Tag: living

  • บ้านคุณในทุกวันนี้ทนไหวไหม? เมื่อสภาพอากาศรุนแรงขึ้น “สี” จึงต้องทนกว่าเดิม

    บ้านคุณในทุกวันนี้ทนไหวไหม? เมื่อสภาพอากาศรุนแรงขึ้น “สี” จึงต้องทนกว่าเดิม

    บ้านสวย ไม่ควรต้องแลกกับการซ่อมซ้ำ เมื่อสภาวะอากาศ แดด ฝน และความชื้นของเมืองรุนแรงขึ้น ทำให้พื้นผิวบ้านต้องทำงานหนักกว่าที่คิด

    ความร้อน ความชื้น ที่ทำให้สีลอก แตกร้าว น้ำซึม

    เรื่องของสี จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่ยังอาจหมายถึงการซ่อมแซมซ้ำ ตลอดอายุการใช้งานของบ้านสีในทุกวันนี้จึงต้องทนให้ทันกับสภาวะอากาศที่รุนแรงในปัจจุบัน

    Graphene Shield™ Tech

    นวัตกรรมความทนทานหนึ่งเดียวจากเบเยอร์ ที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีรางวัลโนเบล ช่วยเสริมคุณสมบัติฟิล์มสี ทั้งการยึดเกาะ ความยืดหยุ่น และการช่วยให้น้ำกับความชื้นซึมผ่านได้ยากขึ้น และกระจายความร้อนได้ดี เพื่อให้พื้นผิวคงความสวยและความทนได้นานกว่าเดิม

    เมื่อพื้นผิวมีความทนทานมากขึ้น

    โอกาสต้องซ่อมบำรุงน้อยลง จึงช่วยลดการใช้สี วัสดุ แรงงาน และทรัพยากรจากการดูแลซ้ำในระยะยาวได้ Beger มีโซลูชัน กราฟีน ชิลด์ เทค สำหรับงานปูน งานไม้ และงานเหล็ก ครบทุกชนิดพื้นผิวเลือกให้เหมาะกับพื้นผิว เพื่อให้บ้านพร้อมรับทุกสภาวะตั้งแต่แรก

    เพราะการเลือกสีที่ดี ไม่ได้ช่วยเพียงให้บ้านดูดีในวันนี้ แต่ช่วยให้บ้านดูแลง่ายขึ้นไปอีกนาน

    #Beger #GrapheneShieldTech #Griptech #สีเบเยอร์ #รีโนเวทบ้าน #บ้านและสวน #iURBAN

  • คัมภีร์วิถีเซียนสี่ขาหมากรุงเทพ สวนที่หมาเข้าได้ใน กทม. เช็คอินครบทุกสวนรึยังฮะ

    คัมภีร์วิถีเซียนสี่ขาหมากรุงเทพ สวนที่หมาเข้าได้ใน กทม. เช็คอินครบทุกสวนรึยังฮะ

    4 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร ผ่านการบริหารของอาจารย์ชัชชาติและทีมงาน ส่งให้เรามีสวน Pet-Friendly อย่างเป็นทางการถึง 9 สวนแล้ว (ปิดปรับปรุงไป 1 จาก 10) นี่ยังไม่นับรวมสวน 15 นาทีอีก 3 แห่งที่ให้น้องหมาเข้าได้ด้วย

    𝐁𝐚𝐧𝐠𝐤𝐨𝐤 𝐃𝐨𝐠 𝐏𝐚𝐫𝐤 𝐏𝐥𝐚𝐲𝐛𝐨𝐨𝐤
    9 สวนใหญ่ที่เราลิสต์มาให้คุณแล้ว

    🟢 1. สวนสุนัขลุมพินี (เขตปทุมวัน)

    สวนสุนัขแห่งใหม่ล่าสุดใจกลางเมือง ดีไซน์กลิ่นอาย Zen สไตล์ญี่ปุ่น ร่มรื่นและสะอาดมาก ถ้ายังไม่พอใจขึ้นสะพานเขียวไปสวนเบญจกิติได้ (กลางวันร้อน)

