบบคอนโด จึงอาจจะเป็นโชคดีว่า วิวแบบนี้น่าจะอยู่กับ The Trust @BTS Erawan ไปอีกนานหรือไม่ก็ตลอดไป อีกข้อดีของการที่ไม่ติดริมแม่น้ำก็จะทำให้คอนโดไม่แพงมากด้วย

    ระยะห่างเพียง 2.5 กิโลเมตรจาก บางกะเจ้า ปอดฟอกอากาศที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานคร ใหญ่โตที่กว้างกว่า Central Park ของ New York เสียอีก ทำให้คอนโดอยู่ใกล้บางกะเจ้าอย่าง The Trust @BTS Erawan ได้รับอานิสงส์จากอากาศบริสุทธิ์ตรงนี้ไปด้วยประมาณครึ่งปี ส่วนอีกครึ่งปีที่เหลือลมกลับด้าน คอนโดก็จะได้รับลมจากอ่าวไทยที่ไหลมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย เพราะคอนโดตั้งในตำแหน่งที่ไม่ไกลจากหน้าอ่าวไทยมากนัก เป็นทำเลตากอากาศที่มีลมโชยตลอด อากาศดีเหมือนรีสอร์ททั้งปี

    สระว่ายน้ำใหญ่เปิดกว้าง
    และส่วนกลางที่ทุกคนชอบ

    คุณเกต คุณแม่ลูก 2 วัยกำลังซน เจ้าของห้องให้สัมภาษณ์ว่า สำรวจคอนโดหลายที่ก่อนตัดสินใจแล้ว มาถูกใจที่นี่เพราะสระว่ายน้ำ ทำให้เธอและลูกๆ สบายใจทุกครั้งที่มา แม้คอนโดอื่นในย่านนี้จะมีสระว่ายน้ำเช่นกัน แต่ที่ The Trust @BTS Erawan ออกแบบสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือให้เปิดกว้างไม่มีอาคารด้านไหนขวาง สามารถมองเห็นท้องฟ้าได้กว้างเกือบ 180 องศา ทำให้รู้สึกโปร่งโล่ง สบายใจเมื่อเดินและใช้ชีวิตในคอนโดนี้ อีกทั้งลูกๆ ทั้งสองคนก็ชอบสระว่ายน้ำที่นี่มากกว่าด้วย

    ระหว่างที่คุณเกตให้สัมภาษณ์ก็มีชาวต่างชาติอีก 2 ครอบครัวพาลูกมาเล่นน้ำในสระและนอนอาบแดดเช่นเดียวกัน จึงหาข้อมูลต่อได้ว่าชาวต่างชาติส่วนใหญ่ที่นี่เป็นนักท่องเที่ยวเช่าห้องพักแบบ long stay จากการที่เจ้าของห้องซื้อไว้ปล่อยให้เช่า ดูจากความชิลของคนรอบสระว่ายน้ำที่ให้ความรู้สึกเหมือนสระในรีสอร์ทน่าลงไปเล่นน้ำ น่าใช้งานจริงมากกว่าคอนโดแต่งหรูๆ

    นอกจากนั้นในชั้นเดียวกัน ฝั่งหันหน้าให้สถานี BTS ช้างเอราวัณ ก็ยังมีสวนสาธารณะลอยฟ้าแบบโอเพ่นให้ลูกบ้านสามารถวิ่งและออกกำลังบนนี้ หรือจะนั่งชิลรับลมคุยกับเพื่อนที่นี่ก็ย่อมได้ นอกจากนั้นยังมีห้องสมุดและห้องพักผ่อน เหนือสระว่ายน้ำขึ้นไป 1 ชั้น จะมีห้องยิมฟิตเนส ที่มีเครื่องออกกำลังกายจำนวนมาก ครบครันพร้อมสำหรับลูกบ้านไม่ต้องไปซื้อฟิตเนสข้างนอกเลย

    ไม่เพียงเท่านั้น พื้นที่รอบคอนโดยังตกแต่งด้วยต้นไม้ ให้ได้ใช้ชีวิตเข้าถึงธรรมชาติด้วยสวนสีเขียวที่สามารถนั่งโกรกลม และชมวิวเมืองอย่างสบายตา เพิ่มพื้นที่ใช้สอยที่มีความร่มเย็นได้มากขึ้น

    สะดวกปลอดภัย 24 ชั่วโมง
    7-Eleven ใต้ตึกในรั้วคอนโด

    แม้บันไดลง BTS จะมาเสริฟถึงรั้วคอนโด แต่ก็ยังเป็นส่วนตัวด้วยระยะห่างอาคารคอนโดจากรั้ว ห่างเข้ามาประมาณ 100 เมตร มองด้วยสายตาจากสถานี BTS จะไม่เห็นได้ว่าในห้องคอนโดมีอะไร และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ตั้งป้อมอยู่ตั้งแต่ทางเข้าใกล้ริมถนน ดังนั้นพอเดินเข้าในรั้วคอนโดก็จะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเราแล้ว

    ที่เด็ดคือมี 7-Eleven ส่วนตัวอยู่ใต้ตึก ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวแม้จะใส่ชุดนอนลงมาซื้อของกลางดึก ไม่มีคนนอกเข้ามาซื้อของเพราะมี 7-Eleven อีกสาขาใต้สถานี BTS ดักไว้ พ้นหน้า 7-Eleven ใต้ตึกมา จะมี รปภ. 1 คนคอยดูแลอยู่ตรงวงเวียนจอดรถก่อนจะออกไปเจอ รปภ. ที่หน้าป้อมข้างนอกอีก การใช้ชีวิตในคอนโดนี้จึงชิลๆ ปลอดภัยสำหรับลูกบ้านมาก

    ส่วนภายในอาคารมีการใช้ Access Card สามารถเข้า-ออกได้เฉพาะชั้นของตัวเอง ยิ่งเพิ่มความปลอดภัยสำหรับคอนโด High-Rise แบบคนอยู่อาศัยเยอะแบบนี้ และล็อบบี้โครงการสุดหรูที่ออกแบบได้สวยน่าภูมิใจเมื่อพาแขกมา พร้อมลิฟท์ 6 ตัวเพิ่มความสะดวกสบาย ซึ่งเป็นลิฟท์เซอร์วิส 2 ตัว

    ประเภทห้องพัก

    มีห้องพักทั้งหมด 1,563 ยูนิต ทุกห้องเป็นแบบ fully furnished ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ให้แล้ว สามารถเข้าพักอาศัยได้ทันที มีห้องให้เลือก 3 รูปแบบ คือ

    ห้องสตูดิโอ ขนาดประมาณ 23.5 ตร.ม.

    1 ห้องนอน ขนาดประมาณ 28.5-35.5 ตร.ม.

    2 ห้องนอน (Combined)

    ขนาด 57 ตร.ม.

