Tag: Cafe คาเฟ่

  • 8 คาเฟ่แนวคิดใหม่ใกล้ธรรมชาติ ย่าน “จตุโชติ” ชาร์จพลังในพื้นที่สีเขียวได้ทุกวัน

    8 คาเฟ่แนวคิดใหม่ใกล้ธรรมชาติ ย่าน “จตุโชติ” ชาร์จพลังในพื้นที่สีเขียวได้ทุกวัน

    ท่ามกลางความวุ่นวายของกรุงเทพ ย่านจตุโชติกลับเป็นโอเอซิสที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวให้คุณได้พักผ่อน แถวนี้มีทุกอย่างตั้งแต่ร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งช็อปปิ้ง ไปจนถึงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่จะทำให้คุณหลีกหนีจากชีวิตที่เร่งรีบในเมืองใหญ่ และสัมผัสกับช่วงเวลาพิเศษที่จะชาร์จพลังให้ชีวิต

    วันนี้ iURBAN ขอพาคุณไปรู้จักกับ 8 คาเฟ่ Mood & Feel ธรรมชาติในย่านจตุโชติ ที่แต่ละแห่งมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเหมาะสำหรับการพักผ่อนในวันหยุด 

    คุณสามารถนั่งจิบกาแฟท่ามกลางต้นไม้เขียวขจี อ่านหนังสือเล่มโปรดในมุมเงียบสงบ หรือสร้างประสบการณ์ดีๆ กับคนพิเศษ ไม่ว่าจะมากับเพื่อนฝูง ครอบครัว คนรู้ใจ หรือแม้แต่มาคนเดียวก็สามารถเพลิดเพลินได้

    อนาพนา จตุโชติ

    โปรเจคบ้านเดี่ยวหรูคอนเซ็ปต์ Modern Tropical Life จาก ‘สัมมากร’ ดีไซน์ใหม่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สัมผัสชีวิตแนบชิดธรรมชาติ 🎉 Pre-Sale ครั้งแรก 15 – 16 มิ.ย. 67 นี้ 🎉 จับจองเป็นเจ้าของก่อนใครและลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่นี่

    อย่าพลาด! โอกาสจับจองชมโครงการบ้านเดี่ยวหรู ‘อนาพนา จตุโชติ’ ที่มาพร้อมกับการใช้ชีวิตในบรรยากาศธรรมชาติอันเงียบสงบ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พบกับบ้านที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมทั้งสัมผัสกับเสน่ห์ของย่านจตุโชติที่รวมเอาความสุขและการพักผ่อนไว้ในที่เดียว!

    สำรวจ 8 คาเฟ่ใกล้ชิดธรรมชาติในย่านจตุโชติ ทำเลศักยภาพที่รวมความสงบและความสวยงามของธรรมชาติอย่างลงตัว ทุกวันของคุณจะเป็นวันพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบด้วยคาเฟ่สุดชิคที่กระจายตัวอยู่รอบๆ พื้นที่สีเขียวแห่งนี้

    1. Swai Cafe ชมฝูงห่านที่คาเฟ่กลางไร่ออแกนิค

    ซ่อนตัวอยู่ในมุมธรรมชาติอันร่มรื่น ท่ามกลางไร่ออแกนิคขนาดใหญ่ เมื่อก้าวเข้าสู่ Swai Cafe คุณจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย คาเฟ่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติของท้องทุ่งสีเขียวขจี ฝูงห่านและเป็ดน้อยๆ ที่เดินเล่นไปมาเพิ่มความเพลิดเพลินในการเยี่ยมชมคาเฟ่นี้

    ที่นี่มีเมนูเครื่องดื่มหลายหลายพร้อมขนมโฮมเมด ที่ห้ามพลาดคือ “น้ำส้มคั้นสด” รสชาติอร่อย เปรี้ยวหวานสดชื่นกำลังดี ราคาเพียงแก้วละ 50 บาท เหมาะสำหรับการดับกระหายและเติมความสดชื่นในวันที่อากาศร้อน

    ที่นี่ยังมีกิจกรรมสนุกสนานสำหรับเด็กๆ ด้วยมุมวาดภาพระบายสี อยู่ถัดไปอีกอาคารในไร่ เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ปลดปล่อยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระ สร้างช่วงเวลาแห่งความสุขและความทรงจำดีๆ นอกจากนี้ยังมีสินค้าออแกนิคหลากหลายให้เลือกซื้อ ทั้งไข่ ผัก และผลไม้สดๆ จากฟาร์ม คุณสามารถเลือกซื้อกลับบ้านไปเพื่อความอร่อยและสุขภาพที่ดี

    สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าได้ในพื้นที่ Outdoor

    2. Until Today Coffee: พักผ่อนในพนาไพรใจกลางเมือง

    เมื่อคุณก้าวเข้าสู่ Until Today Coffee ความธรรมดาของภายนอกจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลังทันที คาเฟ่และร้านอาหารนี้ซ่อนความสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อภายใน ด้วยพื้นที่สีเขียวของป่าสไตล์ Tropical Rainforest ราว 70% ของพื้นที่ทั้งหมด น้ำตกเล็กๆ ที่ส่งเสียงให้ผ่อนคลายแบบ ASMR และบ่อน้ำเลี้ยงปลาคาร์ฟที่แหวกว่ายไปมา ทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์เล็กๆ กลางย่านจตุโชติ

    สำหรับคนที่หลงใหลในบรรยากาศป่าสีเขียวแต่ไม่อยากเดินทางไกล Untill Today Coffee เป็นจุดหมายที่สมบูรณ์แบบ ความร่มรื่นของต้นไม้และการผลิตออกซิเจนรวมกับไอน้ำ ทำให้พื้นที่นอกห้องแอร์ก็นั่งสบายแม้ในช่วงกลางวัน ร้านนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนสมองและสายตา มองไปที่ความเขียวขจีของธรรมชาติที่ล้อมรอบอยู่

    อาหารและเครื่องดื่มก็ไม่น้อยหน้า เริ่มต้นไม่ถึง 100 บาท มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่กาแฟหอมกรุ่น ชาเย็นสดชื่น ไปจนถึงอาหารจานหลักที่อร่อยทุกคำ

    Until Today Coffee ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและเพลิดเพลินกับบรรยากาศธรรมชาติ แต่ยังเป็นแหล่งรวมของความอร่อยและความสดชื่นที่คุ้มค่ากับการมาเยือน มาสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าจดจำนี้ได้ที่ Until Today Coffee แล้วคุณจะพบว่าที่นี่เป็นหนึ่งใน Natural Cafe ที่สวยงามของกรุงเทพฯ

    สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าได้ในพื้นที่ Outdoor

    3. Vintique Cafe and Lifestyle: คาเฟ่วิวนา พักสายตาจากมหานคร

    Vintique Cafe and Lifestyle เปลี่ยนทุกวันที่วุ่นวายของคุณให้เหมือนการพักผ่อนต่างจังหวัด ด้วยบรรยากาศสุดธรรมชาติและวิวไร่นาข้าวของแท้ที่เปิดกว้างจนสุดสายตา

    (* ขวาบนภาพจากทางร้าน )

    ที่ Vintique Cafe คุณสามารถเลือกนั่งในโซนห้องแอร์ที่เย็นสบาย หรือโซนด้านนอกที่รับลมธรรมชาติเหมือนไปเที่ยวเขาใหญ่ มีมุมเปลญวนและที่นั่งสุดชิล เหมาะสำหรับการนั่งจิบเครื่องดื่มและอ่านหนังสือในพื้นที่ Outdoor แม้ตอนกลางวันมีร่มไม่ร้อนและมีลมเย็นสบายให้นั่งได้ชิลๆ ทั้งยังมีบาร์เครื่องดื่มที่สามารถเสิร์ฟเบียร์เพิ่มผ่อนคลายให้กับผู้มาเยือน

    ร้านยังมีการตกแต่งสวนสวยงามและสะอาด มีทั้งมุมใกล้การบริการหรืออยากไปนั่งปลีกวิเวกเป็นส่วนตัว เจ้าของร้านเป็นกันเองและให้บริการอย่างอบอุ่น เมนูอาหารที่ Vintique Cafe นั้นอร่อยและคุ้มค่า อาหารจานใหญ่สมราคาที่จ่าย ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรือหวาน งานเค้กที่นี่ก็อร่อยไม่หวานมาก ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับทุกเมนูได้อย่างเต็มที่

    Vintique Cafe and Lifestyle ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและดื่มด่ำกับธรรมชาติ แต่ยังเป็นสถานที่ที่สามารถสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจได้ทุกครั้งที่มาเยือน

    สัตว์เลี้ยงไม่สามารถเข้าได้

    4. Tarine: รสชาติคุณภาพกับร้านสไตล์ Modern Garden

    Tarine คือคาเฟ่และร้านอาหารที่ทันสมัยและมีสไตล์ด้วยการออกแบบแบบ Modern Garden ที่นี่โดดเด่นในเรื่องอาหารคุณภาพเยี่ยม เพราะเป็นธุรกิจในเครือของบริษัทขายส่งวัตถุดิบอาหาร ทำให้ทุกเมนูที่เสิร์ฟที่นี่สดใหม่และสะอาดเสมอ เมื่อผสมผสานกับการปรุงอาหารที่มีฝีมือ ทุกจานจึงกลายเป็นงานศิลป์ที่ประทับใจ

    พื้นที่ใน Tarine ถูกออกแบบมาให้ทุกการนั่งรับประทานอาหารเป็นประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ ไม่ว่าจะมาเพียงคนเดียวหรือมาเป็นกลุ่มใหญ่ ภายในร้านมีการจัดโซนที่นั่งหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่โต๊ะเดี่ยวสำหรับผู้ที่ต้องการเวลาส่วนตัว ไปจนถึงห้องส่วนตัวที่สามารถรองรับหมู่คณะได้อย่างสบาย

    การบริการที่รวดเร็วผ่านพนักงานที่นี่มีจำนวนมากและให้บริการอย่างดีเยี่ยม ทุกคนมีความใส่ใจและพร้อมที่จะช่วยเหลือในทุกๆ ความต้องการของลูกค้า

    หลังร้าน Tarine มีสวนที่ร่มรื่น เป็นมุมที่เหมาะสำหรับการผ่อนคลาย มีโต๊ะที่นั่งกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ในสวนนี้ยังมีมุมเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับครอบครัว

    ทั้งหมดนี้ทำให้ Tarine เป็นมากกว่าคาเฟ่และร้านอาหารทั่วไป เป็นสถานที่ที่ผสมผสานความโมเดิร์นกับความสะดวกสบายและการบริการที่ดีเยี่ยม เป็นที่ที่คุณสามารถมาใช้เวลาคุณภาพกับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงได้อย่างเต็มที่

    สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าได้ในพื้นที่ Outdoor

    อนาพนา จตุโชติ

    โครงการ “อนาพนา จตุโชติ” ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และเงียบสงบ ผสมผสานความงดงามของธรรมชาติกับการออกแบบที่ทันสมัยในคอนเซ็ปต์ Modern Tropical Life ที่ทำให้รู้สึกเหมือนถูกโอบกอดด้วยธรรมชาติตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่พื้นที่

    โครงการนี้พัฒนาโดยบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างบ้านจากการเข้าใจพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย เพื่อมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับและมีความสุขในทุก ๆ วัน และเป็น ‘บ้านที่หลับสบาย’ ของทุกคน

    ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบายและรายล้อมด้วยคาเฟ่บรรยากาศธรรมชาติ “อนาพนา จตุโชติ” มอบทั้งความสบายและความเป็นส่วนตัว ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและการใช้ชีวิตในแบบที่คุณต้องการ

    FACILITIES & ENVIRONMENT

    การออกแบบที่ลงตัวของ “อนาพนา จตุโชติ” ไม่ได้เน้นเพียงแค่ความงามของสถาปัตยกรรม แต่ยังใส่ใจในรายละเอียดเพื่อให้ผู้พักอาศัยได้สัมผัสกับธรรมชาติและความสงบสุขในทุกวัน ด้วยพื้นที่สีเขียวที่กระจายอยู่ทั่วโครงการ โครงการนี้จึงเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและสถานที่พักผ่อนที่ลงตัวสำหรับทุกคนในครอบครัว

    พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ “อนาพนา จตุโชติ” ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว ล้อมรอบด้วยต้นไม้เขียวขจี การดีไซน์ภายในของที่นี่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘Element of Earth’ โดยดึงเอาลักษณะคู่สีและความงามจากธรรมชาติมาเป็นองค์ประกอบในการตกแต่งจากภายนอกสู่ภายใน เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ พื้นที่ถูกจัดสรรให้มีการไหลเวียนของแสงและลมธรรมชาติ ทำให้มีความโปร่งโล่งและสดชื่น เสริมสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว ทั้งหมดนี้เพื่อให้ทุกวันของคุณเป็นวันพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

    ในส่วนของ Clubhouse ที่นี่โดดเด่นด้วยเส้นโค้งที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ช่วยสร้างความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ
    นอกจากนี้ยังใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์จาก Solar Cell ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตในบ้านที่ใส่ใจทั้งความสุขของผู้อยู่อาศัยไปพร้อมๆ กับความยั่งยืนของธรรมชาติด้วยเช่นกัน