    🐶 ความ Pet Friendly: มีรั้วกั้นแยกโซนสุนัขเล็ก-ใหญ่ชัดเจน สามารถถอดสายจูงวิ่งเล่นได้อิสระ และพื้นที่นั่งพักใต้หลังคาให้เจ้าของ

    🚘 ที่จอดรถ: มีที่จอดรถสะดวกมาก แถมยังมีการกั้นเลนหน้าสวนไว้ให้เฉพาะรถที่มีน้องมาด้วย 3-4 คัน หลุดจากนี้ไปแย่งที่จอดกับคนทั่วไปได้เป็นร้อยคัน (แต่คนเยอะ)

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ช่วงเย็นวันหยุดคนและสุนัขจะหนาแน่นมาก สุนัขที่ตื่นคนง่ายอาจตระหนกได้ และช่วงค่ำยุงค่อนข้างชุม

    ———

    🟢 2. สวนวัชราภิรมย์ (เขตบางเขน)

    ต้นแบบ BMA Dog Park แห่งแรกของ กทม. โดดเด่นด้วยสนาม Agility ถึง 3 สนาม พร้อมเครื่องเล่นฝึกทักษะ

    🐶 ความ Pet Friendly: แยกจากพื้นที่สวนปกติไปเลยแบบกว้างมากๆ มีรั้วรอบสวน และภายในยังมีรั้วแยกโซนสุนัขเล็ก-ใหญ่ชัดเจนให้ถอดสายจูงวิ่งเล่นได้อิสระ มีจุดบริการน้ำดื่ม และส่วนสำคัญมีร่มเงาจากทางด่วนบนหัว ทำให้มาเล่นตอนกลางวันได้ไม่ร้อน!

    🚘 ที่จอดรถ: มีที่จอดประมาณ 20 คัน

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ช่วงรถหนาแน่นอาจมีฝุ่นควันและเสียงดังจากรถยนต์ และช่วงพลบค่ำยุงเยอะมาก

    ———

    🟢 3. สวนเบญจกิติ (เขตคลองเตย)

    Urban Oasis วิวป่าข้างศูนย์สิริกิติ์ ถ่ายรูปสวยปัง สังคมเป็นระเบียบและสะอาด น้องหมานานาชาติมาก

    🐶 ความ Pet Friendly: จัดโซนแยกฝั่งสวนป่าชัดเจน กฎเหล็กคือต้องใส่สายจูงตลอดเวลา 100% ตอนนี้ขยายโซนเดินของน้องหมาอีกยาวมาก จนเกือบสุดสวนฝั่งตะวันตก ถ้ายังไม่พอใจเดินสะพานเขียวไปสวนลุมได้ (กลางวันร้อน)

    🚘 ที่จอดรถ: เยอะมาก มีลานจอดรถขนาดใหญ่ฝั่งสวนป่า ตัวโซน Dog Park อยู่ติดกับที่จอดรถพาน้องหมาเข้า-ออกได้สะดวกสุดๆ

    ⚠️ ข้อควรระวัง: กลางวันพื้นร้อน สุนัขสายพลังเยอะอาจอึดอัดเพราะห้ามถอดสายจูง และช่วงวันหยุดคนหนาแน่นมากอาจไม่เหมาะกับสุนัขตื่นคน

    ———

    🟢 4. สวนวชิรเบญทัศ / สวนรถไฟ (เขตจตุจักร)

    สวนกว้างสไตล์ครอบครัว (Family Vibe) พื้นที่ผืนหญ้าใหญ่โต โปร่งสบาย เหมาะกับการพาสัตว์เลี้ยงมานั่งปิกนิก

    🐶 ความ Pet Friendly: เป็นพื้นที่ Pet Park เปิดโล่งขนาดใหญ่ ต้อนรับทั้งน้องหมาและน้องแมว มีอุปกรณ์ Agility ให้เล่น กฎสำคัญคือต้องใส่สายจูงตลอดเวลา

    🚘 ที่จอดรถ: มีลานจอดรถขนาดใหญ่ (เสียค่าบริการรายคัน) แต่ช่วงวันหยุดรถจะติดมาก

    ⚠️ ข้อควรระวัง: รอบสวนเป็นทางจักรยานที่มีรถปั่นค่อนข้างเร็ว ต้องดูแลน้องหมาอย่างใกล้ชิด ห้ามหลุดไปบนเลนจักรยานเด็ดขาด