    ห้องนอน 1 Master Bedroom

    ห้องนอน 2 

    ห้องทิศไหนหันวิวไหน ก็สามารถติดต่อขอเข้าชมกับเซลที่โครงการได้เลย (อย่าลืมลงทะเบียนก่อน เพื่อรับสิทธิพิเศษ)

    เข้าชมโครงการได้ทุกวัน พร้อมรับโปรโมชั่น

    ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท และยังมีห้องหลุดจองราคาพิเศษ สามารถลงทะเบียนเข้าชมห้องมุมที่ท่านชอบได้ที่นี่

  • 14 คาเฟ่ดี-โลเคชั่นเด็ด สะพานควาย ทำเลน่าอยู่ของเจนทำงาน

    14 คาเฟ่ดี-โลเคชั่นเด็ด สะพานควาย ทำเลน่าอยู่ของเจนทำงาน

    ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา สะพายควาย เป็นหนึ่งในทำเลที่มีคน Office-Generation อยู่จำนวนมาก ตั้งแต่มีรถไฟฟ้า BTS สายแรกทำเลสะพานควายก็มีความสำคัญขึ้น ยิ่งหลังจากรถไฟฟ้าเจนใหม่ในกรุงเทพเกิดขึ้นหลายสาย ก็จะยิ่งชัดว่าทำเลที่เจริญและเติบโตเร็วยังยิ่งกลายเป็นทำเลรถไฟฟ้า BTS สายแรกก่อนการขยาย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นสะพานควายที่ BTS วิ่งไปสุด ณ​ สถานีจตุจักร

    สะพานควาย อาจไม่ได้เป็นตัวเมืองชั้นในอย่างสยาม สีลม ราชเทวี แต่ก็เป็นพื้นที่ในเขต urban area ที่บุคลิกของสะพานควายเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากสำหรับคนวัยทำงาน-ทำธุรกิจ

    Street Food
    x
    Office Lifestyle

    เมื่อก่อนสะพานควายขึ้นชื่อเรื่อง street food กลางคืน ตั้งแต่ราชเทวีไล่ไปจนถึงวิภาวดี ยังหาแหล่งกินข้างทางที่มาแล้วจบอย่างสะพานควายไม่ค่อยมี สะพานควายมีร้านที่เปิดกลางคืนเยอะแถมยังอร่อยหลายร้าน ถ้าเป็นฝั่งสุขุมวิทก็คล้ายซอยสุขุมวิท 38 ที่เพิ่งโดนไล่ที่ออกปีที่แล้วนี่เอง (ยังมีสตอรี่อยู่ในสารคดี Street Food บน Netflix อยู่เลย)

    Street Food เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนถึง Office Area ได้ตรงเพราะ

    • พื้นที่ที่เน้นที่อยู่อาศัย (ธุรกิจน้อย) คนจะกินข้าวที่บ้านมากกว่า
    • พื้นที่ค่าครองชีพสูง = จะเป็น Restaurant & Cafe แทน
    • Night Street Food = คนกิน 2 กลุ่มหลัก คนทำงานดึกกับคนเที่ยวดึก
    • ต้องเป็นทำเลมี traffic ประจำถึงมีร้าน street food จำนวนมาก ส่งผลให้โอกาสเติบโตของทำเลมีมากขึ้น

    แถมสะพานควายยังมี Big-C ใหญ่ ไว้ซื้อของสด-ของใช้เข้าคอนโดก็มีโปรโมชั่นมาตลอด เหล่านี้ทำให้สะพานควายเป็นจุดที่มีความพร้อมสำหรับเจนเนเรชั่นคนทำงานมาก เป็น Urban Space ที่คนสามารถทั้งทำงานและใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างลงตัว ในขณะที่ขึ้นรถไฟฟ้าแป๊บเดียวก็ถึง CBD ย่านสีลม สาทร ราชเทวี

    Creative Extend

    เดี๋ยวนี้สะพานควาย ไม่ได้มีแค่ street food แต่มีกองทัพร้านชิคๆ โมเดิร์นมาเปิดจำนวนมาก ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ โฮสเทลเกิดมากขึ้น มีแหล่งช้อปปิ้งเกิดใหม่ Co-Working Space และร้านสังสรรค์ที่ครีเอทีฟมากขึ้น แต่ละร้านก็ unique มีไอเดียที่น่าสนใจ อาทิ

    1. Hwantsu Cafe (หวานซึ)

    คาเฟ่ปลายสะพานข้ามแยกสะพานควายที่ถูก Hide ความครีเอทีฟเอาไว้ ชั้น 1 เปิดเป็นคาเฟ่เล็กๆ ที่บางคนอาจเข้ามาออเดอร์เครื่องดื่มแล้วจากไป แต่จะน่าเสียดายมากหากไม่ได้ขึ้นไปชั้น 2 ของ HWANSU (หวาน-ซึ) ที่ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น

    จากความครีเอทีฟของเจ้าของที่เคยไปอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นมาหลายปี จนกลับมาพัฒนาคาเฟ่แห่งนี้ให้ลุคครีเอทีฟในสไตล์ญี่ปุ่น ชั้น 2 นั้นตกแต่งเหมือนบ้านที่แสนอบอุ่น แยกทั้งโซนครัวที่จะอบขนมและทำอาหารเสิร์ฟให้ทานกันร้อนๆ ทุกวัน ยังมีโซนที่ทำเป็น meeting พร้อมจอทีวี หากต้องการความ Private ก็จะมีห้องส่วนตัวให้เลือกใช้บริการได้เช่นกัน และที่นี่ยังมีบริการ Hostel สำหรับนักท่องเที่ยวหรือคนที่ต้องการพักผ่อนเป็นรายวันหรือชั่วโมงด้วย

    2. ORANJI ร้านยากินิคุและชาบู

    หากจะทานอาหารที่ร้านนี้แล้วไม่ได้สำรองที่นั่งก่อน บอกเลยว่าโอกาสเต็มนั้นสูงมาก ร้าน ORANJI สาขาสะพานควายเปิดเป็นสาขาที่ 2 หลังจากประสพความสำเร็จจากสาขาแรกที่ซอยพหลโยธิน 11 มาแล้ว ภายใต้คอนเซปต์เจ้าชายยากิและเจ้าหญิงชาบู เมื่อก่อนนี้จะเปิดให้บริการแค่ช่วงเย็นวันละ 3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่กระแสตอบรับดีมากจนต้องมาเปิดเต็มเวลา มีทั้งปิ้งย่าง ชาบู ที่สามารถ Create your style ได้ทั้งรูปแบบการกิน รูปแบบเตา น้ำซุป ตลอดจนวัตถุดิบร้อยกว่าเมนู ใช้วัตถุดิบสดใหม่ผสมความพิถีพิถันในการรังสรรค์อาหาร ทำให้เป็นร้านที่อร่อยและคนเยอะมาตลอด

