Category: VIDEO

  • รีวิว The Trust @Erawan คอนโดวิวแม่น้ำ / 1 ก้าวถึง BTS / 700 เมตรทางด่วน / ส่วนกลางใหญ่

    รีวิว The Trust @Erawan คอนโดวิวแม่น้ำ / 1 ก้าวถึง BTS / 700 เมตรทางด่วน / ส่วนกลางใหญ่

    เดอะทรัสต์คอนโด แอท บีทีเอส เอราวัณ The Trust Condo @BTS Erawan ทำเลใกล้ช้างเอราวัณ ตามชื่อโครงการ เป็นคอนโดที่ให้มีหลายอย่างที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นวิวสวยริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เปิดโล่งไม่มีอาคารใดมาบัง สามารถเห็นได้จากห้องพัก หรือสถานี BTS ที่อยู่ติดหน้าคอนโดเลย หรือแม้จะเป็นส่วนกลางที่เปิดโล่งอย่างน่าสนใจ

    สรุป The Trust Condo @BTS Erawan

    • คอนโดติดรถไฟฟ้าสถานีช้างเอราวัณนั่งตรงสู่สถานีสยามได้เลย และขึ้นด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ เพียง 700 เมตรเท่านั้น
    • ความสูง 30 ชั้น ห้องพัก 1,563 ยูนิต พร้อมเฟอร์นิเจอร์ สามารถเข้าอยู่ได้ทันที โครงสร้างดี ห้องเก็บเสียงดี ด้วยวัสดุและงานก่อสร้างคุณภาพสูง
    • ส่วนกลางใหญ่และเน้นใช้งานจริงสไตล์รีสอร์ท สระว่ายน้ำเปิดกว้าง และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
    • มี 7-Eleven สาขาส่วนตัวใต้คอนโดเลย
    • ราคาเริ่มต้นเพียง 1.59 ล้านบาท

    ใครจะเลือกคอนโดย่อมต้องดูหลายปัจจัย แต่หนึ่งในสิ่งที่สะท้อนผลงานทุกส่วนได้คือตัว Developer เอง สำหรับ เดอะทรัสต์ เอราวัณ เป็นโปรเจคคอนโดของบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (Q House) ที่มีชื่อเสียงในการสร้างที่อยู่อาศัยเน้นคุณภาพตามชื่อบริษัท

    โครงสร้างคอนโด
    คุณภาพสูงมีผลต่อชีวิต

    แต่ถ้าโครงการมีปัญหาเยอะจะทำแบบว่ามาด้านบนไม่ได้เลย ดังนั้นการทำแบบนี้ได้ย่อมมาจากตัวพื้นฐานงานที่ดีมีปัญหาน้อยไว้ก่อน ดังที่จะได้เห็นจาก The Trust @ BTS Erawan ว่ามีการให้ความสำคัญกับโครงสร้างของคอนโดเป็นพิเศษ เช่น ผนังห้องที่เป็นผนัง Walli-T ที่สามารถเก็บเสียงได้มากกว่า

    จากการสัมภาษณ์ลูกบ้าน พบว่าก่อนตัดสินใจทดลองไปเช่าคอนโดในย่านนี้หลายที่นอนจริงก่อนตัดสินใจ จะพบว่าเมื่อเข้าห้องของตัวเองปิดประตูแล้ว จะรู้สึกเงียบเหมือนชั้นนั้นยังไม่มีคนมาอยู่อาศัย แต่เมื่อเทียบกับคอนโดอื่นๆ แล้วเวลาที่คนเดินผ่านหน้าประตูห้องก็ได้ยินเสียงแล้ว ในส่วนนี้ถ้าใครสนใจจะทดลองตามนี้บ้างก็ได้

    ไม่เพียงแค่ผนังห้องหนา พื้นที่รอลิฟท์ก็ยังมีความกว้างมากกว่าคอนโดทั่วไป ให้ความรู้สึกโล่งสบายมากกว่าและยังดูแกรนด์มากกว่าด้วยสเปซกว้างจากโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนทางเดินเข้าห้องพักก็ขนาดปกติตามคอนโดทั่วไป

    ทำเลอยู่สบาย-เดินทางง่าย
    เพียง 1 ก้าวถึงรถไฟฟ้า BTS ตรงสู่สยาม
    เพียง 700 เมตรขึ้นทางด่วน

    เดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองศูนย์กลางธุรกิจอย่างสุขุมวิท สีลม เพียง 40 นาที ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์

    THE TRUST @BTS ERAWAN ตั้งอยู่บนพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอเมือง ท่านที่หาซื้อคอนโดหลังแรกอาจมีความตกใจในชื่อว่าเป็นสมุทรปราการ ไม่ได้เป็นกรุงเทพ แต่ที่จริงแล้วสมุทรปราการไม่ได้ไกลอย่างที่คิด การขยายเมืองอย่างรวดเร็วของกรุงเทพมหานคร ทำให้ความเจริญดันออกมาถึงเขตปริมณฑลบริเวณนี้เรียบร้อย

    ตรงกันข้าม จังหวัดสมุทรปราการกลับเป็นปริมณฑลที่มีความเจริญมากกว่าเขตริมกรุงเทพหลายพื้นที่ มีทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างเมกาบางนา และมีธุรกิจบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก เนื่องจากใกล้สนามบินสุวรรณภูมิและท่าเรือ ซึ่งเป็นอิทธิพลจากภาคธุรกิจฝั่งบางนายาวไปจนถึงสมุทรปราการมีการเติบโตอย่างรวดเร็วจากการลงทุนของต่างชาติ เมื่อเทียบกับกรุงเทพรอบนอกฝั่งอื่นๆ อาจพบว่าพื้นที่สมุทรปราการนั้นเจริญและใช้ชีวิตสะดวกกว่ามาก