    ———

    🟢 5. สวนบางแคภิรมย์ (เขตบางแค)

    ที่จอดรถสวนฝั่งธนฯ บรรยากาศธรรมชาติริมน้ำ ร่มรื่น สงบเงียบ ไม่แออัด และดูแลความสะอาดดีเยี่ยม

    🐶 ความ Pet Friendly: มีการกั้นรั้วเป็นสัดส่วน (Pet Zone) กว้างขวาง มีสนามหญ้าใหญ่ให้ถอดสายจูงวิ่งเล่นได้อิสระ มีจุดอาบน้ำล้างเท้าบริการ

    🚘 ที่จอดรถ: มีที่จอดรถบริการฟรีสะดวกสบาย แต่ระยะทางเดินจากลานจอดรถไปยังโซน Dog Park ค่อนข้างไกล ต้องจูงหรืออุ้มเดินยาวหน่อย

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ตอนกลางวันแดดค่อนข้างจัด แนะนำให้มาช่วงเย็น และควรพกสเปรย์กันยุงมาด้วยเพราะอยู่ติดบึงน้ำ

    ———

    🟢 6. สวนเทียนทะเลพัฒนาพฤกษาภิรมย์ (เขตบางขุนเทียน)

    สวนสนามทรายหนึ่งเดียวที่แปลกตา ลมพัดโกรกดีตลอดวัน เหมาะสำหรับพาสุนัขมาเปลี่ยนบรรยากาศ

    🐶 ความ Pet Friendly: จัดโซนกั้นรั้วมิดชิดเป็น 2 สนาม สามารถถอดสายจูงวิ่งเล่นได้ และมีลู่วิ่งรอบนอกให้เดินจูงเล่นได้

    🚘 ที่จอดรถ: มีพื้นที่จอดรถให้บริการ แต่อาจเต็มเร็วในช่วงเย็นวันหยุด การเดินเข้าโซนทรายทำได้ไม่ลำบาก

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ทรายจะติดขนและเท้าหลังวิ่งเล่น เจ้าของต้องเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดมาเป็นพิเศษ และเวลากลางวันแดดค่อนข้างร้อน

    ———

    🟢 7. บึงหนองบอน (เขตประเวศ/สวนหลวง)

    วิวทะเลสาบขนาดใหญ่ ลมพัดเย็นสบายตลอดวัน เหมาะมากสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่หรือสายลุยที่ชอบเดิน trail ไกลๆ

    🐶 ความ Pet Friendly: อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าในพื้นที่เปิดร่วมกับคน เน้นเส้นทางเดิน-วิ่งเลาะริมน้ำยาวกว่า 2 กม. ต้องใส่สายจูงตลอดเวลา

    🚘 ที่จอดรถ: มีลานใหม่กว้างมาก! จอดรถฟรีด้านใน สามารถพาน้องหมาลงจากรถแล้วเริ่มสตาร์ทเดินรับลมริมน้ำได้ทันที

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ช่วงเริ่มต้นเส้นทางใช้พื้นที่ร่วมกับเส้นทางปั่นจักรยาน ต้องคุมสายจูงให้ชิดตัวระวังรถจักรยาน และพื้นถนนค่อนข้างอมความร้อนช่วงบ่าย วันหยุดคนเยอะมากจนที่จอดไม่พอบ่อยครั้ง

    ———

    🟢 8. สวนทางต่างระดับ ถนนพรานนก–พุทธมณฑลสาย 4 (เขตทวีวัฒนา)

    สวนใต้ทางต่างระดับที่ยืดหยุ่นที่สุด เพราะเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์คนชอบเดินเล่นตอนดึกหรือเช้ามืด

    🐶 ความ Pet Friendly: เป็นสวนแบบเปิดโล่งต้อนรับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ไม่จำกัดพื้นที่ภายในสวน กฎพื้นฐานคือต้องใส่สายจูงตลอดเวลา