    HOME DESIGN

    บ้านในโครงการ “อนาพนา จตุโชติ” ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นความโปร่งสบายและการรับแสงธรรมชาติ ห้องนั่งเล่นจะเป็น Double Volume สูง 6 เมตร ทุกแบบบ้าน พร้อมช่องแสงทำให้บ้านสว่างและรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ การออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียด เช่น การเพิ่มระแนงลายฉลุในห้องนอน เพื่อความเป็นส่วนตัวและความสวยงาม

    ภายในบ้านใช้สีที่ปลอดภัย มีนวัตกรรมและได้รับการรับรองจาก Greenguard Gold สามารถเข้าอยู่ได้ทันทีหลังทาสี ซึ่งช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมั่นใจในความปลอดภัยและสุขภาพที่ดี ทั้งยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยฟอกอากาศและยับยั้งเชื้อโรค ทำให้บ้านเป็นพื้นที่ที่สะอาดและปลอดภัย

    เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ โครงการยังได้ออกแบบช่องรับพัสดุอย่างเป็นสัดส่วน ทำให้การรับพัสดุสะดวกและปลอดภัย แม้เจ้าของบ้านจะไม่อยู่บ้านในขณะนั้น ทุกองค์ประกอบถูกคิดมาอย่างดีเพื่อให้คุณและครอบครัวสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายและมีความสุขในทุกๆ วัน

    อย่าพลาดโอกาสเยี่ยมชมในรอบ Pre-sale 15 – 16 มิ.ย. 67 นี้
    สัมผัสการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในบรรยากาศธรรมชาติที่คุณจะหลงรักได้ที่ “อนาพนา จตุโชติ” by สัมมากร

    5. Café de Thyme: พักผ่อนอย่างมีสไตล์ในคาเฟ่บรรยากาศยุโรป

    Café de Thyme เป็นคาเฟ่ขนาดเล็กที่น่ารักและมีเสน่ห์เฉพาะตัว เมื่อก้าวเข้ามาในร้านคุณจะรู้สึกเหมือนได้หลบหนีจากความวุ่นวายของเมืองหลวงไปพักผ่อนในมุมสงบของยุโรป บรรยากาศภายในร้านได้รับการออกแบบให้ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเอง ด้วยการจัดแสงที่นุ่มนวลและการตกแต่งที่ Cozy ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและใช้เวลาเป็นส่วนตัว

    ที่ Café de Thyme ความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดคือสิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นเค้ก ขนม เบเกอรี่ หรือเครื่องดื่ม ทุกเมนูได้รับการออกแบบและทำอย่างละเอียดลออ ครัวแบบกระจกใสที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ชมการทำงานของเชฟและบาริสต้า เป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันถึงความสะอาดและความใส่ใจในทุกขั้นตอนการทำอาหาร

    บรรยากาศที่ดิมแสงภายในร้านไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังสร้างมุมถ่ายรูปที่สวยงาม แสงไฟที่อ่อนโยนทำให้ทุกภาพถ่ายออกมาดูดี เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่รักการถ่ายรูปและแชร์ช่วงเวลาพิเศษบนโซเชียลมีเดีย

    Café de Thyme ไม่ใช่เพียงคาเฟ่ที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มอร่อย ๆ แต่ยังเป็นสถานที่ที่คุณสามารถใช้เวลาในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่างและเพิ่มความทรงจำดีๆ ให้กับชีวิตประจำวันของคุณ

    สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าได้ในพื้นที่ Indoor ได้ในวันที่ลูกค้าน้อย วันที่คนแน่นต้องใช้โต๊ะ Outdoor

    6. Rinji Bean & Brew Cafe: ยกญี่ปุ่นมาไว้ที่จตุโชติ

    เมื่อก้าวเข้ามาใน Rinji Bean & Brew Cafe คุณจะรู้สึกเหมือนเดินทะลุประตูโดราเอมอนไปอยู่ในประเทศญี่ปุ่นจริงๆ ทุกมุมตั้งแต่นอกร้านเต็มไปด้วยบรรยากาศญี่ปุ่น ตั้งแต่ถนน ป้ายจราจร จุดรอรถ พื้นที่แบ่งเป็น 2 โซน คาเฟ่ด้านหน้าและร้านอาหารด้านหลัง ที่ให้ความรู้สึกคล้ายปราสาทโบราณหลังใหญ่ที่ทำออกมาได้อย่างน่าทึ่ง

    Rinji Bean & Brew Cafe มีจุดถ่ายรูปสวยมากมาย ทั้งสวนญี่ปุ่นด้านใน หรือมุมร้านที่ออกแบบด้วยสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ทุกๆ มุมของร้านเหมาะสำหรับการถ่ายรูปและแชร์บนโซเชียลมีเดีย
    นอกจากการตกแต่งที่โดดเด่นแล้ว เมนูเครื่องดื่มและอาหารของ Rinji Bean & Brew Cafe ก็ไม่แพ้กัน กาแฟที่นี่มีรสชาติหอมกรุ่นและเข้มข้นเป็นพิเศษ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบชา ทางร้านมีชายูซุและชาเขียวพรีเมี่ยมที่เข้มข้นตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ซึ่งสามารถเติมเต็มประสบการณ์การดื่มด่ำกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    Rinji Bean & Brew Cafe จึงเป็นสถานที่ที่คุณสามารถมาสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่ มาลองสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าประทับใจที่ Rinji Bean & Brew Cafe แล้วคุณจะพบว่าที่นี่คือมุมหนึ่งของญี่ปุ่นที่ซ่อนอยู่ในจตุโชติ
    สัตว์เลี้ยงไม่สามารถเข้า Indoor และสวนได้

    7. Curious Cafe: คาเฟ่ที่สงบพอจะนั่งทำงานในบรรยากาศชิลๆ

    ด้วยสไตล์ Co-Working Space Cafe ที่มอบบรรยากาศสงบและมีสมาธิ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปลีกตัวมานั่งทำงานในคาเฟ่ การออกแบบร้านในสไตล์ modern-minimal ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่มีสไตล์ ทั้งยังมีฟังก์ชันครบครันสำหรับการทำงานเป็นเวลานานๆ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะและเก้าอี้ที่สะดวกสบาย การจัดแสงที่เหมาะสม และห้องน้ำที่สะอาด ทำให้ผู้มาใช้บริการสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่

    เครื่องดื่มที่ Curious Cafe เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่ควรพลาด ทุกแก้วถูกทำอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มพิเศษอื่นๆ นอกจากนี้ เมนูอาหารของที่นี่ยังอร่อยและน่าสนใจ โดยเฉพาะเมนูสปาเก็ตตี้ที่มีให้เลือกหลากหลาย สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าทุกคนที่ได้ลิ้มลอง