    สิ่งที่น่าสนใจมากคือ BTS สถานีช้างเอราวัณ ไม่ใช่รถไฟฟ้าสายใหม่ แต่เป็นสายหลักที่มุ่งตรงเข้าสู่สถานีสยาม ผ่าน สถานีชิดลม-อโศก-พร้อมพงษ์ เมื่อเทียบการความสะดวก การพัฒนาความเจริญ และการเติบโตของที่ดินแล้ว BTS ที่ต่อเชื่อมมาจากสายหลักจะมีแนวโน้มที่ดีกว่ามาก

    The Trust @BTS Erawan หน้าโครงการมี BTS ช้างเอราวัณ

    แม้จะชื่อ BTS สถานีช้างเอราวัณ แต่กลับอยู่ติดคอนโดมากกว่าช้างเอราวัณ (ห่างพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ติดคอนโด The Trust @BTS Erawan) ทำให้คุณใช้ชีวิตเดินทางสะดวกปลอดภัย ขึ้นรถไฟฟ้ารวดเดียวจากสยาม-กลับบ้านก็ถึงหน้าคอนโดเลย กลับห้าทุ่มก็ยังสะดวกและปลอดภัย แถมยังมีของกินที่ 7-Eleven ในคอนโด

    เดอะทรัสต์ คอนโด แอท บีทีเอส เอราวัณ มี 7-11 และร้านซักรีดในคอนโด

    ถ้าหากท่านเป็นคนใช้รถก็สะดวก เพราะสามารถขึ้นทางด่วนได้ในระยะ 700 เมตร จะติดแค่ไหนก็ทนแค่ 700 เมตรเท่านั้นเอง ขึ้นทางด่วนได้แล้วก็สามารถเลือกเดินทางได้ทั้งเข้าเมืองหรือไปทิศต่างๆ ผ่านวงแหวนกาญจนาภิเษกอย่างสะดวกรวดเร็ว

    เดอะทรัสต์ คอนโด แอท บีทีเอส เอราวัณ ห่างจากทางด่วนเพียง 700 เมตร

    วิวสวยรับโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา
    และอากาศดีตลอดปีจากบางกะเจ้า

    The Trust @BTS Erawan เป็นคอนโด 30 ชั้น ออกแบบเรียบง่ายสไตล์ Modern Simplicity แม้จะไม่ได้เป็นคอนโดติดแม่น้ำ แต่ก็เป็นได้วิวแม่น้ำแบบเต็มๆ เพราะในมุมที่เห็นแม่น้ำเจ้าพระยาสวยๆ นี้ไม่มีอาคารอะไรขึ้นมาบังวิว สำหรับหลายคอนโดในอนาคตหลังซื้อไป 5-10 ปีก็ไม่แน่ที่จะมีโครงการอื่นมาบังทิวทรรศที่เราจ่ายเงินซื้อไว้ ซึ่งอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน แต่หากสังเกตจากสภาพพื้นที่หลังคอนโดจะพบว่าเริ่มเป็นส่วนดินสันดอนแม่น้ำ ซึ่งยากต่อการสร้างอาคารที่ความสูงเยอะแบบคอนโด จึงอาจจะเป็นโชคดีว่า วิวแบบนี้น่าจะอยู่กับ The Trust @BTS Erawan ไปอีกนานหรือไม่ก็ตลอดไป อีกข้อดีของการที่ไม่ติดริมแม่น้ำก็จะทำให้คอนโดไม่แพงมากด้วย

    ระยะห่างเพียง 2.5 กิโลเมตรจาก บางกะเจ้า ปอดฟอกอากาศที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานคร ใหญ่โตที่กว้างกว่า Central Park ของ New York เสียอีก ทำให้คอนโดอยู่ใกล้บางกะเจ้าอย่าง The Trust @BTS Erawan ได้รับอานิสงส์จากอากาศบริสุทธิ์ตรงนี้ไปด้วยประมาณครึ่งปี ส่วนอีกครึ่งปีที่เหลือลมกลับด้าน คอนโดก็จะได้รับลมจากอ่าวไทยที่ไหลมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย เพราะคอนโดตั้งในตำแหน่งที่ไม่ไกลจากหน้าอ่าวไทยมากนัก เป็นทำเลตากอากาศที่มีลมโชยตลอด อากาศดีเหมือนรีสอร์ททั้งปี

    สระว่ายน้ำใหญ่เปิดกว้าง
    และส่วนกลางที่ทุกคนชอบ

    คุณเกต คุณแม่ลูก 2 วัยกำลังซน เจ้าของห้องให้สัมภาษณ์ว่า สำรวจคอนโดหลายที่ก่อนตัดสินใจแล้ว มาถูกใจที่นี่เพราะสระว่ายน้ำ ทำให้เธอและลูกๆ สบายใจทุกครั้งที่มา แม้คอนโดอื่นในย่านนี้จะมีสระว่ายน้ำเช่นกัน แต่ที่ The Trust @BTS Erawan ออกแบบสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือให้เปิดกว้างไม่มีอาคารด้านไหนขวาง สามารถมองเห็นท้องฟ้าได้กว้างเกือบ 180 องศา ทำให้รู้สึกโปร่งโล่ง สบายใจเมื่อเดินและใช้ชีวิตในคอนโดนี้ อีกทั้งลูกๆ ทั้งสองคนก็ชอบสระว่ายน้ำที่นี่มากกว่าด้วย