    หรือจะมาทานแบบชามเดียวก็มีร้านใหม่ Charm Donburi & Ramen เป็นเจ้าของเดียวกันแต่แยกโซนเป็นอีกร้านให้ชัดเจน

    3. Seek Cafe’

    คาเฟ่น่านั่งย่านสะพานควายที่มีเครื่องดื่มเยอะรายการมาก ร้าน Seek ตั้งอยู่ข้างธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ เลยแยกสะพานควายมาไม่ไกล เป็นคาเฟ่สไตล์มินิมอล ที่ผสมดีเทลในแต่ละจุดให้ดูสดใส มีบริการทั้งอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม เหมาะมานั่งชิลในวันสบายๆ และที่สำคัญราคาน่ารัก สามารถนั่งทำงานก็ได้เช่นกัน

    4. AQUA

    ถูกออกแบบให้เป็น dining destination แห่งใหม่ย่านสะพานควาย แหล่งทานข้าวเย็นและนั่งแฮงค์เอาท์สุดชิล มีร้านอาหารและบาร์ให้เลือกนั่งหลายร้าน บรรยากาศดีมีต้นไม้เยอะ นอกจากร้านอาหารยังมี Hostel และร้านเสริมสวยดีไซน์เก๋อย่าง Sleep Salon and Nails สำหรับสาวๆ ด้วย

    ร้านที่หลากหลายทำให้ตรอก AQUA นี้ กลายเป็นย่านที่ สามารถนั่งทำเล็บรอนัดเพื่อนมากินข้าว เสร็จแล้วถ้ายังไม่กลับอาจจะต่อบาร์ร้านข้างๆ ได้เลย ที่เดียวจบ

    5. DOG IN TOWN

    อยากเล่นกับหมาต้องมาที่นี่ เลยมาหน่อยที่อารีย์ซอย 3 เป็นคาเฟ่หมาที่ให้คนมาผ่อนคลายจากการได้เล่นหรือนั่งมองน้องหมานิสัยดีหลากหลายสายพันธุ์ โดยจะมีค่าเข้าคนละ 350 บาท ได้คูปองไปแลกเครื่องดื่มได้ 1 แก้ว แล้วจะสามารถเข้าไปนั่งข้างในได้ น้องหมาจะถูกปล่อยให้อยู่ในร้านกับเราในร้าน และจะได้ออกมาวิ่งเล่นสนามด้านหน้าตามเวลา มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติหลายคนไปแค่นั่งมองหรือได้สัมผัสก็มีความสุข

    Dog in Town ช่างเป็นคาเฟ่คอนเซปต์ดีเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ไม่สะดวกเลี้ยงสุนัขแต่ยังต้องการเจอกับน้องหมาเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ Man’s Best Friend ได้ดีจริงๆ เป็นร้านที่ทุกคนจะได้รอยยิ้มกลับบ้านไปพร้อมกับรูปที่โพสต์ได้ทั้งเดือน

    6. Jong Dim Sum

    หากจะเบื่อร้านอาหารเช้าแนวฝรั่ง ลองมาทานอาหาร brunch สไตล์จีนโมเดิร์น ติ่มซำโฮมเมดที่ทานได้ทั้งวันกับ “Jong Dim Sum” จากร้านติ่มซำสูตรภาคใต้ชื่อดังในหาดใหญ่มาเปิดร้านที่สะพานควาย ยังคงรสชาติและสูตรต้นตำหรับพร้อมการตกแต่งร้านที่คลาสสิก

    ร้านตั้งอยู่ใกล้ ธ.ออมสิน (สำนักงานใหญ่) ระยะไม่ไกล เดินจาก BTS สะพานควายมาก็ได้ อย่าลืมลองขนมจีบกุ๊งที่ใช้เนื้อกุ๊งล้วนๆ จากกุ้งตัวใหญ่ๆ อร่อยมาก

    7. ร้านแผ่นเสียง by Boyd

    ต้องเป็นคนที่มีรสนิยมใส่ใจในรายละเอียด (และมีกำลังทรัพย์ด้วย) จึงจะหาวิธีฟังเพลงที่ไม่ได้ง่ายและรวดเร็วอย่างการคลิก Spotify แบบทุกวันนี้ แล้วมาเปิดแผ่นเสียงที่มีเสน่ห์แห่งความคลาสสิค

    ร้านแผ่นเสียง Record Shop เป็นร้านรวมแผ่นเสียงชื่อดังที่มีอายุเกินครึ่งศตวรรษอยู่ในซอยประดิพัทธ์ 19 รวมรวมแผ่นเสียงโบราณที่คัดคุณภาพแล้วทั้งของไทยและศิลปินระดับโลก บางแผ่นเป็นระดับ special edition ที่ลิมิเต็ดขึ้นไปอีก ทั้งยังมีห้องลองฟังอย่างดี ที่นี่จึงเป็นแหล่งรวมประวัติศาสตร์ทางดนตรีที่หาซื้อได้แห่งหนึ่งในไทย จึงสามารถพบคนในวงการดนตรีหลายท่านได้อยู่บ่อยๆ รวมทั้งหลังร้านยังมีร้านกาแฟน่ารักๆ และก็มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงสำหรับระดับ starter ราคาเบาๆ ขายด้วยเช่นกัน

    8. Before Thirtieth Cafe

    คาเฟ่ที่เกิดจากความใส่ใจในกาแฟและเครื่องดื่มของคนรุ่นใหม่จากการรวมตัวของอดีตนักศึกษา ม.เกษตร เปิดร้านที่ให้ความสำคัญในคุณภาพเครื่องดื่ม บนความเข้าใจ need ของคนรุ่นใหม่สามารถนำ laptop มานั่งทำงานกันได้ชิลๆ และมีอาหารให้สั่งด้วยเมื่อเกิดหิวขึ้นกลางทาง ทำให้ร้าน Before Thirtieth Cafe เป็นอีกร้านที่มานั่งทานเครื่องดื่มเฉยๆ ก็ประทับในคุณภาพ หรือจะมานั่งทำงานยาวๆ ก็ไม่ต้องเขินอะไร

    ร้านเล็กๆ แต่ดูอบอุ่นทันสมัยนี้ ตั้งอยู่ในซอยเสนาร่วม หลังถนนประดิพัทธ์ ให้คุณสามารถมานั่งทำงานแบบ hideaway ยาวๆ ได้ทั้งวัน