    🚘 ที่จอดรถ: มีที่จอดรถแนวไหล่ทางและริมถนนรอบๆ สวน หาจอดได้ไม่ยากและเดินตัดเข้าสู่พื้นที่สวนได้ทันที

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ตั้งอยู่ติดกับถนนใหญ่และทางต่างระดับ เจ้าของต้องจับสายจูงให้มั่นคง ระวังน้องหมาหลุดวิ่งออกถนน และระวังอันตรายจากช่วงดึกที่ไฟอาจสว่างไม่ทั่วถึงในบางจุด

    ———

    🟢 9. สวนป่าประชานิเวศน์ (เขตจตุจักร)

    สวนสาธารณะระดับชุมชน ไม่ใหญ่นักแต่เน้นความร่มรื่น ร่มเงาหนาแน่นด้วยต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

    🐶 ความ Pet Friendly: เปิดพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงเข้ามาเดินเล่นพักผ่อนร่วมกับคนได้ โดยเน้นการเดินจูงตามเส้นทางเดิน-วิ่งรอบสวน ต้องใส่สายจูงตลอดเวลา 100%

    🚘 ที่จอดรถ: ไม่มีลานจอดรถอย่างเป็นทางการ ผู้ใช้บริการที่นำรถมาส่วนใหญ่จะต้องใช้วิธีหาจุดจอดริมทางบริเวณถนนเทศบาลนิมิตเหนือรอบๆ สวนอย่างระมัดระวัง สวนนี้จึงเหมาะมากสำหรับคนในพื้นที่ระแวกใกล้เคียงที่สามารถเดินจูงน้องหมามาจากบ้านได้เลย

    ⚠️ ข้อควรระวัง: เนื่องจากเป็นสวนป่าต้นไม้ครึ้มและมีคูน้ำล้อมรอบ ช่วงเย็นย่ำยุงและแมลงจะค่อนข้างชุกชุม เจ้าของควรเตรียมสเปรย์กันยุงมาด้วย

    ———

    🟢 𝐁𝐚𝐧𝐠𝐤𝐨𝐤: 𝐎𝐧 𝐭𝐡𝐞 𝐖𝐚𝐲 𝐭𝐨 𝐚 𝐏𝐞𝐭-𝐅𝐫𝐢𝐞𝐧𝐝𝐥𝐲 𝐂𝐢𝐭𝐲

    ทั้งหมดนั่นก็เป็นสวนใหญ่ในนาม กทม. แท้ๆ ที่เปิดให้ทุกท่านเข้าไปใช้บริการฟรีที่มีให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่รวมสวนเอกชนอีกมากมาย

    ถึงฟรีอย่างไรสิ่งที่อยากให้ทุกคนช่วยกันมากที่สุดคือ

    1. รักษากฏของแต่ละสนามที่แตกต่างกัน

    2. รักษาความสะอาด

    เพราะเจ้าหน้าที่ดูแลสวนไม่ได้มีหน้าที่เก็บอู๊ดของน้องๆ นั่นแทบจะเป็นหน้าที่พื้นฐานของเจ้าของทุกคน

    ถ้าหากใครลืมถุงจริงๆ อย่าเกรงใจที่จะเอ่ยปากขอถุงเก็บจากพ่อแม่หมาท่านอื่น (แอดเองยังเคยลืมไว้ที่รถ ก็ต้องขอ) ซึ่งเกือบจะทุกคนก็มักจะยินดีที่จะช่วยกันในเรื่องแบบนี้

    สุดท้ายเมืองกรุงเทพมหานครของเรา จะมุ่งสู่ Pet-Friendly City ได้จริงๆ ต้องเริ่มต้นจากเจ้าของที่รับผิดชอบมากยิ่งกว่าหน่วยงานหรือฝ่ายไหนมาคอยดูแล

    ———

    💬 ใครมีข้อมูลอัพเดทของแต่ละสวน หรือมีสวนไหนไม่อยู่ในลิสต์นี้ อยากแนะนำคุณพ่อคุณแม่หมา ก็สามารถแปะไว้ในคอมเมนต์นี้ได้เลยน้า

    #PetFriendly#DogCanGo#BMADogPark#BangkokPet

  • สัมภาษณ์ลูกบ้าน SENA SOLAR บ้านพร้อมกับพลังงานแสงอาทิตย์ที่ SENA Park Ville รามอินทรา-วงแหวน