    ระหว่างที่คุณเกตให้สัมภาษณ์ก็มีชาวต่างชาติอีก 2 ครอบครัวพาลูกมาเล่นน้ำในสระและนอนอาบแดดเช่นเดียวกัน จึงหาข้อมูลต่อได้ว่าชาวต่างชาติส่วนใหญ่ที่นี่เป็นนักท่องเที่ยวเช่าห้องพักแบบ long stay จากการที่เจ้าของห้องซื้อไว้ปล่อยให้เช่า ดูจากความชิลของคนรอบสระว่ายน้ำที่ให้ความรู้สึกเหมือนสระในรีสอร์ทน่าลงไปเล่นน้ำ น่าใช้งานจริงมากกว่าคอนโดแต่งหรูๆ

    นอกจากนั้นในชั้นเดียวกัน ฝั่งหันหน้าให้สถานี BTS ช้างเอราวัณ ก็ยังมีสวนสาธารณะลอยฟ้าแบบโอเพ่นให้ลูกบ้านสามารถวิ่งและออกกำลังบนนี้ หรือจะนั่งชิลรับลมคุยกับเพื่อนที่นี่ก็ย่อมได้ นอกจากนั้นยังมีห้องสมุดและห้องพักผ่อน เหนือสระว่ายน้ำขึ้นไป 1 ชั้น จะมีห้องยิมฟิตเนส ที่มีเครื่องออกกำลังกายจำนวนมาก ครบครันพร้อมสำหรับลูกบ้านไม่ต้องไปซื้อฟิตเนสข้างนอกเลย

    ไม่เพียงเท่านั้น พื้นที่รอบคอนโดยังตกแต่งด้วยต้นไม้ ให้ได้ใช้ชีวิตเข้าถึงธรรมชาติด้วยสวนสีเขียวที่สามารถนั่งโกรกลม และชมวิวเมืองอย่างสบายตา เพิ่มพื้นที่ใช้สอยที่มีความร่มเย็นได้มากขึ้น

    สะดวกปลอดภัย 24 ชั่วโมง
    7-Eleven ใต้ตึกในรั้วคอนโด

    แม้บันไดลง BTS จะมาเสริฟถึงรั้วคอนโด แต่ก็ยังเป็นส่วนตัวด้วยระยะห่างอาคารคอนโดจากรั้ว ห่างเข้ามาประมาณ 100 เมตร มองด้วยสายตาจากสถานี BTS จะไม่เห็นได้ว่าในห้องคอนโดมีอะไร และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ตั้งป้อมอยู่ตั้งแต่ทางเข้าใกล้ริมถนน ดังนั้นพอเดินเข้าในรั้วคอนโดก็จะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเราแล้ว

    ที่เด็ดคือมี 7-Eleven ส่วนตัวอยู่ใต้ตึก ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวแม้จะใส่ชุดนอนลงมาซื้อของกลางดึก ไม่มีคนนอกเข้ามาซื้อของเพราะมี 7-Eleven อีกสาขาใต้สถานี BTS ดักไว้ พ้นหน้า 7-Eleven ใต้ตึกมา จะมี รปภ. 1 คนคอยดูแลอยู่ตรงวงเวียนจอดรถก่อนจะออกไปเจอ รปภ. ที่หน้าป้อมข้างนอกอีก การใช้ชีวิตในคอนโดนี้จึงชิลๆ ปลอดภัยสำหรับลูกบ้านมาก

    ส่วนภายในอาคารมีการใช้ Access Card สามารถเข้า-ออกได้เฉพาะชั้นของตัวเอง ยิ่งเพิ่มความปลอดภัยสำหรับคอนโด High-Rise แบบคนอยู่อาศัยเยอะแบบนี้ และล็อบบี้โครงการสุดหรูที่ออกแบบได้สวยน่าภูมิใจเมื่อพาแขกมา พร้อมลิฟท์ 6 ตัวเพิ่มความสะดวกสบาย ซึ่งเป็นลิฟท์เซอร์วิส 2 ตัว

    ประเภทห้องพัก

    มีห้องพักทั้งหมด 1,563 ยูนิต ทุกห้องเป็นแบบ fully furnished ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ให้แล้ว สามารถเข้าพักอาศัยได้ทันที มีห้องให้เลือก 3 รูปแบบ คือ

    ห้องสตูดิโอ ขนาดประมาณ 23.5 ตร.ม.

    1 ห้องนอน ขนาดประมาณ 28.5-35.5 ตร.ม.

    2 ห้องนอน (Combined)

    ขนาด 57 ตร.ม.

    ห้องนอน 1 Master Bedroom

    ห้องนอน 2 

    ห้องทิศไหนหันวิวไหน ก็สามารถติดต่อขอเข้าชมกับเซลที่โครงการได้เลย (อย่าลืมลงทะเบียนก่อน เพื่อรับสิทธิพิเศษ)

    เข้าชมโครงการได้ทุกวัน พร้อมรับโปรโมชั่น

    ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท และยังมีห้องหลุดจองราคาพิเศษ สามารถลงทะเบียนเข้าชมห้องมุมที่ท่านชอบได้ที่นี่

  • รู้ก่อนซื้อบ้าน “ภูมิสถาปัตยกรรม” สำคัญกับชีวิตอย่างไร? สัมภาษณ์ภูมิสถาปนิก RAFA