    9. Casa Rocca Gallery

    เป็นร้านแปลกสุดร้านหนึ่งในย่านนี้ คือ เจ้าของเป็นบริษัทขายกระเบื้องพอร์ซเลนเกรดพรีเมียมที่มีอายุกว่า 20 ปี แล้วทำโกดังใหญ่เป็น open space gallery สำหรับชมผลิตภัณฑ์ แต่ครึ่งหนึ่งของโกดังก็ทำเป็นคาเฟ่ร้านกาแฟ เครื่องดื่ม และอาหาร ในบรรยากาศน่านั่งอารมณ์คาเฟ่สไตล์สถาปนิก

    มีโต้ะไม้สักตัวยาวขนาด 2 เมตร น่านั่ง เป็นอีกร้านที่น่ามาลอง ในซอยเสนาร่วมเช่นกัน สำหรับคนชอบการแต่งบ้านแล้วละก็ เป็นอีก destination เลยทีเดียว

    10. Simply Retreat Spa

    การได้เจอร้านนวดดีๆ ใกล้บ้านจัดเป็นความสุดของชีวิตระดับหนึ่ง Simply Retreat Spa เป็นร้านนวดระดับแรร์ไอเอทของสะพานควายที่ราคาเพียงหลักร้อย แต่ให้ความคุ้มค่าที่น่าประทับใจ ด้วยการออกแบบร้านดีทุกมิติตั้งแต่แสง สี เสียง ไปยันกลิ่น รูป รส สัมผัส ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ยังไม่ได้นวดเลยด้วยซ้ำ

    ร้านนี้มีบริการนวดเท้า นวดเท้า นวดไทย นวดน้ำมัน และบอดี้สครับ ที่อบรมผู้ให้บริการมาอย่างดี เป็นสวรรค์ของวัยทำงานที่ได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการเดินและการทำงานมาตลอด ร้านตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ ต้นทางออกของซอยสุทธิสารวินิจฉัย ข้างๆ กันกับ Buff Bar & Bistro และ Buff Hostel

    11. Ban Ya Kaad

    บรรยากาศดีสมชื่อร้าน Ban Ya Kaad นำบ้านไม้โบราณมารีโนเวทเป็นร้านอาหารที่มีต้นไม้เยอะมาก ทำให้สบายตา ผ่อนคลายอารมณ์ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในรั้วด้วยต้นไม้สูงอายุขนาดใหญ่ปกคลุมตั้งแต่ลานจอดรถ และการตกแต่งที่ย้อนยุคที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนไปบ้านคุณยาย

    Ban Ya Kaad เป็นร้านอาหารไทยในซอยประดิพัทธ์ 10 ที่ไม่ได้มีแค่บรรยากาศดีแต่อาหารเครื่องดื่มและขนมก็อร่อยด้วยเช่นกัน วันร้อนๆ ไม่อยากแช่อยู่ในร้านเปิดแอร์แรงเกินไป ก็สามารถมาสูดอากาศดีมานั่งชิลจิบชาเย็นในร้านนี้ได้สบายเลย

    12. Perfect Strangers

    คาเฟ่บุคลิกน่าค้นหา ที่ซ่อนตัวจากโลกภายนอกอยู่ริมถนนประดิพัทธ์ มองจากภายนอกอาจไม่สามารถหาร้านเจอได้ง่ายๆ เพราะประตูและหน้าร้านเป็นแบบทึบ ทำให้เมื่อก้าวเข้าสู่ในร้านแล้วมีความเป็นส่วนตัวกับเหล่าคนแปลกหน้าในร้านเป็นอย่างมาก ด้วยคอนเซปต์คนแปลกหน้า Perfect Strangers ตั้งใจให้ลูกค้าที่มาในร้าน แม้จะมาคนเดียวแต่มีโอกาสได้ร่วมสนทนาพูดคุยกันกับคนอื่น ด้วยการออกแบบบาร์กาแฟที่นำเครื่องชงลงไปไว้ under counter ทำให้ลูกค้ามีโอกาสสนทนากับบาริสต้าได้มากขึ้น หรือจะมาเป็นกลุ่มคณะ ที่นี่ก็รองรับได้เป็นอย่างดี

    ด้วยสูตรกาแฟและเครื่องดื่มที่น่าสนใจ ทั้งกาแฟและ Cold Brew รสชาติแปลกแต่ดีอย่างน่าสนใจ ทำให้ร้านนี้จะเปลี่ยน Strangers เป็น Friends ได้อีกหลายครั้งแน่นอน

    13. The Camping Ground

    อีก dining destination แห่งใหม่ของสะพานควาย The Camping Ground จากพื้นที่ที่มีต้นไม้จำนวนมาก ผู้พัฒนาตั้งใจจะเก็บความเขียวขจีนี้ไว้ จึงออกแบบโครงการให้เป็นแนว Bazaar ตั้งแคมป์ ด้วยจำนวนร้านอาหารและเครื่องดื่มที่มาร่วมโครงการเยอะมากทำให้น่าสนใจ เป็นที่ open air แต่ว่ายุงไม่เยอะ สามารถนัดเจอเพื่อนหาอะไรกินแบบไม่ต้องซื้อร้านเดียวกันแต่มานั่งเสวนาฮาเฮด้วยกันได้ พร้อมดนตรีสดหรือนั่งเชียร์บอลกันในบรรยากาศชิลๆ

    The Camping Ground ตั้งอยู่ริมถนนประดิพัทธ์ก่อนถึงซอยถนนประดิพัทธ์ 12 ต้องขอบคุณต้นไม้เยอะจำนวนมาก ที่ทำให้บริเวณนี้สามารถมาหาอะไรทานตอนกลางวันได้แบบไม่ร้อน และมีที่จอดรถหลังโครงการจำนวนมาก เก็บค่าที่จอดรถแค่ชั่วโมงละ 20 บาท

    14. สวนรถไฟ สวนโมกข์ สวนจตุจักร

    ในพื้นที่ใกล้สะพานควาย นอกจากสวนจตุจักรแล้วยังมีสวนขนาดใหญ่ที่คอยเป็นปอดฟอกอากาศดีให้กลับมาสู่คนในย่านนี้อย่าง “สวนรถไฟ” ที่เป็นอีก popular destination สำหรับช่างภาพที่ต้องการมาถ่ายรูปกับสวนสาธารณะ เนื่องจากมีขนาดพื้นที่กว้างมากใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ทำให้บรรยากาศไม่ร้อนแม้จะเป็นตอนกลางวัน และเปิดให้เข้าฟรี ช่วงเย็นๆ ยังจะเจอกับคนจำนวนมากมาวิ่งออกกำลังกายและขี่จักรยานที่ให้เช่าจำนวนมาก

    สำหรับวันสำคัญทางศาสนา ยังมีสวนโมกข์กรุงเทพ ของท่านพุทธทาสฯ ที่รั้วติดกันนี่เอง ให้ได้มาร่วมกิจกรรม หรือปฏิบัติธรรมในวันปกติกันอีกด้วย