    ที่นี่ตั้งอยู่ข้างกับร้าน Car Detailing คุณภาพสูง ทำให้เป็นสถานที่สะดวกสบายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการนำรถมาล้างหรือเคลือบ คุณสามารถใช้เวลารอในคาเฟ่ที่สงบเงียบนี้ นั่งทำงานหรือผ่อนคลายกับเครื่องดื่มและอาหารอร่อยๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา
    Curious Cafe ไม่ได้เป็นเพียงคาเฟ่ธรรมดา แต่เป็นสถานที่ที่รวมความเงียบสงบ การตกแต่งที่ทันสมัย และบริการที่ครบครันเอาไว้ ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับทั้งการทำงานและการพักผ่อน
    สัตว์เลี้ยงสามารถเข้า Indoor ได้ แต่ต้องอยู่ดูแลให้ไม่เดินรบกวนลูกค้าท่านอื่น

    8. 77 Cottage: คาเฟ่น่ารักที่ออกแบบต้อนรับสัตว์เลี้ยง

    77 Cottage คือคาเฟ่ที่เป็นจุดเซฟสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ที่นี่จะพบกับบรรยากาศสบายๆ ที่เป็นกันเอง สไตล์การตกแต่งของร้านเรียบง่ายแต่น่านั่ง น้องหมาแมวสามารถอยู่ในห้องแอร์ด้วยกันได้ทุกโต๊ะ ถึงแบบนั้นทางร้านได้จัดพื้นที่แบ่งสัดส่วนการใช้งานออกเป็นโซนๆ หลายมุม และยังมีโต๊ะนั่งแบบยกระดับที่เหมาะกับการนั่งพักผ่อนพร้อมกับน้องหมาแมวคู่ใจ

    หลังร้านมี Mini Garden แบบปิด เป็นพื้นที่สำหรับปล่อยให้น้องๆ ออกไปเดินเล่นหรือทำธุระได้อย่างปลอดภัยให้สำรวจพื้นที่และผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ 77 Cottage ยังมีห้องสำหรับจัด Private Party เหมาะสำหรับการจัดงานเลี้ยงหรือสังสรรค์ในบรรยากาศส่วนตัว

    ขนมและเครื่องดื่มของ 77 Cottage ก็ไม่แพ้ใคร ทุกเมนูได้รับการทำอย่างพิถีพิถันและมีรสชาติอร่อย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟหอมกรุ่น ขนมเค้กหวานนุ่ม หรือเบเกอรี่สดใหม่ ทุกอย่างถูกจัดเตรียมมาอย่างดีเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุด สำหรับ Pet Family ร้านนี้จะเป็นอีกที่ใกล้บ้านที่สามารถมาใช้เวลาพักผ่อนร่วมกันได้อย่างเต็มที่
    สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าได้ทั้ง Indoor และ Outdoor


    จากทำเลที่น่าอยู่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สัมผัสการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในบรรยากาศธรรมชาติที่คุณจะหลงรักได้ที่ “อนาพนา จตุโชติ” by สัมมากร 

  • 14 คาเฟ่ดี-โลเคชั่นเด็ด สะพานควาย ทำเลน่าอยู่ของเจนทำงาน

    14 คาเฟ่ดี-โลเคชั่นเด็ด สะพานควาย ทำเลน่าอยู่ของเจนทำงาน

    ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา สะพายควาย เป็นหนึ่งในทำเลที่มีคน Office-Generation อยู่จำนวนมาก ตั้งแต่มีรถไฟฟ้า BTS สายแรกทำเลสะพานควายก็มีความสำคัญขึ้น ยิ่งหลังจากรถไฟฟ้าเจนใหม่ในกรุงเทพเกิดขึ้นหลายสาย ก็จะยิ่งชัดว่าทำเลที่เจริญและเติบโตเร็วยังยิ่งกลายเป็นทำเลรถไฟฟ้า BTS สายแรกก่อนการขยาย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นสะพานควายที่ BTS วิ่งไปสุด ณ​ สถานีจตุจักร

    สะพานควาย อาจไม่ได้เป็นตัวเมืองชั้นในอย่างสยาม สีลม ราชเทวี แต่ก็เป็นพื้นที่ในเขต urban area ที่บุคลิกของสะพานควายเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากสำหรับคนวัยทำงาน-ทำธุรกิจ

    Street Food
    x
    Office Lifestyle

    เมื่อก่อนสะพานควายขึ้นชื่อเรื่อง street food กลางคืน ตั้งแต่ราชเทวีไล่ไปจนถึงวิภาวดี ยังหาแหล่งกินข้างทางที่มาแล้วจบอย่างสะพานควายไม่ค่อยมี สะพานควายมีร้านที่เปิดกลางคืนเยอะแถมยังอร่อยหลายร้าน ถ้าเป็นฝั่งสุขุมวิทก็คล้ายซอยสุขุมวิท 38 ที่เพิ่งโดนไล่ที่ออกปีที่แล้วนี่เอง (ยังมีสตอรี่อยู่ในสารคดี Street Food บน Netflix อยู่เลย)

    Street Food เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนถึง Office Area ได้ตรงเพราะ

    • พื้นที่ที่เน้นที่อยู่อาศัย (ธุรกิจน้อย) คนจะกินข้าวที่บ้านมากกว่า
    • พื้นที่ค่าครองชีพสูง = จะเป็น Restaurant & Cafe แทน
    • Night Street Food = คนกิน 2 กลุ่มหลัก คนทำงานดึกกับคนเที่ยวดึก
    • ต้องเป็นทำเลมี traffic ประจำถึงมีร้าน street food จำนวนมาก ส่งผลให้โอกาสเติบโตของทำเลมีมากขึ้น

    แถมสะพานควายยังมี Big-C ใหญ่ ไว้ซื้อของสด-ของใช้เข้าคอนโดก็มีโปรโมชั่นมาตลอด เหล่านี้ทำให้สะพานควายเป็นจุดที่มีความพร้อมสำหรับเจนเนเรชั่นคนทำงานมาก เป็น Urban Space ที่คนสามารถทั้งทำงานและใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างลงตัว ในขณะที่ขึ้นรถไฟฟ้าแป๊บเดียวก็ถึง CBD ย่านสีลม สาทร ราชเทวี

    Creative Extend

    เดี๋ยวนี้สะพานควาย ไม่ได้มีแค่ street food แต่มีกองทัพร้านชิคๆ โมเดิร์นมาเปิดจำนวนมาก ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ โฮสเทลเกิดมากขึ้น มีแหล่งช้อปปิ้งเกิดใหม่ Co-Working Space และร้านสังสรรค์ที่ครีเอทีฟมากขึ้น แต่ละร้านก็ unique มีไอเดียที่น่าสนใจ อาทิ