    รู้ก่อนซื้อบ้าน “ภูมิสถาปัตยกรรม” สำคัญกับชีวิตอย่างไร? สัมภาษณ์ภูมิสถาปนิก RAFA

    ภูมิสถาปัตย์ อาจเป็นศัพท์ไทยที่คนทั่วไปไม่ค่อยได้ยินนัก แต่ในวงการสถาปนิกนั้นก็เป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นอีกหนึ่ง แขนงที่มีผลอย่างมากต่อการออกแบบทุกโครงการ วันนี้ทีมงาน iURBAN ได้รับเกียรติที่จะได้สัมภาษณ์พูดคุยกับสถาปนิกท่านที่เป็น ภูมิสถาปนิก และมีประสบการณ์กับโปรเจคมาหลายรูปแบบ ท่านคือคุณชัยรัตน์ สุระจรัส CEO ของบริษัท RAFA (ระฟ้า)

    สำหรับการสัมภาษณ์คุณชัยรัตน์ คุณผู้ชมสามารถคลิกดูได้จากวิดีโอสัมภาษณ์ ในส่วนของโพสต์นี้เราจะมาขยายความถึง “ภูมิสถาปัตยกรรม” และโปรเจคที่คุณชัยรัตน์ได้กล่าวถึงไว้ในคลิป

    RAFA
    ผู้ออกแบบพื้นที่นอกอาคารทุกรูปแบบ

    RAFA (ระฟ้า) เป็นบริษัทออกแบบ เบสเป็นภูมิสถาปนิก​ ซึ่งเป็นแพลนเนอร์และเป็นสถาปนิกด้วย เปิดให้บริการมา 28 ปีแล้ว ให้บริการทางด้านออกแบบ landscape และ architecture ที่ตั้งชื่อ ระฟ้า เพราะต้องการให้ง่าย เป็นไทย ดูเป็นมิตร สามารถเข้ากับคนอื่นได้ง่าย คุณชัยรัตน์อยากให้ดูเป็นไทยและเป็นมิตรมากๆ

    คุณชัยรัตน์ สุระจรัส CEO ของบริษัท RAFA (ระฟ้า)

    คุณชัยรัตน์กล่าวว่า สถาปนิกทั่วไปจะมีอีโก้ในตัวเอง แม้แต่ตัวคุณชัยรัตน์เองก็ตาม แต่งานออกแบบที่ดีนั้นจะต้องสะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของมากกว่าความเป็นตัวตนของตัวเอง ถ้าหากลูกค้าขอแล้วไม่ได้ก็อาจจะไม่ถูก เพราะสถาปนิกมีหน้าที่ทำผสมผสานความฝันของลูกค้ามาผสมกับความสามารถของสถาปนิก เพื่อให้โครงการออกมาเป็นความจริง

    ภูมิสถาปัตย์
    มีผลมากกว่าแค่สวยงาม

    คุณชัยรัตน์ได้กล่าวว่า ภูมิสถาปัตยกรรม (Landscape Architecture) เป็นแขนงของสถาปัตยกรรมการอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นการออกแบบเฉพาะงานที่เป็นภูมิสถาปัตยกรรม คือ งานที่อยู่ภายนอกตัวอาคารทั้งหมด ถ้างานสถาปนิกคือการออกแบบตัวอาคาร ภูมิสถาปัตยกรรม ก็คืองานที่อยู่ภายนอกอาคาร

    สมัยก่อนคนคิดว่างานภูมิสถาปัตยกรรม คือ แค่เพียงแค่คนจัดสวน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภูมิสถาปัตย์ ในการทำงานของ RAFA นั้นจำเป็นต้องทราบข้อมูลระดับการทำวิจัยในแง่ของผู้ใช้งาน การทำงานกิจการในอาคาร สภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้นและรอบข้าง และข้อมูลเชิงลึกอีกมากมาย เพื่อการออกแบบพื้นที่ ที่มีผลกับอาคารนั้นๆ และมีผลกับพื้นที่รอบโครงการนั้นด้วย ส่งผลให้โครงการนั้นดีขึ้น และสภาพแวดล้อม พื้นที่โดยรอบนอกโครงการดีขึ้นด้วย

    3 โปรเจคที่ภูมิใจของคุณชัยรัตน์

    RAFA ทำงานมาเกือบทุกประเภท ไม่เพียงแต่โครงการอสังหาริมทรัพย์ บ้านที่พักอาศัย สวนสนุก โรงแรม รีสอร์ท สนามบิน ฯลฯ ก็ทำมาหมดแล้ว ที่จริงก็ภูมิใจทุกโปรเจค แต่ถ้าวัดความพอใจเมื่อมีการสร้างจริงแล้วโครงการทุกฝ่ายทำได้เต็มที่เคยออกแบบไว้ ทำงานได้อย่างเต็มที่ ถ้าจะต้องเลือกที่ภูมิใจขอให้ 3 โปรเจคนี้

    1. สวนสนุกดรีมเวิร์ล

    เป็นงานออกแบบที่ได้ร่วมงานกับเจ้าของโครงการตั้งแต่เริ่มต้น แม้ในปัจจุบันอาจมีความโทรมบ้างตามกาลเวลาและการดูแล แต่การออกแบบนั้นไม่ได้สนใจเพียงแต่ความสวยงาม การออกแบบจึงได้คำนึงถึงผังการทำงาน การเข้าไปดูแล รวมถึงการขยายและการเจริญเติบโตของสวนสนุก ซึ่งในปัจจุบันผ่านมา 25 ปี การตกแต่งอาจทรุดโทรมไปบ้าง แต่งานออกแบบที่เป็นโครงสร้างเหล่านี้ยังคงเป็นสิ่งที่ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมอยู่