    สรุปคอนโด IDEO Q Phahol – Saphan Kwai

    • เป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสถานีสะพานควายเลยแบบ 0 เมตร 
    • พื้นที่โครงการเกือบ 6 ไร่ ลักษณะเป็น 3 อาคาร high rise ความสูง 39 ชั้น ทั้ง 3 ตึกออกแบบให้ไม่บังวิวกันและกัน และยังได้รับลมดีขึ้นจากองศาของอาคารอีกด้วย
    • ออกแบบด้วยคอนเซปต์ Wellness มีพื้นที่ส่วนสีเขียวเพิ่มขึ้นทั้งด้านล่าง และยังมีการนำต้นไม้มาเป็นการตกแต่งภายในของอาคาร
    • ส่วนกลาง facilities จัดเต็มที่สุดในย่านนี้ (รายละเอียดด้านล่าง) 
    • ราคาประมาณ 220,000 บาท/ตร.ม. (เริ่มต้น 5.5 ล้านบาท) 

    Hub of Transit
    จากสะพานควายไปง่ายได้ทุกทิศ

    ปัจจัยซัพพอร์ตสำหรับคนวัยทำธุรกิจอีกแล้ว เดินทางไปรบเหนือจรดใต้ ทุกมุมของกรุงเทพจากจุดนี้สะดวกมาก คำว่า transit hub ที่นี่อาจไม่ได้มีเรือด่วน รถไฟ (ที่บางทีมีแล้วคุณก็ไม่ได้) แต่มันเป็น transit hub ที่ได้ใช้จริง ด้วย BTS จากจุดนี้ก็สามารถไปทั่วกรุงเทพได้สะดวกต่อ MRT ก็ง่าย

    แต่ที่เด็ดมาก คือ สะพานควาย เป็นทำเลเอื้อต่อการอยู่อาศัย ที่ใกล้จุดที่เป็นเส้นเลือดใหญ่การเดินทางโดยรถยนต์ของประเทศอย่างทางด่วนวิภาวดี คุณสามารถขับรถออกจากคอนโดเข้าซอยสุทธิสารวินิจฉัยเพียงนิดเดียวก็เข้าวิภาวดีรังสิต แถมเป็นจุดที่เลือกได้ทันทีโดยไม่ต้องกลับรถ ว่าจะเลี้ยวซ้ายไปดอนเมือง / ตรงไปรัชดาภิเษก / หรือเลี้ยวขวาไปดินแดง-เพลินจิต เพียงแค่ทางยกระดับอุตราภิมุขก็แทบจะพาคุณไปทุกที่ทั่วกรุงเทพได้อย่างรวดเร็วแล้ว ปลายถนนฝั่งประดิพัทธ์ยังมีทางพิเศษศรีรัชอีกเส้นที่พาคุณเดินทางไปกรุงเทพฝั่งตะวันตกได้สบาย


    จากอัตราการขยายของควายเจริญอย่างต่อเนื่อง คาดว่าภายใน 10 ปีข้างหน้านี้ ถ้าเศรษฐกิจปกติ สะพานควายต้องเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ธุรกิจตึกแถวริมถนน ก็มีแนวโน้มไปต่อยาก อาจถูกรีโนเวทเป็นร้านโมเดิร์นแบบใหม่ หรือขายเหมาโหลเพื่อทำเป็น Community Mall หรือคอนโดเพิ่มในอนาคต

    ส่วนในวันนี้เรามีโอกาสได้ไปชมโครงการคอนโดใหม่ เป็นโครงการ IDEO Q Pahol – Saphan Khwai (ไอดีโอ คิว พหล-สะพานควาย) ของทางบริษัท Ananda เป็นคอนโดที่ออกแบบได้สวยมาก ซีรีย์ IDEO Q นี่พอสร้างเสร็จแล้ว แทบจะเป็น Landmark ใหม่ของพื้นที่นั้นๆ เลย ยกตัวอย่างเช่น IDEO Q Chula ทุกวันนี้ยังมีช่างภาพไปถ่ายรูปจากแถวสามย่านตอนกลางคืนกันอยู่เลย ส่วนโครงการอื่นๆ อย่าง Ideo Q Chidlom, IDEO Q Siam-Ratchathewi ทุกคอนโดในซีรีส์นี้กลายเป็นจุดเด่นที่สุดของทำเลย่านนั้นไปเลย

    IDEO Q
    Phahol – Saphan Kwai

    เป็นโครงการคอนโดซีรีส์ IDEO Q ของบริษัท Ananda Development สำหรับการออกแบบ IDEO Q Pahol – Saphan Khwai เป็นครั้งแรกที่ IDEO Q ออกแบบคอนโดเป็นแบบ 3 อาคาร โดยทั้ง 3 อาคารเป็น High Rise สูง 39 ชั้น ที่มีส่วนกลางเชื่อมกันทั้งด้านล่าง และ facilities ลอยฟ้าที่ยอดอาคารก็มีสะพานเชื่อมอาคารทั้ง 3 ด้วยเช่นกัน

    มิติความโค้งมนของตัวอาคารเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น แถมยังมีการไล่ความโค้งของตัวอาคารที่ 10 ชั้นบนสุดให้ดูโมเดิร์นอีกด้วย การตกแต่งภายในในคอนเซ็ปต์บ้านต้นไม้ มีการนำต้นไม้ใหญ่เสมือนจริงมาตั้งตกแต่ง เพิ่มความใกล้ธรรมชาติอย่างกับได้อยู่ในบ้านต้นไม้จริงๆ

    คอนเซปต์เสาต้นไม้ต่างๆ เหล่านี้ จะถูกนำไปใช้ในอาคารจริงด้วย เพื่อล้อกับคอนเซปต์พื้นที่สีเขียว และสวนลอยฟ้าต่างๆ ของโครงการ

    สำนักงานขายที่มีความแตกต่างถูกเรียกว่า Q-RATOR Club โดยมีการตกแต่งให้เหมือนคาแรคเตอร์ของโครงการ IDEO Q พหลฯ-สะพานควาย ในคอนเซ็ปต์ Superstar เมื่อเข้าสู่ QRATOR Club ทุกนาทีที่คุณอยู่ที่ IDEO Q แห่งนี้ คุณเป็นดั่งซูเปอร์สตาร์ จะมีทั้งบาร์เครื่องดื่ม และการจัดไฟเหมือนสตูดิโอที่คอยต้อนรับเมื่อคุณเดินเข้ามา

    Lobby Lounge ภาพ perspective ที่ออกแบบไว้ มีการนำเสาต้นไม้มาใส่ในอาคารด้วย ผสมกับเพดานสูง ให้ความรู้สึกโปร่ง โอ่อ่า แต่ใกล้ชิดธรรมชาติ