    สัมภาษณ์ลูกบ้าน SENA SOLAR บ้านพร้อมกับพลังงานแสงอาทิตย์ที่ SENA Park Ville รามอินทรา-วงแหวน

    ในยุค Work From Home หลังเหตุการณ์ Covid-19 นี้เทรนด์การใช้ประโยชน์จากบ้านเปลี่ยนไปตลอดกาล มีการทำกิจกรรมตอนกลางวันสูงขึ้นมาก และแน่นอนว่าการใช้ไฟฟ้าก็เยอะขึ้นติดตามมาเหมือนเงา พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์จึงเป็นหนึ่งในไอเดียที่หลายคนเริ่มมองหาเพื่อให้ได้เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่

    สรุป SENA SOLAR

    • SENA SOLAR เป็นยูนิตธุรกิจใหม่ มีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญโดยตรงดูแลทั้งการติดตั้ง และการดูแลหลังเข้าอยู่อาศัย ทำให้มั่นใจได้ว่าจะเดินระบบไฟฟ้าในบ้านดีและถูกต้องปลอดภัย รวมถึงการดูแลเพื่อยืดอายุการใช้งานระยะยาว
    • เป็นระบบที่ไม่มีแบตเตอรี่ ซึ่งมักจะเป็นปัจจัยแกว่ง ที่ทำให้ควบคุมต้นทุนและคุณภาพพลังงานแสงอาทิตย์ระยะยาวได้ยาก โดยช่วงกลางวันที่มีแสงแดดระบบจะผลิตไฟฟ้าไปใช้ในบ้าน
    • ปัจจุบันมีโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” ที่ SENA ดีลกับการไฟฟ้า ช่วยดันให้ได้ขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับได้ที่หน่วยละ 2.20 บาท เสมือนเป็นการสำรองแทนแบตเตอรี่ระหว่างช่วงที่ไม่ได้ใช้งาน แต่เป็นสัญญาจึงไม่ต้องลุ้นเสื่อมสภาพเหมือนแบตเตอรี่
    • ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ตามที่ลูกบ้านได้ให้สัมภาษณ์
    • ปัจจุบันมีหลายโครงการบ้านของบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์มาพร้อมกับตัวบ้านเลยให้ท่านได้เลือกซื้อ เช่น ในโครงการที่เราสัมภาษณ์ SENA Park Ville รามอินทรา-วงแหวน นี้
    • แทนที่จะต้องจ่ายเงินซื้อระบบพลังงานแสงอาทิตย์เต็ม 100% แต่แรก การติดไปพร้อมบ้านยังช่วยให้ สามารถรวมเป็นวงเงินกู้บ้านได้ด้วย ดอกเบี้ยและการคำนวนเงินกู้บ้านเป็นอัตราที่ต่ำมากกว่าเมื่อเทียบกับรูปแบบอื่นๆ หรือการผ่อนด้วยบัตรเครดิต
    • ประสบการณ์อื่นๆ ในโครงการเชิญชมในคลิปสัมภาษณ์

    แม้พลังงานแสงอาทิตย์สำหรับบ้านจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ยังไม่ง่ายที่จะจัดการติดตั้งเองแล้วได้ของคุณภาพดีแบบจบครบและยั่งยืน ในเรื่องนี้ SENA DEVELOPMENT ดีเวลลอปเปอร์ชั้นนำผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยกับพลังงานแสงอาทิตย์เข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด SENA SOLAR HOUSE ตั้งแต่ยุคก่อน Covid-19 แล้ว วันนี้เราจึงได้ลูกบ้านที่อยู่อาศัยมามากกว่า 3 ปี กับบ้านพลังงานแสงอาทิตย์ ที่เรามีโอกาสจะได้สอบถามกันตรงๆ ว่าใช้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง คุ้มค่าไหม ถูกใจรึเปล่า