    1. Hwantsu Cafe (หวานซึ)

    คาเฟ่ปลายสะพานข้ามแยกสะพานควายที่ถูก Hide ความครีเอทีฟเอาไว้ ชั้น 1 เปิดเป็นคาเฟ่เล็กๆ ที่บางคนอาจเข้ามาออเดอร์เครื่องดื่มแล้วจากไป แต่จะน่าเสียดายมากหากไม่ได้ขึ้นไปชั้น 2 ของ HWANSU (หวาน-ซึ) ที่ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น

    จากความครีเอทีฟของเจ้าของที่เคยไปอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นมาหลายปี จนกลับมาพัฒนาคาเฟ่แห่งนี้ให้ลุคครีเอทีฟในสไตล์ญี่ปุ่น ชั้น 2 นั้นตกแต่งเหมือนบ้านที่แสนอบอุ่น แยกทั้งโซนครัวที่จะอบขนมและทำอาหารเสิร์ฟให้ทานกันร้อนๆ ทุกวัน ยังมีโซนที่ทำเป็น meeting พร้อมจอทีวี หากต้องการความ Private ก็จะมีห้องส่วนตัวให้เลือกใช้บริการได้เช่นกัน และที่นี่ยังมีบริการ Hostel สำหรับนักท่องเที่ยวหรือคนที่ต้องการพักผ่อนเป็นรายวันหรือชั่วโมงด้วย

    2. ORANJI ร้านยากินิคุและชาบู

    หากจะทานอาหารที่ร้านนี้แล้วไม่ได้สำรองที่นั่งก่อน บอกเลยว่าโอกาสเต็มนั้นสูงมาก ร้าน ORANJI สาขาสะพานควายเปิดเป็นสาขาที่ 2 หลังจากประสพความสำเร็จจากสาขาแรกที่ซอยพหลโยธิน 11 มาแล้ว ภายใต้คอนเซปต์เจ้าชายยากิและเจ้าหญิงชาบู เมื่อก่อนนี้จะเปิดให้บริการแค่ช่วงเย็นวันละ 3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่กระแสตอบรับดีมากจนต้องมาเปิดเต็มเวลา มีทั้งปิ้งย่าง ชาบู ที่สามารถ Create your style ได้ทั้งรูปแบบการกิน รูปแบบเตา น้ำซุป ตลอดจนวัตถุดิบร้อยกว่าเมนู ใช้วัตถุดิบสดใหม่ผสมความพิถีพิถันในการรังสรรค์อาหาร ทำให้เป็นร้านที่อร่อยและคนเยอะมาตลอด

    หรือจะมาทานแบบชามเดียวก็มีร้านใหม่ Charm Donburi & Ramen เป็นเจ้าของเดียวกันแต่แยกโซนเป็นอีกร้านให้ชัดเจน

    3. Seek Cafe’

    คาเฟ่น่านั่งย่านสะพานควายที่มีเครื่องดื่มเยอะรายการมาก ร้าน Seek ตั้งอยู่ข้างธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ เลยแยกสะพานควายมาไม่ไกล เป็นคาเฟ่สไตล์มินิมอล ที่ผสมดีเทลในแต่ละจุดให้ดูสดใส มีบริการทั้งอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม เหมาะมานั่งชิลในวันสบายๆ และที่สำคัญราคาน่ารัก สามารถนั่งทำงานก็ได้เช่นกัน

    4. AQUA

    ถูกออกแบบให้เป็น dining destination แห่งใหม่ย่านสะพานควาย แหล่งทานข้าวเย็นและนั่งแฮงค์เอาท์สุดชิล มีร้านอาหารและบาร์ให้เลือกนั่งหลายร้าน บรรยากาศดีมีต้นไม้เยอะ นอกจากร้านอาหารยังมี Hostel และร้านเสริมสวยดีไซน์เก๋อย่าง Sleep Salon and Nails สำหรับสาวๆ ด้วย

    ร้านที่หลากหลายทำให้ตรอก AQUA นี้ กลายเป็นย่านที่ สามารถนั่งทำเล็บรอนัดเพื่อนมากินข้าว เสร็จแล้วถ้ายังไม่กลับอาจจะต่อบาร์ร้านข้างๆ ได้เลย ที่เดียวจบ

    5. DOG IN TOWN

    อยากเล่นกับหมาต้องมาที่นี่ เลยมาหน่อยที่อารีย์ซอย 3 เป็นคาเฟ่หมาที่ให้คนมาผ่อนคลายจากการได้เล่นหรือนั่งมองน้องหมานิสัยดีหลากหลายสายพันธุ์ โดยจะมีค่าเข้าคนละ 350 บาท ได้คูปองไปแลกเครื่องดื่มได้ 1 แก้ว แล้วจะสามารถเข้าไปนั่งข้างในได้ น้องหมาจะถูกปล่อยให้อยู่ในร้านกับเราในร้าน และจะได้ออกมาวิ่งเล่นสนามด้านหน้าตามเวลา มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติหลายคนไปแค่นั่งมองหรือได้สัมผัสก็มีความสุข

    Dog in Town ช่างเป็นคาเฟ่คอนเซปต์ดีเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ไม่สะดวกเลี้ยงสุนัขแต่ยังต้องการเจอกับน้องหมาเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ Man’s Best Friend ได้ดีจริงๆ เป็นร้านที่ทุกคนจะได้รอยยิ้มกลับบ้านไปพร้อมกับรูปที่โพสต์ได้ทั้งเดือน

    6. Jong Dim Sum

    หากจะเบื่อร้านอาหารเช้าแนวฝรั่ง ลองมาทานอาหาร brunch สไตล์จีนโมเดิร์น ติ่มซำโฮมเมดที่ทานได้ทั้งวันกับ “Jong Dim Sum” จากร้านติ่มซำสูตรภาคใต้ชื่อดังในหาดใหญ่มาเปิดร้านที่สะพานควาย ยังคงรสชาติและสูตรต้นตำหรับพร้อมการตกแต่งร้านที่คลาสสิก

    ร้านตั้งอยู่ใกล้ ธ.ออมสิน (สำนักงานใหญ่) ระยะไม่ไกล เดินจาก BTS สะพานควายมาก็ได้ อย่าลืมลองขนมจีบกุ๊งที่ใช้เนื้อกุ๊งล้วนๆ จากกุ้งตัวใหญ่ๆ อร่อยมาก

    7. ร้านแผ่นเสียง by Boyd

    ต้องเป็นคนที่มีรสนิยมใส่ใจในรายละเอียด (และมีกำลังทรัพย์ด้วย) จึงจะหาวิธีฟังเพลงที่ไม่ได้ง่ายและรวดเร็วอย่างการคลิก Spotify แบบทุกวันนี้ แล้วมาเปิดแผ่นเสียงที่มีเสน่ห์แห่งความคลาสสิค