    2. สวนปทุมวนานุรักษ์

    เป็นสวนสาธารณะระดับประเทศโครงการล่าสุดของไทย บนพื้นที่ใจกลางมหานครกรุงเทพข้างเซ็นทรัลเวิร์ลด้วยมูลค่าพื้นที่สูงกว่าตารางวาละ 2 ล้านบาท แถมยังที่มีขนาดความกว้างถึง 10 ไร่

    สิ่งสำคัญของสวนปทุมวนานุรักษ์ไม่เพียงเป็นสวนสาธารณะใจกลางเมือง แต่ยังเป็น “สวนของพ่อ” เป็นสวนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งมีพระราชดำริที่จะเก็บพื้นที่นี้ไว้ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับคนไทย ที่จะได้ให้ประชาชนทุกคนทุกชนชั้นได้ใช้สวนนี้ในย่านที่มีแต่ศูนย์การค้าแน่นขนัด ภายในสวนปทุมวนานุรักษ์มีการออกแบบที่สะท้อนเรื่องราวของแนวคิดจากพระราชกรณียกิจต่างๆ ซึ่งคุณชัยรัตน์ได้กล่าวไว้ว่า ถ้าหากมองผ่านๆ อาจจะเป็นสวนสาธารณะธรรมดา แต่ถ้าหากสังเกตให้ดีและตั้งคำถามว่าออกแบบมุมต่างๆ จะพบคำตอบถึงแนวคิดของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้

    ปัจจุบันสวนปทุมวนานุรักษ์นั้นยังไม่เปิดให้บริการ มีแผนการเปิดปลายปีนี้

    3. พฤกษา อเวนิว (Pruksa Avenue)

    พอถึงข้อนี้คุณชัยรัตน์ชี้แจงด้วยความอารมณ์ดีว่าไม่ได้เลือก พฤกษา อเวนิว เพราะเป็นลูกค้า แต่ที่เลือกมาเพราะภูมิใจจริงๆ ซึ่ง พฤกษา อเวนิว นั้นเป็นโปรเจคที่รวมหลายโครงการเข้าด้วยการบนพื้นที่ส่วนกลางไม่รวมแต่ละโครงการถึง 400 ไร่ มีโครงการบ้านย่อยๆ หลายระดับอยู่ร่วมกันจำนวนมาก

    ความท้าทายของ พฤกษา อเวนิว คือการที่ต้องออกแบบให้ทั้งหมดออกมาเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกัน และที่สำคัญคือ ต้องออกแบบให้คนที่อยู่อาศัยแต่ละโครงการรู้สึกได้ว่าสิ่งที่ได้ไม่ใช่เพียงแค่โครงการเดียวที่เขาซื้อในนั้น แต่เขาได้มากกว่า ไม่ได้สวยเพียงแต่โครงการตัวเอง แต่สวยหมดเลย

    คอนเซ็ปต์สำคัญของการออกแบบ
    พฤกษา อเวนิว (Pruksa Avenue)

    กฏหมายการออกแบบโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปมีข้อกำหนดว่าจะต้องมีสวนสาธารณะปริมาณไม่น้อยกว่า 5% ของพื้นที่ขายโครงการ (แม้ว่าโครงการจะสร้างมากกว่านั้นอยู่แล้ว) โจทย์คือ จะทำอย่างไรที่จะให้คนที่อยู่ในโครงการนั้นได้มากกว่านั้นขีดจำกัดของโครงการเดียว

    ไอเดียการออกแบบภูมิสถาปัตย์จึงเป็นการนำพื้นที่สวนสาธารณะของแต่ละโครงการ มาเชื่อมต่อกับพื้นที่โครงการใหญ่ของ พฤกษา อเวนิว มาเชื่อมกับพื้นที่สวนของโครงการเล็ก ให้สามารถเชื่อมต่อกันได้ ซึ่งจะทำให้ลูกบ้านได้มากกว่าที่สามารถเป็นเจ้าของได้จากโครงการปกติ

    สิ่งที่ออกแบบไว้ให้เมื่อผู้อาศัยผ่านก้าวแรกเข้าในถึงใน พฤกษา อเวนิว จะรู้สึกปลอดภัย รู้สึกว่าเป็นที่ของเขา เป็นความรู้สึกว่าที่นี่เป็นที่ของเขาที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น และไม่ว่าเขาจะพาเพื่อนมาหรือจะพาใครมาก็ตาม เมื่อเข้ามาถึงโครงการแล้วจะต้องว้าว ให้รู้สึกให้ได้ว่า “โคตรน่าอยู่เลยอ่ะ”

    ภูมิสถาปัตย์มีผลทำให้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร

    คุณชัยรัตน์ ได้เปรียบเทียบให้เห็นระหว่างบ้านติดกัน 2 หลัง – หลังที่ 1 ไม่ดูแลพื้นที่รอบบ้าน วางกองหนังสือพิมพ์ ถังแก๊ส เทปูนทับพื้นที่รอบบ้าน กับหลังที่ 2 มีการตกแต่งสวนและพื้นที่รอบบ้านอย่างมีความสุข มีต้นไม้ให้ร่มเงา มีสวนเล็กๆ ภายในรั้วบ้าน

    สิ่งที่สะท้อนความคิดของบ้านหลังที่ 1 คือ เขาคิดว่า “บ้าน” ของเขาคือ พื้นที่เมื่อเขาผ่านเข้าไปในตัวอาคาร แต่สำหรับบ้านหลังที่ 2 “บ้าน” ของเขาคือพื้นที่ตั้งแต่เข้าไปในรั้วแล้ว ซึ่งสามารถที่จะใช้ทุกตารางเมตรได้อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผลมากที่สุด ไม่เฉพาะเพียงแค่วางของ แต่ความสุขจากการได้นั่งในสวน รดน้ำต้นไม้ เดินรื่นรมย์กับพื้นที่ทั้งหมด ถ้าหากคิดดูให้ดี นั่นก็คือสิ่งสำคัญที่จะให้ประโยชน์กับชีวิตได้แล้ว