    0 Metre BTS

    ภาพ perspective ทางเข้าโครงการ

    จุดเด่นที่สุดของโครงการนี้ คือ ทำเลติดรถไฟฟ้า 0 เมตร เดินลงบันได BTS สะพานควายมายังไม่ถึงปลายบันได ก็เข้าระยะรั้วหน้าคอนโดแล้ว ในสถานี BTS สะพานควายปัจจุบันไม่มีคอนโดโครงการไหนที่ติดตัวสถานีแบบนี้อีกแล้ว มีที่นี่ที่เดียว

    ชิด BTS ขนาดนี้ ส่วนสำคัญคือสามารถทำให้ผู้อาศัยพักที่สะพานควาย แต่เหมือนใกล้ทุกพื้นที่ของ BTS

    เหมือนใกล้สาทร ใกล้สีลม ใกล้สยามมากขึ้น เพราะการก้าวเดียวขึ้นรถไฟฟ้าได้เลย เมื่อเทียบกับต้องออกจากคอนโดอีกเพียง 500 เมตร ก็เป็นส่วนต่างที่ทำให้ความสะดวก ความปลอดภัย และความรู้สึกเปลี่ยน ดีมานด์ของผู้เช่า ราคาขายต่อ เปลี่ยนได้มากเช่นเดียวกัน

    ของแถมก็น่าสนใจ จุดนี้ห่างเพียง 2 สถานีจากสถานีใหญ่บางซื่อ ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จ บางซื่อ จะเป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน การเติบโตของอนาคตที่ยังมาไม่ถึงจะเป็นอย่างไรอาจยังไม่รู้ แต่อยู่ตรงนี้ได้ผลพลอยได้แน่นอน

    Facility โดดเด่นสุดในย่านนี้

    ด้วยตัวคอนโดใหญ่มากที่มีพื้นที่โครงการเกือบ 6 ไร่ ให้ Facility ที่โดดเด่นที่สุดในย่านนี้ สิ่งที่ทาง IDEO Q Pahol – Saphan Khwai นำเสนอนั้นมาแบบจัดเต็มมาก

    นอกจากนี้ คอนโด IDEO Q Phahol – Saphan Kwai ยังมีลูกเล่นที่น่าสนใจ อีกหลายอย่าง เช่น

    • Natural Ventilation: เป็นการออกแบบให้มี Grill ระบายอากาศหน้าประตู เพื่อให้อากาศธรรมชาติไหลเวียนเข้าสู่ห้องพักโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่าง (ปิด Grill ได้) สำหรับวันที่ไม่อยากเปิดแอร์ อยากได้อากาศธรรมชาติ แต่ไม่ต้องการลมแรง
    • 24H Experience Community
      • ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในโครงการ ให้คุณใส่ชุดนอนลงมาซื้อขนมจีบซาลาเปาได้อย่างชิลๆ
    • สำหรับอาคาร TERRA 396 ตึกเดียวที่เปิดขายแบบคนไทยเท่านั้น

    ห้องตัวอย่าง #1 – 1 Bedroom

    1 Bedroom แบบแรก ส่วนของห้องนอนที่มีผนังกั้นแยกสัดส่วนจากห้องนั่งเล่นให้ชัดเจน

    ห้องตัวอย่าง #2 – 1 Bedroom

    1 Bedroom แบบที่ 2 ส่วนของห้องนอนที่ทำ open space กับห้องนั่งเล่น ผนังสามารถเปิดรวมเป็นห้องเดียวกันได้ พร้อมรับวิวด้วยผนังกระจกเต็มพื้นที่

    ห้องตัวอย่าง #3 – 2 Bedrooms

    ภาพนี้เป็นห้องนั่งเล่นของ 2 Bedrooms ของจริงน่าจะได้วิวเมืองที่สวยมากสำหรับชั้นสูง แบบห้องนี้ยังมีห้องครัวที่แยกสัดส่วนอย่างดี และห้องอาบน้ำที่มีพื้นที่สำหรับอ่างอาบน้ำอีกด้วย

    โครงการ IDEO Q Phahol – Saphan Kwai ตอนนี้เปิดให้จองแล้ว สามารถไปเยี่ยมชมที่โครงการได้เลยทันที ซึ่งจะมี Q Rator Club ต้อนรับอยู่

    และถ้าหากอยากได้สิทธิพิเศษ มียูนิตพิเศษจากทางออนไลน์เท่านั้น อย่าลืมลงทะเบียนก่อนเข้าชมได้ที่นี่

  • 10 ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย เครื่องดื่มเด็ด บรรยากาศดี

    10 ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย เครื่องดื่มเด็ด บรรยากาศดี

    เป็นอีกระดับสำหรับ ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ ประสบการณ์ และราคา ถ้าพูดถึงแล้วคงไม่มีออฟฟิศไหนที่ไม่มีคนชอบกาแฟ แต่จะให้ไปร้านกาแฟหน้าออฟฟิศหรือไปร้าน Starbucks ที่กินเป็นประจำ ก็คงจะดูธรรมดา วันนี้ทีมงานไอเออเบินไปเดินสำรวจย่านที่มีร้านกาแฟไฮโซที่สุดในกรุงเทพ ตามมาดูกันเลยว่ามีร้านไหนบ้างที่คุณยังไม่เคยได้เช็คอิน รับประกันได้เลยว่าทั้งวันของคุณจะสดชื่นเมื่อเริ่มต้นด้วย ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย นี้

    1. ROAST (The COMMONS)

    Roast คาเฟ่สุดฮิต ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย อยู่ชั้นบนสุดของคอมมิวนิตี้น่ารัก The COMMONS ที่มีทั้งเครื่องดื่ม อาหารและขนมที่หลายคนติดใจ อาหารแนวตะวันตกมีความอร่อยที่ไม่ธรรมดา ใช้วัตถุดิบคุณภาพดี อาหารจานใหญ่ และมีเมนูให้เลือกหลากหลาย อร่อยแทบทุกเมนู ร้านกว้างโล่งโปร่งสว่าง ถ้าได้มานั่งชิลเม้าท์กันกับเพื่อนๆ หรือมากับคนรู้ใจจะเวิร์คมาก

    https://www.facebook.com/roastbkk

    2 Roots Coffee

    ร้านกาแฟย่อยจาก Roast อีกที แม้จะเจ้าของเดียวกัน แต่ร้านนี้เฉพาะสำหรับคนชอบรสชาติกาแฟที่สเปเชียลมากขึ้นอีก (และขายกาแฟล้วนๆ) จาก passion ที่จะสร้างกาแฟที่มีคุณภาพด้วยการให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดแต่ละ season ก่อนนำมาคั่วและการสร้างสรรค์กาแฟแต่ละแก้วด้วยความตั้งใจทำให้ Roots กลายเป็นร้านกาแฟอีกร้านยอดนิยมสำหรับคอ Espresso อย่างแท้จริง ถึงขั้นบางคนคอมเม้นต์ว่าเป็นกาแฟที่ดีที่สุดในกรุงเทพ แต่ก็อย่าเพิ่งเชื่อรีวิวจนกว่าจะได้ไปลองชิมด้วยตัวเอง