    ร้านแผ่นเสียง Record Shop เป็นร้านรวมแผ่นเสียงชื่อดังที่มีอายุเกินครึ่งศตวรรษอยู่ในซอยประดิพัทธ์ 19 รวมรวมแผ่นเสียงโบราณที่คัดคุณภาพแล้วทั้งของไทยและศิลปินระดับโลก บางแผ่นเป็นระดับ special edition ที่ลิมิเต็ดขึ้นไปอีก ทั้งยังมีห้องลองฟังอย่างดี ที่นี่จึงเป็นแหล่งรวมประวัติศาสตร์ทางดนตรีที่หาซื้อได้แห่งหนึ่งในไทย จึงสามารถพบคนในวงการดนตรีหลายท่านได้อยู่บ่อยๆ รวมทั้งหลังร้านยังมีร้านกาแฟน่ารักๆ และก็มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงสำหรับระดับ starter ราคาเบาๆ ขายด้วยเช่นกัน

    8. Before Thirtieth Cafe

    คาเฟ่ที่เกิดจากความใส่ใจในกาแฟและเครื่องดื่มของคนรุ่นใหม่จากการรวมตัวของอดีตนักศึกษา ม.เกษตร เปิดร้านที่ให้ความสำคัญในคุณภาพเครื่องดื่ม บนความเข้าใจ need ของคนรุ่นใหม่สามารถนำ laptop มานั่งทำงานกันได้ชิลๆ และมีอาหารให้สั่งด้วยเมื่อเกิดหิวขึ้นกลางทาง ทำให้ร้าน Before Thirtieth Cafe เป็นอีกร้านที่มานั่งทานเครื่องดื่มเฉยๆ ก็ประทับในคุณภาพ หรือจะมานั่งทำงานยาวๆ ก็ไม่ต้องเขินอะไร

    ร้านเล็กๆ แต่ดูอบอุ่นทันสมัยนี้ ตั้งอยู่ในซอยเสนาร่วม หลังถนนประดิพัทธ์ ให้คุณสามารถมานั่งทำงานแบบ hideaway ยาวๆ ได้ทั้งวัน

    9. Casa Rocca Gallery

    เป็นร้านแปลกสุดร้านหนึ่งในย่านนี้ คือ เจ้าของเป็นบริษัทขายกระเบื้องพอร์ซเลนเกรดพรีเมียมที่มีอายุกว่า 20 ปี แล้วทำโกดังใหญ่เป็น open space gallery สำหรับชมผลิตภัณฑ์ แต่ครึ่งหนึ่งของโกดังก็ทำเป็นคาเฟ่ร้านกาแฟ เครื่องดื่ม และอาหาร ในบรรยากาศน่านั่งอารมณ์คาเฟ่สไตล์สถาปนิก

    มีโต้ะไม้สักตัวยาวขนาด 2 เมตร น่านั่ง เป็นอีกร้านที่น่ามาลอง ในซอยเสนาร่วมเช่นกัน สำหรับคนชอบการแต่งบ้านแล้วละก็ เป็นอีก destination เลยทีเดียว

    10. Simply Retreat Spa

    การได้เจอร้านนวดดีๆ ใกล้บ้านจัดเป็นความสุดของชีวิตระดับหนึ่ง Simply Retreat Spa เป็นร้านนวดระดับแรร์ไอเอทของสะพานควายที่ราคาเพียงหลักร้อย แต่ให้ความคุ้มค่าที่น่าประทับใจ ด้วยการออกแบบร้านดีทุกมิติตั้งแต่แสง สี เสียง ไปยันกลิ่น รูป รส สัมผัส ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ยังไม่ได้นวดเลยด้วยซ้ำ

    ร้านนี้มีบริการนวดเท้า นวดเท้า นวดไทย นวดน้ำมัน และบอดี้สครับ ที่อบรมผู้ให้บริการมาอย่างดี เป็นสวรรค์ของวัยทำงานที่ได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการเดินและการทำงานมาตลอด ร้านตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ ต้นทางออกของซอยสุทธิสารวินิจฉัย ข้างๆ กันกับ Buff Bar & Bistro และ Buff Hostel

    11. Ban Ya Kaad

    บรรยากาศดีสมชื่อร้าน Ban Ya Kaad นำบ้านไม้โบราณมารีโนเวทเป็นร้านอาหารที่มีต้นไม้เยอะมาก ทำให้สบายตา ผ่อนคลายอารมณ์ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในรั้วด้วยต้นไม้สูงอายุขนาดใหญ่ปกคลุมตั้งแต่ลานจอดรถ และการตกแต่งที่ย้อนยุคที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนไปบ้านคุณยาย

    Ban Ya Kaad เป็นร้านอาหารไทยในซอยประดิพัทธ์ 10 ที่ไม่ได้มีแค่บรรยากาศดีแต่อาหารเครื่องดื่มและขนมก็อร่อยด้วยเช่นกัน วันร้อนๆ ไม่อยากแช่อยู่ในร้านเปิดแอร์แรงเกินไป ก็สามารถมาสูดอากาศดีมานั่งชิลจิบชาเย็นในร้านนี้ได้สบายเลย

    12. Perfect Strangers

    คาเฟ่บุคลิกน่าค้นหา ที่ซ่อนตัวจากโลกภายนอกอยู่ริมถนนประดิพัทธ์ มองจากภายนอกอาจไม่สามารถหาร้านเจอได้ง่ายๆ เพราะประตูและหน้าร้านเป็นแบบทึบ ทำให้เมื่อก้าวเข้าสู่ในร้านแล้วมีความเป็นส่วนตัวกับเหล่าคนแปลกหน้าในร้านเป็นอย่างมาก ด้วยคอนเซปต์คนแปลกหน้า Perfect Strangers ตั้งใจให้ลูกค้าที่มาในร้าน แม้จะมาคนเดียวแต่มีโอกาสได้ร่วมสนทนาพูดคุยกันกับคนอื่น ด้วยการออกแบบบาร์กาแฟที่นำเครื่องชงลงไปไว้ under counter ทำให้ลูกค้ามีโอกาสสนทนากับบาริสต้าได้มากขึ้น หรือจะมาเป็นกลุ่มคณะ ที่นี่ก็รองรับได้เป็นอย่างดี

    ด้วยสูตรกาแฟและเครื่องดื่มที่น่าสนใจ ทั้งกาแฟและ Cold Brew รสชาติแปลกแต่ดีอย่างน่าสนใจ ทำให้ร้านนี้จะเปลี่ยน Strangers เป็น Friends ได้อีกหลายครั้งแน่นอน