    บ้านและโครงการต่างๆ ภายใน Pruksa Avenue 

    Extend The Idea

    ไอเดียการเปรียบเทียบทั้ง 2 บ้านกับบ้านหลังที่ 2 นั้นได้ถูกนำมาขยายสเกลจากบ้านตัวเอง กลายเป็นหมู่บ้านตัวเอง ซึ่งแทนที่เขาจะรู้สึกว่าโครงการของเขานั้นเริ่มต้นที่หมู่บ้านของตัวเอง แต่กลายเป็นความภูมิใจนั้นเขาจะได้รับตั้งแต่ก้าวแรกที่ขับรถเข้ามาในโครงการ Pruksa Avenue แล้ว

    พบโครงการ ภัสสร บางนา-วงแหวน โครงการแรกใน Pruksa Avenue บางนา พร้อมเปิดตัวสโมสรและบ้านโซนใหม่แบรนด์ภัสสร 4 ทำเล 4โครงการ ใน “สังคมที่พร้อม เพื่อทุกความสำเร็จ” วันที่ 24-25 พ.ย. 2561 ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษสูงสุด 800,000 บาท http://bit.ly/2wg6aSD

    คุณเองก็ช่วยออกแบบเมืองได้
    ไม่ว่าจะเป็นใครและอยู่ที่ไหน

    สุดท้ายข้อคิดเล็กๆ ที่ได้จากการพูดคุยกับคุณชัยรัตน์

    การดูแลพื้นที่ร่วมกันไม่ว่าเป็นพื้นที่ไหนในกรุงเทพก็ตาม ถ้าหากทุกโครงการ ทุกอาคารของเรา พื้นที่ที่อยู่ในการดูแล หรือแม้แต่บ้านของตัวเอง ถ้าทุกคนช่วยกันดูแลพื้นที่รอบอาคารไว้ดี มีต้นไม้เขียวขจี มีบรรยากาศที่ชวนมอง ร่มรื่นแล้ว พลังเล็กๆ ที่ทุกคนรวมกัน ย่อมจะส่งผลให้กรุงเทพหรือทุกพื้นที่ในประเทศไทยนั้นเป็นเมืองที่น่าอยู่มากขึ้นได้

    พออ่านจนถึงตรงนี้แล้ว ก็รู้สึกว่าอยากไปดูแลต้นไม้หน้าบ้านเลยทันที 😀

  • รีวิว Lamptan Smart Socket ปลั๊ก WIFI ที่เปลี่ยนอุปกรณ์เดิม ให้เปิดผ่านแอพมือถือและทำงานอัตโนมัติ

    รีวิว Lamptan Smart Socket ปลั๊ก WIFI ที่เปลี่ยนอุปกรณ์เดิม ให้เปิดผ่านแอพมือถือและทำงานอัตโนมัติ

    เมืองไทยปี 2018 นี้เริ่มเข้าสู่ความต้องการอุปกรณ์ Smart Home แต่อุปสรรค์คือ อุปกรณ์ส่วนใหญ่ในโลกยังเป็นเจนเนอเรชั่นเดิม อุปกรณ์ที่เพิ่มเติมความสามารถควบคุมผ่านแอพได้มีจำนวนน้อยมาก อีกทั้งยังทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอีกมาก วันนี้เราพอมีทางออกแล้ว วันนี้เราจะมารีวิวทดสอบอุปกรณ์ปลั๊ก WIFI ซึ่งเป็นปลั้กไฟอัจฉริยะของ Lamptan ตัวใหม่ชื่อ Smart Socket ที่จะมาช่วยเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าเดิมให้สามารถควบคุมการเปิด-ปิดผ่านแอพมือถือของเราจากที่ใดในโลกก็ได้ และยังมีความสามารถ Smart อีกเพียบ

    ปลั๊ก LAMPTAN Smart Socket แบบสรุป

    • ควบคุมการเปิดปิดไฟได้ผ่านแอพมือถือ รวมถึงการตั้งเวลาแบบละเอียด กี่รอบก็ได้ไม่จำกัด
    • ในตัวมีระบบ WIFI ที่ใช้ต่อเชื่อมอินเตอร์เน็ตผ่าน WIFI ในบ้าน เพื่อใช้ต่ออินเตอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้คุณควบคุมได้จากที่ใดในโลกก็ได้
    • ราคา 1,200 บาท มีให้เลือก 3 สี น้ำเงิน แดง และดำ ซื้อได้ที่ www.lamptan.co.th/smarthome (มีโปรของแถมด้วย)


    [divider]ปลั๊ก WIFI ที่เปลี่ยนอุปกรณ์เดิมสู่ Smart Home[/divider]

    ปลั๊กอัจฉริยะ Smart Socket
    จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นได้ยังไง

    ปลั๊ก WIFI ควบคุมผ่านมือถือ

    Lamptan Smart Socket สามารถควบคุมการเปิดปิดปลั้กไฟ WIFI นั้น ผ่านทางแอปพลิเคชันในมือถือได้ ซึ่งตัวมันเป็นอุปกรณ์ประเภท Internet of Things ที่สามารถจะสั่งเปิดปิดผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดในโลก สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ได้หลายรูปแบบ

    การตั้งเวลาได้ทุกรูปแบบ

     