    https://www.facebook.com/RootsBkk

    3. Toby’s

    ถ้าอยากได้ ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย ที่ hideaway แถวซอยสุขุมวิท 38 ตรงข้ามทองหล่อในอารมณ์ hideaway จากความวุ่นวาย เป็นร้านอาหารสไตล์ออสซี่มาได้ทั้งนั่งทานอาหารเช้าเล่นๆ หรือ dinner กับเพื่อนๆ บ้านอิฐหลังนี้ก็ให้ประสบการณ์ที่ดีได้ด้วยอาหารคุณภาพที่ไม่ปรุงแต่งเยอะ แม้ร้านกาแฟจะอยู่ในเมืองกลางซอยสุขุมวิท 38 แต่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่นอกเมืองได้ด้วยการแต่งร้านสุดชิล ของหวานเองก็ไม่เบา มีให้เลือกหลายเมนู และยังมีกาแฟ สมู๊ทตี้ น้ำผลไม้ ทำเอาหลายคนถ้าได้มาชิมครั้งหนึ่งแล้ว ต้องได้กลับมาอีก ปล.ฝรั่งเยอะมาก

    https://www.facebook.com/tobysk38

    4. Ink & Lion

    Ink & Lion เป็น ร้านกาแฟ เอกมัย ในซอย 2 สไตล์ลอฟท์เก๋ๆ เป็นที่ชื่นชอบของชาวฮิปสเตอร์ กับบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านเพื่อน ความโดดเด่นของกาแฟหอมอร่อยเจ้าของบริการดีเป็นกันเอง ร้านใหญ่แต่มีโต้ะ 5-6 โต้ะ เจ้าของจึงตั้งใจชงแต่ละแก้วมาก มีกาแฟ ชา เค้กอร่อยๆ ให้บริการ แม้จะไม่ใช่คอกาแฟขั้นเทพก็สามารถสัมผัสได้ถึงคุณภาพ แถมยังมีงานศิลปะจากศิลปินชื่อดังแสดงด้วยในบางวัน

    https://www.facebook.com/inkandlioncafe

    5. Phil Coffee Company

    หนึ่งในร้านของแฟนคลับกาแฟตัวจริง เพราะนอกจากจะชงกาแฟอร่อยโดยบาริสต้านานาชาติแล้วยังเป็นร้านคั่วและขายเมล็ดกาแฟคุณภาพสำหรับร้านอื่นด้วย ดังนั้นกาแฟที่ร้านนี้จะได้เมล็ดกาแฟคุณภาพที่คัดสรรค์แล้วจากทั่วโลก คุณภาพขนาดนี้อยู่ในร้านกาแฟที่ออกแบบได้ฟิลลิ่งเหมือนไปนั่งบ้านเพื่อนสบายๆ และยังมีทั้ง breakfast และเค้กสำหรับทานคู่กับกาแฟอีกด้วย เป็นร้านที่คนรักกาแฟ อยากมาลอง ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย ไม่ควรพลาด

    https://www.facebook.com/philcoffeecompany

    6. Nikko Cafe

    ร้านกาแฟ เอกมัย ในสไตล์ญี่ปุ่น ที่ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 12 กับบรรยากาศสบายชิลๆ โปร่งๆ อารมณ์เหมือนไปนั่งจิบกาแฟอยู่ในโตเกียว ซึ่งทั้งกาแฟ ขนม และอาหารภายในก็อยู่ในตีมญี่ปุ่นๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร มีโซนเอ้าท์ดอร์ที่ชั้น 2 ด้วย ทำให้หลายคนหลบเมืองอันวุ่นวายมาผ่อนคลายที่นี่ ใครอยากสัมผัสบรรยากาศสบายๆ เครื่องดื่มสบายๆ บริการสบายๆ ในราคาสบายๆ ก็เชิญได้ที่ Nikko Cafe

    https://www.facebook.com/NikkoCafe

    7. Hands and Heart Cafe

    ของกินจะทำด้วยมืออย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องใช้หัวใจด้วยตามชื่อร้าน Hands and Heart ทำให้ทุกเมนูในร้านเป็นเหมือนงานคราฟท์จากหัวใจ ความมินิมอลของร้านส่งผลให้เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ชิคๆ ชิลๆ ในย่าน ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย ขนมที่ทำไว้จะวางดิสเพลย์ไว้เหมือนงานศิลปะ และสามารถเลือกหยิบได้ตามใจ กาแฟก็ทำกับมือเช่นกัน แมนนวลดริปตามคอนเซปต์ ใครผ่านซอยสุขุมวิท 38 จะต้องสะดุดกับร้านกาแฟร้านนี้ด้วยความโดดเด่นของการออกแบบ และพอได้เข้าไปสัมผัสก็จะเจอกับบาริสต้นที่ใส่ใจ บริการด้วยรอยยิ้ม

    https://www.facebook.com/handsandheartcoffee

    8. Ekkamai Macchiato – Home Brewer

    ร้านกาแฟ เอกมัย ในบ้านสีขาว ตกแต่งด้วยไม้โปร่งสไตล์มินิมอล เครื่องดื่มต่างๆ นอกจากอร่อยแล้วยังหน้าตาดีน่าถ่ายรูปอีกด้วย บรรยากาศก็ดีพร้อมสรรพสำหรับร้านกาแฟยุคใหม่ ไม่ว่าจะปลั้ก wifi ที่จอดรถ กาแฟรสชาติดี มีสมู๊ทตี้ด้วย ขนมอร่อย แถมยังมีเค้กและอาหาร ทำให้สามารถนั่งทำงานได้ในที่โปร่งๆ บรรยากาศให้อารมณ์เหมือนบ้านเพื่อนมากกว่าร้านกาแฟ ความรู้สึกสบายๆ นี้ชิลเสียคนจนคนญี่ปุ่นมาอุดหนุนกันไม่น้อย ร้านตั้งอยู่ในซอยเอกมัยซอย 12 ต้นซอยเลยหาไม่ยาก

    https://www.facebook.com/ekkamaimac

    9. Blue Dye Cafe

    เป็น ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย ที่มีความเท่จากสไตล์ผ้ามัดย้อม ผสมการตกแต่งร้านที่ผสมความดิบของเหล็กฟิลลิ่งสไตล์อินเดียน มีมุมฮิปให้ถ่ายรูปหลายมุม และกาแฟดริปนำเข้าหลายชนิดให้ได้ลิ้มลอง เป็นร้านที่สามารถมานั่งชิลๆ ได้บรรยากาศไม่เหมือนร้านไหน  มีมุมให้นั่งทั้ง indoor และ outdoor ก็สบายพอกัน บริการเป็นกันเอง ร้านตั้งอยู่ในมุมสงบซอยสุขุมวิท 36 เดินจาก BTS ทองหล่อเลยก็ได้