    การได้ฟังจากลูกบ้านตัวจริง น่าจะให้คุณได้เห็นมิติจากผู้อยู่อาศัยได้มากกว่าคำโฆษณาจากแบรนด์เอง ในโพสต์นี้ เรามีทั้งคลิปสัมภาษณ์ และด้านล่างจะถอดบทความให้สำหรับท่านที่สะดวกอ่านมากกว่า เชิญรับชม

    • ผู้สัมภาษณ์ 1 : คุณไพบูลย์ ไชยณรงค์ เป็นคนจังหวัดสงขลาที่ย้ายมาอยู่กรุงเทพ มีลูกสาว 2 คนมาเรียนที่กรุงเทพ​ หลังจากเรียนแล้วลูกสาวเลือกที่จะอยู่ต่อที่กรุงเทพ จึงได้ย้ายมาเลือกซื้อบ้านกับแฟนและครอบครัวที่โครงการนี้
    • ผู้สัมภาษณ์ 2 : คุณปกรณ์ ตันสิงห์ รองประธานสายงานไอที กรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต

    ถาม: จุดเริ่มต้นที่มาเลือก SENA Park Ville รามอินทรา-วงแหวน

    คุณไพบูลย์: การเลือกซื้อนี่มันค่อนข้างจะละเอียดมาก วนหาหลายโครงการก็มาจบที่ SENA เนี่ยแหละ

    คุณปกรณ์: ตอนนั้นที่เราจะมา SENA เราก็มองหาบ้าน เพราะว่าครอบครัวเราใหญ่ขึ้น เมื่อก่อนเรามีลูกคนเดียว นี่เรามีสองคน แล้วก็มีคุณตาคุณยาย คุณย่ามาอยู่ด้วย ก็ครอบครัวใหญ่ หาอยู่นานมากไม่ใช่โครงการเดียว หาอยู่นานมากหลายเดือนด้วย กว่าเราจะเจอโครงการที่ถูกใจ ก็คือที่นี่แหละ

    ถาม: เข้าอยู่ใน SENA Park Ville รามอินทรา-วงแหวน นานแค่ไหน?

    คุณไพบูลย์: ของผม 3 ปีแล้ว

    คุณปกรณ์: ของผมประมาณ 3 ปีครึ่ง ซอยผมเสร็จก่อนของพี่เค้า พี่เขาตามมา

    ถาม: ติด SOLAR ขนาดไหน ประหยัดไฟขึ้นเท่าไหร่?

    คุณไพบูลย์: 2 Kw ครับ
    คุณปกรณ์: เท่ากันครับ

    คุณไพบูลย์: พอซื้อปั๊บ ในขณะเดียวกันก็มีเพื่อนอีกชุดนึงเขาก็มาซื้อเหมือนกัน พื้นที่ของบ้านก็เท่าๆ กัน เครื่องใช้ไฟฟ้าก็เท่าๆ กัน เลยไปเปรียบเทียบแต่ละเดือนกับเพื่อน ของเพื่อนนี่ตก 3,000 กว่าบาทต่อเดือนนะ ของผมไม่เคยเกิน 1,600 บาท และที่ยืนพื้นก็คือ 1,300 บาทต่อเดือน เนี่ยผมคิดว่ามันก็ประหยัดเยอะ

    คุณปกรณ์: ค่าไฟที่บ้านสูงเพราะว่าเราอยู่กันหลายคน ไม่มี SOLAR ช่วยเราอาจจะต้องเสียค่าไฟประมาณเกือบๆ 5,000 ได้ครับ แต่พอมี SOLAR ช่วยมันก็เซฟไปประมาณ 1,000 นึง

    ถาม: ตอนกลางวันอยู่บ้านใช้ไฟฟ้าเยอะหรือเปล่า?

    คุณไพบูลย์: แอร์นี่เปิดทั้งวัน มีตัวเดียวก็เปิดทั้งวันอยู่ข้างล่าง

    คุณปกรณ์: Work From Home นี่แหละอยู่บ้านทั้งวันเลยแล้วก็หลายท่านด้วย คุณตาคุณยายแล้วก็ผมกับภรรยา แล้วบางทีลูกก็ต้องเรียนออนไลน์ที่บ้านด้วย ใช้ทั้งวันเลยโดยเฉพาะตอนกลางวัน

    คุณปกรณ์ และครอบครัว

    ถาม: แอป SENA 360 ได้ใช้งานบ้างไหม?