    13. The Camping Ground

    อีก dining destination แห่งใหม่ของสะพานควาย The Camping Ground จากพื้นที่ที่มีต้นไม้จำนวนมาก ผู้พัฒนาตั้งใจจะเก็บความเขียวขจีนี้ไว้ จึงออกแบบโครงการให้เป็นแนว Bazaar ตั้งแคมป์ ด้วยจำนวนร้านอาหารและเครื่องดื่มที่มาร่วมโครงการเยอะมากทำให้น่าสนใจ เป็นที่ open air แต่ว่ายุงไม่เยอะ สามารถนัดเจอเพื่อนหาอะไรกินแบบไม่ต้องซื้อร้านเดียวกันแต่มานั่งเสวนาฮาเฮด้วยกันได้ พร้อมดนตรีสดหรือนั่งเชียร์บอลกันในบรรยากาศชิลๆ

    The Camping Ground ตั้งอยู่ริมถนนประดิพัทธ์ก่อนถึงซอยถนนประดิพัทธ์ 12 ต้องขอบคุณต้นไม้เยอะจำนวนมาก ที่ทำให้บริเวณนี้สามารถมาหาอะไรทานตอนกลางวันได้แบบไม่ร้อน และมีที่จอดรถหลังโครงการจำนวนมาก เก็บค่าที่จอดรถแค่ชั่วโมงละ 20 บาท

    14. สวนรถไฟ สวนโมกข์ สวนจตุจักร

    ในพื้นที่ใกล้สะพานควาย นอกจากสวนจตุจักรแล้วยังมีสวนขนาดใหญ่ที่คอยเป็นปอดฟอกอากาศดีให้กลับมาสู่คนในย่านนี้อย่าง “สวนรถไฟ” ที่เป็นอีก popular destination สำหรับช่างภาพที่ต้องการมาถ่ายรูปกับสวนสาธารณะ เนื่องจากมีขนาดพื้นที่กว้างมากใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ทำให้บรรยากาศไม่ร้อนแม้จะเป็นตอนกลางวัน และเปิดให้เข้าฟรี ช่วงเย็นๆ ยังจะเจอกับคนจำนวนมากมาวิ่งออกกำลังกายและขี่จักรยานที่ให้เช่าจำนวนมาก

    สำหรับวันสำคัญทางศาสนา ยังมีสวนโมกข์กรุงเทพ ของท่านพุทธทาสฯ ที่รั้วติดกันนี่เอง ให้ได้มาร่วมกิจกรรม หรือปฏิบัติธรรมในวันปกติกันอีกด้วย

    สรุปคอนโด IDEO Q Phahol – Saphan Kwai

    • เป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสถานีสะพานควายเลยแบบ 0 เมตร 
    • พื้นที่โครงการเกือบ 6 ไร่ ลักษณะเป็น 3 อาคาร high rise ความสูง 39 ชั้น ทั้ง 3 ตึกออกแบบให้ไม่บังวิวกันและกัน และยังได้รับลมดีขึ้นจากองศาของอาคารอีกด้วย
    • ออกแบบด้วยคอนเซปต์ Wellness มีพื้นที่ส่วนสีเขียวเพิ่มขึ้นทั้งด้านล่าง และยังมีการนำต้นไม้มาเป็นการตกแต่งภายในของอาคาร
    • ส่วนกลาง facilities จัดเต็มที่สุดในย่านนี้ (รายละเอียดด้านล่าง) 
    • ราคาประมาณ 220,000 บาท/ตร.ม. (เริ่มต้น 5.5 ล้านบาท) 

    Hub of Transit
    จากสะพานควายไปง่ายได้ทุกทิศ

    ปัจจัยซัพพอร์ตสำหรับคนวัยทำธุรกิจอีกแล้ว เดินทางไปรบเหนือจรดใต้ ทุกมุมของกรุงเทพจากจุดนี้สะดวกมาก คำว่า transit hub ที่นี่อาจไม่ได้มีเรือด่วน รถไฟ (ที่บางทีมีแล้วคุณก็ไม่ได้) แต่มันเป็น transit hub ที่ได้ใช้จริง ด้วย BTS จากจุดนี้ก็สามารถไปทั่วกรุงเทพได้สะดวกต่อ MRT ก็ง่าย

    แต่ที่เด็ดมาก คือ สะพานควาย เป็นทำเลเอื้อต่อการอยู่อาศัย ที่ใกล้จุดที่เป็นเส้นเลือดใหญ่การเดินทางโดยรถยนต์ของประเทศอย่างทางด่วนวิภาวดี คุณสามารถขับรถออกจากคอนโดเข้าซอยสุทธิสารวินิจฉัยเพียงนิดเดียวก็เข้าวิภาวดีรังสิต แถมเป็นจุดที่เลือกได้ทันทีโดยไม่ต้องกลับรถ ว่าจะเลี้ยวซ้ายไปดอนเมือง / ตรงไปรัชดาภิเษก / หรือเลี้ยวขวาไปดินแดง-เพลินจิต เพียงแค่ทางยกระดับอุตราภิมุขก็แทบจะพาคุณไปทุกที่ทั่วกรุงเทพได้อย่างรวดเร็วแล้ว ปลายถนนฝั่งประดิพัทธ์ยังมีทางพิเศษศรีรัชอีกเส้นที่พาคุณเดินทางไปกรุงเทพฝั่งตะวันตกได้สบาย


    จากอัตราการขยายของควายเจริญอย่างต่อเนื่อง คาดว่าภายใน 10 ปีข้างหน้านี้ ถ้าเศรษฐกิจปกติ สะพานควายต้องเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ธุรกิจตึกแถวริมถนน ก็มีแนวโน้มไปต่อยาก อาจถูกรีโนเวทเป็นร้านโมเดิร์นแบบใหม่ หรือขายเหมาโหลเพื่อทำเป็น Community Mall หรือคอนโดเพิ่มในอนาคต

    ส่วนในวันนี้เรามีโอกาสได้ไปชมโครงการคอนโดใหม่ เป็นโครงการ IDEO Q Pahol – Saphan Khwai (ไอดีโอ คิว พหล-สะพานควาย) ของทางบริษัท Ananda เป็นคอนโดที่ออกแบบได้สวยมาก ซีรีย์ IDEO Q นี่พอสร้างเสร็จแล้ว แทบจะเป็น Landmark ใหม่ของพื้นที่นั้นๆ เลย ยกตัวอย่างเช่น IDEO Q Chula ทุกวันนี้ยังมีช่างภาพไปถ่ายรูปจากแถวสามย่านตอนกลางคืนกันอยู่เลย ส่วนโครงการอื่นๆ อย่าง Ideo Q Chidlom, IDEO Q Siam-Ratchathewi ทุกคอนโดในซีรีส์นี้กลายเป็นจุดเด่นที่สุดของทำเลย่านนั้นไปเลย