    สมัยก่อนเราอาจเห็นปลั้กประเภทตั้งเวลาในการเปิดปิดได้ แต่ส่วนมากจะตั้งได้เพียงแค่ 1 เวลา เท่านั้น แต่ Lamptan Smart Socket นั้นสามารถตั้งเวลาได้ไม่จำกัดจำนวน และยังสามารถเลือกวัน จันทร์-อาทิตย์ ได้ด้วยว่า จะให้ทำงานเปิดปิดนี้ ในวันใด พอตั้งเวลาอิสระไม่จำกัด คุณอาจนำไปใช้เปิด-ปิดพัดลมระบายความร้อนที่ติดไว้ทุก 30 นาที ช่วงตอนกลางวัน เพื่อทำระบบลดความร้อนของบ้านแบบอัตโนมัติก็ได้

     

    สถิติข้อมูลการใช้งาน

    เราสามารถรู้ได้แบบทันที (real-time) ว่าในขณะนั้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊ก WIFI อยู่กินไฟมากแค่ไหน แล้วมีกราฟแสดงสถิติข้อมูลที่ผ่านมารายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน ทำให้สามารถวางแผนเพื่อประหยัดไฟฟ้าได้ดีมากขึ้น

    การทำซ้ำอย่างสะดวก (Mode)

    คุณจะสามารถเซฟโหมดที่ใช้บ่อยไว้ใช้ซ้ำได้ เช่น สร้างโหมด “อุ่นหม้อข้าวให้ลูกกลับจากเรียน ให้เปิด เวลา 17.00-18.00” เมื่อคุณนำ Smart Socket ไปเสียบหม้อหุงข้าวค้างไว้ เมื่อถึงเวลาที่ตั้งเวลาไว้ หม้อหุงข้าวก็จะเปิดเองตอนเวลา 17.00 และปิดไฟเองตอน 18.00 ความสะดวกคือ เมื่อคุณต้องการใช้โหมดนี้ซ้ำ คุณสามารถกดเลือกใช้เพียง 1 ครั้ง

    นับถอยหลังเพื่อเปิดปิด (Countdown)

    โหมดนี้จะใช้สะดวกมากเมื่อประมาณเวลาให้ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ เช่น เสียบสายชาร์จมือถือก่อนนอน ปกติใช้เวลา 2 ชั่วโมงก็จะเต็ม 100% คุณไม่จำเป็นให้มือถือต้องแช่ไฟชาร์จค้างไว้อีกทั้งคืน นอกจากทำให้แบตเสื่อมง่ายขึ้น ยังเสี่ยงต่อการระเบิดของแบตเตอรี่อีกด้วย ที่ Smart Socket คุณอาจตั้งเวลาไว้ให้ปิดไฟหลังจากนี้ 3 ชั่วโมงก็ได้ เพื่อให้ตัดไฟหลังเวลาที่แบตเตอรี่เต็มแล้ว หรือสำหรับตากล้องและคนที่ต้องใช้ถ่านชาร์จยิ่งดี ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้ดี

    ตั้งชื่อปลั้กเอง แยกห้อง เตือนเมื่อทำงาน แชร์กันในครอบครัว

    คุณสามารถที่จะรู้ได้ด้วย notification มาที่มือถือเมื่อมีการทำงาน การตั้งชื่อแยกไว้ทำให้คุณรู้ได้ทันทีว่าปลั๊กไฟ Smart Socket ตัวไหน เช่น “พัดลมหมา” “หม้อหุงข้าว” “ไฟหน้าบ้าน” จะช่วยให้ง่ายต่อการรู้ว่าเป็นอุปกรณ์ไหน และคนในบ้านก็สามารถโหลดแอพ LAMPTAN HOME มาใช้ร่วมกันได้ด้วย

    ชุดคำสั่งทำงานพร้อมอุปกรณ์อื่น (Scene)

    โหมดนี้จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบชุดคำสั่งอุปกรณ์ได้มากกว่า 1 ตัว เช่นการสั่งเปิดปิดกับ Smart Socket ตัวอื่นๆ และสามารถทำได้ครอบคลุมถึงอุปกรณ์ Smart Home อื่นๆ ของ Lamptan ด้วย เช่น กล้องวงจรปิด และระบบรักษาความปลอดภัยในบ้าน เครื่องปิดผ้าม่าน รีโมทเปิดอุปกรณ์ต่างๆ

    ยกตัวอย่างเช่น Scene “ออกจากบ้านตอนมืด” คุณอาจสั่งปลั๊ก Smart Socket ทุกตัวปิดพร้อมกัน + เปลี่ยนระบบรักษาความปลอดภัยเป็นโหมด Away + ปิดแอร์ (ผ่าน Smart Remote) + เปิดไฟหน้าบ้าน

    หรือว่าตั้ง Scene “เปิดบ้านตอนเย็น” ให้ ปิดแอร์ (ผ่าน Smart Remote) + เปิดผ้าม่าน + เปิดพัดลม (Smart Socket) ตั้งเวลาให้ทำงานทุกวันตอน 17.30 น เป็นต้น

    การนำไปประยุกต์ใช้แบบ Advance
    ทำระบบระบายความร้อนในบ้านอัตโนมัติ

    ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างการนำไปใช้แทน ระบบบ้านหายใจได้ โดยปกติระบบนี้จะใช้ Solar Cell เพื่อทำงานระบายความร้อนของบ้านด้วยพลังงานจากแสงแดดในเวลากลางวัน แต่จุดอ่อนของระบบนี้อยู่ที่ต้นทุนแพงของระบบ Solar Cell จึงทำให้ระบบนี้มีการขายอยู่ที่ราคาเป็นแสน แต่ถ้าหากเราเปลี่ยนมาใช้ไฟบ้านแทน Solar Cell ผสมกับการตั้งเวลาของ Smart Socket จะช่วยให้ลดต้นทุนได้มาก อีกทั้งกำลังไฟที่ใช้นั้นไม่ได้เยอะจนถึงขั้นควรลงทุน Solar Cell