    คุณไพบูลย์: วันนี้ประหยัดไปเท่าไหร่ คือ เขาจะแจ้งมาให้ทราบในนั้นเลยตลอดเวลา ก็ได้ใช้อยู่ครับ

    คุณปกรณ์: เขาก็มีบริการหลากหลายอยู่ในแอป SENA 360 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแจ้งซ่อม การแจ้งข่าวสารที่ลูกบ้านจำเป็นต้องทราบ หรือบางทีเราต้องติดต่อนิติ เราก็สามารถติดต่อตรงนั้นได้ หรือแจ้งซ่อมอะไรพวกนี้ทำได้หมดบนออนไลน์ที่แอป SENA 360 ที่เดียว

    ถาม: เมื่อได้ใช้ไฟฟ้าฟรีแล้วไลฟ์สไตล์เปลี่ยนบ้างไหม ?

    คุณไพบูลย์: ก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มขึ้นคือประหยัดเงิน มีเงินค่าน้ำมันรถที่เราสามารถไปทำอะไรเพิ่มขึ้น ก็ดีกว่าเดิม

    คุณปกรณ์: ของเราก็ปรับนิดหน่อยเพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากเจ้า SOLAR บางกิจกรรมเราเอามาใส่ไว้ตอนกลางวัน เราก็จะเลี่ยงไม่ซักผ้าตอนเย็นอะไรอย่างนี้ ก็ช่วยได้

    แต่บังเอิญตอนนี้เราขายไฟได้ด้วย ไฟที่เหลือ ปกติเนี่ยมันจะเบิร์นทิ้ง เราไม่มีแบตเตอรี่เก็บ มันเป็นรุ่นที่ไม่มีแบตเตอรี่เก็บ ถ้าใช้คือได้ใช้ แต่ถ้าไม่ได้ใช้ก็คือทิ้ง อย่างเช่นกรณีเราไม่อยู่บ้านเราไปทำงานข้างนอกไปหมดบ้านอะไรแบบนี้ = ทิ้ง ในกรณีที่ขายได้นี่คือ ไม่ต้องทิ้ง ไม่อยู่บ้านก็ไม่มีคนใช้มันก็ขายกลับ หน่วยละ 2.20 บาทประมาณนี้

    ตอนนี้ไม่รู้มีอยู่กี่ร้อยหลังแล้ว ถ้าทุกหลังติดแล้วก็ทำคล้ายๆ กันนี่เราก็จะมีพลังงานไฟฟ้าเหมือนกับ SOLAR FARM นิดๆ นะ แล้วก็ขายคืนให้กับทางการไฟฟ้าแล้วเขาก็อาจจะไปทำประโยชน์จ่ายให้กับหน่วยงานอื่น แทนที่จะต้องไปใช้พลังงานน้ำเพียงอย่างเดียว นี่ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะกับประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อนและแสงแดดพวกนี้ก็เป็นของฟรี

    และตอนนี้ถ้าเกิดใครเข้าร่วมโครงการก่อนอย่างพวกผมเนี่ย เขามีโครงการล้างแอร์ให้ฟรี 2 ครั้งต่อปีด้วยนะ ทุกตัว

    ถาม: บริการหลังการขายด้าน SOLAR ได้ใช้หรือไม่?

    คุณไพบูลย์: ใช้ตลอด เพราะว่าจริงๆ แล้วก็แจ้งมาในแอพนั่นแหละ แล้วเขาก็เข้ามาล้างทำความสะอาด มาเช็คดูกล่องอะไรประจำ อันนี้เขาดูแลดีมาก

    คุณปกรณ์: ของผมเนี่ยไม่ต้องแจ้ง ออกแนว Protective ด้วยซ้ำ ก็คือเขาโทรมานัดเอง แผง SOLAR เนี่ย ถ้าใช้แล้วบำรุงรักษามันดีๆ อายุมันจะอยู่ได้ 20-25 ปี

    ถาม: โครงการที่ใช้ SOLAR แล้วค่าส่วนกลางลดลงไหม?