    IDEO Q
    Phahol – Saphan Kwai

    เป็นโครงการคอนโดซีรีส์ IDEO Q ของบริษัท Ananda Development สำหรับการออกแบบ IDEO Q Pahol – Saphan Khwai เป็นครั้งแรกที่ IDEO Q ออกแบบคอนโดเป็นแบบ 3 อาคาร โดยทั้ง 3 อาคารเป็น High Rise สูง 39 ชั้น ที่มีส่วนกลางเชื่อมกันทั้งด้านล่าง และ facilities ลอยฟ้าที่ยอดอาคารก็มีสะพานเชื่อมอาคารทั้ง 3 ด้วยเช่นกัน

    มิติความโค้งมนของตัวอาคารเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น แถมยังมีการไล่ความโค้งของตัวอาคารที่ 10 ชั้นบนสุดให้ดูโมเดิร์นอีกด้วย การตกแต่งภายในในคอนเซ็ปต์บ้านต้นไม้ มีการนำต้นไม้ใหญ่เสมือนจริงมาตั้งตกแต่ง เพิ่มความใกล้ธรรมชาติอย่างกับได้อยู่ในบ้านต้นไม้จริงๆ

    คอนเซปต์เสาต้นไม้ต่างๆ เหล่านี้ จะถูกนำไปใช้ในอาคารจริงด้วย เพื่อล้อกับคอนเซปต์พื้นที่สีเขียว และสวนลอยฟ้าต่างๆ ของโครงการ

    สำนักงานขายที่มีความแตกต่างถูกเรียกว่า Q-RATOR Club โดยมีการตกแต่งให้เหมือนคาแรคเตอร์ของโครงการ IDEO Q พหลฯ-สะพานควาย ในคอนเซ็ปต์ Superstar เมื่อเข้าสู่ QRATOR Club ทุกนาทีที่คุณอยู่ที่ IDEO Q แห่งนี้ คุณเป็นดั่งซูเปอร์สตาร์ จะมีทั้งบาร์เครื่องดื่ม และการจัดไฟเหมือนสตูดิโอที่คอยต้อนรับเมื่อคุณเดินเข้ามา

    Lobby Lounge ภาพ perspective ที่ออกแบบไว้ มีการนำเสาต้นไม้มาใส่ในอาคารด้วย ผสมกับเพดานสูง ให้ความรู้สึกโปร่ง โอ่อ่า แต่ใกล้ชิดธรรมชาติ

    0 Metre BTS

    ภาพ perspective ทางเข้าโครงการ

    จุดเด่นที่สุดของโครงการนี้ คือ ทำเลติดรถไฟฟ้า 0 เมตร เดินลงบันได BTS สะพานควายมายังไม่ถึงปลายบันได ก็เข้าระยะรั้วหน้าคอนโดแล้ว ในสถานี BTS สะพานควายปัจจุบันไม่มีคอนโดโครงการไหนที่ติดตัวสถานีแบบนี้อีกแล้ว มีที่นี่ที่เดียว

    ชิด BTS ขนาดนี้ ส่วนสำคัญคือสามารถทำให้ผู้อาศัยพักที่สะพานควาย แต่เหมือนใกล้ทุกพื้นที่ของ BTS

    เหมือนใกล้สาทร ใกล้สีลม ใกล้สยามมากขึ้น เพราะการก้าวเดียวขึ้นรถไฟฟ้าได้เลย เมื่อเทียบกับต้องออกจากคอนโดอีกเพียง 500 เมตร ก็เป็นส่วนต่างที่ทำให้ความสะดวก ความปลอดภัย และความรู้สึกเปลี่ยน ดีมานด์ของผู้เช่า ราคาขายต่อ เปลี่ยนได้มากเช่นเดียวกัน

    ของแถมก็น่าสนใจ จุดนี้ห่างเพียง 2 สถานีจากสถานีใหญ่บางซื่อ ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จ บางซื่อ จะเป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน การเติบโตของอนาคตที่ยังมาไม่ถึงจะเป็นอย่างไรอาจยังไม่รู้ แต่อยู่ตรงนี้ได้ผลพลอยได้แน่นอน

    Facility โดดเด่นสุดในย่านนี้

    ด้วยตัวคอนโดใหญ่มากที่มีพื้นที่โครงการเกือบ 6 ไร่ ให้ Facility ที่โดดเด่นที่สุดในย่านนี้ สิ่งที่ทาง IDEO Q Pahol – Saphan Khwai นำเสนอนั้นมาแบบจัดเต็มมาก

    นอกจากนี้ คอนโด IDEO Q Phahol – Saphan Kwai ยังมีลูกเล่นที่น่าสนใจ อีกหลายอย่าง เช่น

    • Natural Ventilation: เป็นการออกแบบให้มี Grill ระบายอากาศหน้าประตู เพื่อให้อากาศธรรมชาติไหลเวียนเข้าสู่ห้องพักโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่าง (ปิด Grill ได้) สำหรับวันที่ไม่อยากเปิดแอร์ อยากได้อากาศธรรมชาติ แต่ไม่ต้องการลมแรง
    • 24H Experience Community
      • ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในโครงการ ให้คุณใส่ชุดนอนลงมาซื้อขนมจีบซาลาเปาได้อย่างชิลๆ
    • สำหรับอาคาร TERRA 396 ตึกเดียวที่เปิดขายแบบคนไทยเท่านั้น

    ห้องตัวอย่าง #1 – 1 Bedroom

    1 Bedroom แบบแรก ส่วนของห้องนอนที่มีผนังกั้นแยกสัดส่วนจากห้องนั่งเล่นให้ชัดเจน

    ห้องตัวอย่าง #2 – 1 Bedroom

    1 Bedroom แบบที่ 2 ส่วนของห้องนอนที่ทำ open space กับห้องนั่งเล่น ผนังสามารถเปิดรวมเป็นห้องเดียวกันได้ พร้อมรับวิวด้วยผนังกระจกเต็มพื้นที่

    ห้องตัวอย่าง #3 – 2 Bedrooms

    ภาพนี้เป็นห้องนั่งเล่นของ 2 Bedrooms ของจริงน่าจะได้วิวเมืองที่สวยมากสำหรับชั้นสูง แบบห้องนี้ยังมีห้องครัวที่แยกสัดส่วนอย่างดี และห้องอาบน้ำที่มีพื้นที่สำหรับอ่างอาบน้ำอีกด้วย

    โครงการ IDEO Q Phahol – Saphan Kwai ตอนนี้เปิดให้จองแล้ว สามารถไปเยี่ยมชมที่โครงการได้เลยทันที ซึ่งจะมี Q Rator Club ต้อนรับอยู่

    และถ้าหากอยากได้สิทธิพิเศษ มียูนิตพิเศษจากทางออนไลน์เท่านั้น อย่าลืมลงทะเบียนก่อนเข้าชมได้ที่นี่