    https://www.facebook.com/BlueDyeCafe

    10. 93Army Coffee

    หากคุณต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายจากด้านใน ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย ออกมาหน่อย หลังสุขุมวิท 42 บนถนนพระราม 4 จะมี ร้านกาแฟ 93Army Coffee เป็นอีกร้านกาแฟที่ชาวต่างชาติหลายคนมาร์ค favorite place ขึ้นชื่อเรื่องของความสดใหม่ของอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งตรงวัตถุดิบมาจากชาวไร่ชาวสวนเลย ร้านนี้หาไม่ยาก ใกล้ Jasmine hotel

    https://www.facebook.com/93army

    ตื่นเช้ามาแวะ ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย

    [divider]คอนโดน่าสนใจใกล้เอกมัย-ทองหล่อ[/divider]

    IDEO MOBI Sukhumvit 40

    ซอยตรงข้ามระหว่างกลาง ทองหล่อ-เอกมัย พอดี

    ความเจริญของ ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย นั้นเป็นเพียงปลายยอดจากความเจริญของพื้นที่และสังคมในบริเวณนี้ แน่นอนว่าความต้องการที่อยู่อาศัยในย่านโซนสุขุมวิทโดยเฉพาะใกล้เอกมัยทองหล่อก็ย่อมสูงเป็นพิเศษ นอกจากคนไทยที่มีความต้องการแล้วชาวต่างชาติก็ชื่นชอบย่านนี้เช่นกัน ทำให้คอนโดเกือบทุกโครงการที่เกิดขึ้นมาขายหมดอย่างรวดเร็ว เพราะให้เช่าหรือขายต่อก็มีความต้องการตลอด

    ล่าสุดนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพที่มีประสบการณ์มากอย่าง Ananda ก็เปิดโครงการใหม่เช่นกันในแบรนด์ IDEO Mobi โดยอยู่ในซอยสุขุมวิท 40 ตรงกลางระหว่าง เอกมัย+ทองหล่อ (ฝั่งตรงข้าม) เป็นที่อยู่ในอาศัยในโซนใหม่ที่ยังโปร่งไม่หนาแน่น (ใกล้ร้าน Toby’s ในลิส)

    IDEO MOBI Sukhumvit 40
    สามารถเข้าได้ 4 ช่องทาง

    ขับรถเข้าจากทางสุขุมวิท 40 ฝั่งถนนสุขุมวิท เป็นถนน One-way

    ขับรถเข้าจากซอยสุขุมวิท 38 (BTS สถานีเอกมัย)

    ขับรถเข้าจากฝั่งถนนพระราม 4 เป็นต้นซอยสุขุมวิท 42 (One-way)

    เดินจาก BTS เอกมัย เดินผ่านทาง Gateway Ekamai

    ไฮโซก็มา ดาราก็เยอะ
    สินค้าและบริการระดับพรีเมียมต้องย่านนี้

    โซนของเอกมัย-ทองหล่อเป็นย่านที่มีทั้งคนไทยและต่างชาติต้องการอยู่อาศัยตลอดเวลา ที่ดินมีราคาสูงนอกจากต้องแย่งกันเองระหว่างคนนำไปทำที่อยู่อาศัยแล้ว ธุรกิจในย่านนี้ก็จัดว่าเป็นทำเลทอง แม้จะไม่ได้เป็น CBD แต่ที่พิเศษมากกว่านั้นคือ ย่านนี้เป็นทำเลไฮโซที่ร้านต่างๆ จะมีลูกค้าที่มีกำลังทรัพย์สูง-ดารา-นักธุรกิจมาเป็นลูกค้าอยู่เสมอ จึงเป็นอีกย่านที่สามารถขายสินค้าและบริการในระดับพรีเมียมได้ นอกจากร้านกาแฟแล้วเรายังพบศูนย์การค้าและคอมมิวนิตี้อีกมากมายในย่านนี้ เช่น J Avenue | Ei8ht Thonglor | Park Lane | 72 Courtyard | Rain Hill | Market Place Thonglor | Maze Thonglor | Major Cineplex | Gateway Ekamai และอีกหลายที่

    ชีวิตในย่านทองหล่อเอกมัยนี้ ส่วนมากจะเป็นคอมมิวนิตี้ขนาดย่อม แต่ความครีเอทีฟพุ่งพล่านมาก เหมือนในโซนที่ดินราคาแพงในโตเกียว แม้แต่ supermarket ย่านนี้ก็มีครบ ร้านใหญ่ที่สุดคงจะเป็น Big-C เอกมัย และยังมี Foodland ซ่อนอยู่ใน Ei8ht Thonglor มี Tops Market ซ่อนอยู่ใน Market Place Thonglor มี MaxValu ซ่อนอยู่ใน Park Lane มี VillaMarket ซ่อนอยู่ใน J Avenue

    นอกจากนั้นในโซนที่ยังใกล้นี้ยังมี International Hospital หลายเจ้า เช่น Bumrungrad, Bangkok Hospital, Samitivej Sukhumvit, Sukumvit Hospital, Piyavate รวมถึงยังใกล้แหล่งโรงเรียนนานาชาติชื่อดังมากมาย อาทิ Ekamai international school, Wells international school, Bangkok International Preparatory and Secondary School ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อมาดันให้ที่ดินย่านนี้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ถ้าหากคุณกำลังมองหาคอนโดในทำเลใจกลางเมือง ในโซนที่สามารถจับจองง่าย เหมาะทั้งการซื้อเพื่อลงทุนและอยู่อาศัยเอง นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการได้สิทธิจองล็อตแรก โดยคุณสามารถลงทะเบียนติดต่อรับรายละเอียดและสิทธิพิเศษได้ที่นี่

    [button color=”red” size=”big” alignment=”center” rel=”follow” openin=”newwindow” url=”https://goo.gl/imZPk6″]Register to IDEO Mobi Sukhumvit 40[/button]

    Ananda Online Booking & Pre-Sale Day พร้อมกับการเปิดให้ชมห้องตัวอย่างจริงครั้งแรก กับ Ideo Mobi 3 โครงการใหม่ ที่มาพร้อม Fully Furnished ครั้งแรก และระบบ Smart Solar Fresh Air System และล้ำไปอีกขั้นกับนวัตกรรม Hologram ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรก! พบกันที่สำนักงานขายโครงการ Ideo Mobi Rama4 คลิก https://www.ananda.co.th/register/ideo-mobi/

    [divider]IDEO MOBI SUKHUMVIT40[/divider]