    อุปกรณ์ที่ใช้ 

    • พัดลมระบายอากาศ ติดเพดานยี่ห้อใดก็ได้ที่ป้องกันลมไหลย้อนกลับ เช่น Hatari, Panasonic, Mitsubishi
    • ปลั๊ก Smart Socket

    ปกติความร้อนของบ้านจะถูกเก็บไว้บนสามเหลี่ยมหน้าจั่วมากที่สุด เนื่องจากใกล้การรับความร้อนจากกระเบื้องหลังคา และความร้อนจะลอยขึ้นที่สูงทำให้ใต้หลังคาเป็นจุดสะสมความร้อนเยอะที่สุดของบ้าน ถ้าหากเราติดพัดลมระบายอากาศเพื่อดูดอากาศจากในบ้านไประบายที่ใต้หลังคา นอกจากจะเป็นการทำให้อากาศในบ้านหมุนเวียนแล้ว ยังทำให้ลมจากพัดลมระบายอากาศไปเร่งการไล่อากาศร้อนที่สะสมไว้ใต้หลังคา ได้ระบายออกตามริมขอบหลังคาได้อีกด้วย

    การใช้ Smart Socket จะช่วยให้

    • Notification คุณเห็นแจ้งเตือนทุกครั้งที่ระบบทำงาน
    • Advance Schedule สามารถตั้งเวลาให้ระบายอากาศได้ในตอนกลางวันที่บ้านมีการสะสมความร้อน เช่น ให้ทำงานทุกวันเวลา 11.00-11.30, 12.30-13.00, 14.30-15.00 ด้วย Smart Socket ทำให้เราตั้งเวลาได้อย่างละเอียดหลายช่วงเวลา และเปลี่ยนการตั้งเวลาเมื่อใดก็ได้ผ่านทางมือถือ
    • Active on Demand : เปิด-ปิดด้วยตัวเองเมื่อไหร่ก็ได้อีกผ่านมือถือ
    • Manual Switch : กดสวิทที่ปลั้กเพื่อเปิดปิดแบบ manual โดยไม่ต้องถอดปลั๊กอีก แต่กรณีนี้จะต้องติด Smart Socket ในตำแหน่งที่เอื้อมมือถึง
    • Power Consumption : คุณจะรู้พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ทุกครั้ง และการเปลี่ยนแปลงของพลังไฟฟ้าที่เยอะขึ้น ช่วยให้คุณสามารถมอนิเตอร์อายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระยะยาวได้อีกด้วย

    เพียงเท่านี้ ท่านจะได้บ้านลดความร้อนแบบ Smart Home ที่ใช้งานได้ประโยชน์มาก

    หลังจากการทดสอบ
    LAMPTAN Smart Socket

    • Lamptan Smart Socket ตอนนี้มี 3 สี สีน้ำเงิน สีแดง และสีดำ
    • มีสวิทช์เปิดปิดด้วยการกดบนหัวปลั๊ก 1 ปุ่ม สะดวกเมื่อขี้เกียจเข้าแอพเพื่อเปิดปิด (ชอบ)
    • ภายในมีระบบ WiFi และจำเป็นต้องเชื่อมต่อ WiFi ที่มีอินเตอร์เน็ตใช้งาน
    • ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้ Fix IP เหมือนกล้องวงจรปิดระบบเก่า เพียงแค่ Smart Socket ต่อ Wifi ที่มีอินเตอร์เน็ตได้ ก็ควบคุมจากที่ไหนในโลกก็ได้ (ทันสมัย)
    • รองรับไฟฟ้า Max Output 240v, 10a แปลว่ารับได้ 2,400 Watt ถือว่าจำนวนมากพอที่จะเดินสายไฟต่อหลอดไฟ LED 9 Watt ได้ถึง 260 หลอด ที่จะเปิดปิดในเวลาเดียวกัน (คอมพิวเตอร์ iMac จอ 27 นิ้ว หนึ่งเครื่องใช้ไฟประมาณ 250-300 Watt) ทั้งนี้ ยังไม่มีการทดสอบการโหลดไฟฟ้าจำนวนมาก ดังนั้น ผู้ใช้อาจรักษาความปลอดภัยจากการเสียบแช่ไว้ตลอด ด้วยการใช้ 1 ปลั๊ก ต่อ 1 อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือควบคุมกำลังไฟไว้ก่อน
    • ปลั๊กไม่กันน้ำและเขียนไว้ว่าใช้สำหรับภายในเท่านั้น Indoor Only
    • ปลั๊กเป็นแบบแบน ถ้าอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นแบบขาปลั๊กกลม ต้องนำไปเสียบตัวแปลงก่อน (จุดสังเกตก่อนซื้อ)​

    ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดที่ปลั๊กตัวนี้นำเสนอมา ค่อนข้างให้ประโยชน์สูงและนำไปประยุกต์การใช้งานได้หลากหลายมาก ถ้าหากสนใจ ตอนนี้คุณสามารถหาซื้อได้สะดวกที่ www.lamptan.co.th/smarthome ในราคาตัวละ 1,200 บาท (ดูโปรของแถมบนเว็บ)

    [button color=”red” size=”big” alignment=”center” rel=”nofollow” openin=”newwindow” url=”http://www.lamptan.co.th/smarthome”]ซื้อสินค้าและดู Smart Home ตัวอื่นๆ[/button]