    คุณไพบูลย์: ตอนนี้เราจ่ายค่าส่วนกลางอยู่ ตร.ว.ละ 28 บาท ก็โอเคครับ

    คุณปกรณ์: ค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่เป็นค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง อย่างเช่นค่าไฟฟ้าเนี่ย โดยเฉพาะตรงสนาม ตรงไฟส่องทางอะไรพวกนี้เนี่ย มันสะสมได้ เขาอาจจะใช้เป็นรุ่นแบตเตอรี่ที่เซฟไฟได้ ตรงนี้ถ้าเกิดไม่มีพวกนี้ช่วยนี่ก็คือน่าดูเหมือนกัน 28 บาทอาจจะเอาไม่อยู่

    ส่วนกลางนี่เขายังมีที่ชาร์จไฟรถ กรณีเป็นรถไฟฟ้า อันนี้ส่วนกลางเขาก็มีให้ด้วย

    ถาม: ส่วนไหนของโครงการที่ประทับใจ?

    คุณปกรณ์: คนนอกหมู่บ้านเข้ามาเนี่ยแล้วมาเห็น SOLAR ก็จะแบบ โอ้ ก็คูลนะ ประมาณนี้ (คุณไพบูลย์หัวเราะ)

    คุณไพบูลย์: ผมว่าโครงการเขาทำดีรองรับไว้ อย่างถนนทางเข้าที่กว้างขวาง นิติปัจจุบันนี้ ดูแลดีครับ รักษาความปลอดภัยก็ระดับนึงเลย ดีครับดี ผมภูมิใจตรงนี้

    คุณปกรณ์: คือผมไปดูมาหลายหมู่บ้านแล้วหละ ก็ไม่ได้อวยนะ แต่ว่าตอนทางเข้าเราจะเห็น หมู่บ้านทางเข้าเราจะค่อนข้างใหญ่มาก ดูเผินๆ เหมือนสนามกอล์ฟเลยนะ แล้วมันจะดูแกรนด์

    โดยเฉพาะบ้านผมที่ซื้อเนี่ย คือเราชอบบ้านหลังนี้มาก คือทำเลที่เราได้เนี่ยเราถูกใจมาก เราไปดูมามากมายหลายที่ แล้วก็มาเจอที่นี่ ตัวบ้านอันนี้เราถูกใจแน่นอน ประจวบเหมาะกับศักยภาพของโครงการที่มันมีทางเข้าออกหลากหลาย ตรงนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่เราใช้ตัดสินใจ (คุณไพบูลย์พยักหน้าเห็นด้วย)

    รวมถึงโครงการในอนาคตเช่นรถไฟฟ้า อันนี้ยังไม่มาแต่เรารู้ว่าจะมา เรามีทางเข้าออกหลายทาง ออกวงแหวนก็ได้ ออกรามอินทราก็ได้ เราจะเข้าเมืองก็ได้ เราจะไปห้างก็ใกล้นิดเดียว ลูกก็เรียนอยู่แฟชั่น (ไอส์แลนด์) อย่างนี้ ก็ตอบโจทย์จริงๆ

    คุณปกรณ์: อย่างอาหารสดเนี่ยไปตลาดมีนบุรีตรงนั้นก็ใกล้นิดเดียวแล้วรถไม่ติดด้วย ง่าย เสาร์อาทิตย์นี่มีของสดเยอะเลย ผมซื้อปลาซื้อปลาหมึกอะไรแถวนั้นดีครับ ไม่ผิดหวัง สำหรับผม ผมก็ภูมิใจ เหมือนคำตอบเดิมก็คือ โอเค ตอนนี้ไม่มีอะไรที่จะตำหนิเขาเลย คือดีครับดี

    คุณปกรณ์: ทางนิติเองก็ใช้คำว่าน่ารักนะครับ ผมหมายถึงของโครงการนะ ลูกบ้านเขาหลากหลายนะ แต่เขาก็พร้อมรับฟัง ว่าอันนี้ลูกบ้านมีปัญหาแบบนี้แบบนั้น แล้วก็ดูแลดี พูดจาอะไรแบบนี้ก็ช่วยได้ ทำให้เราแก้ปัญหาได้รวดเร็ว

    ถาม: ที่บ้านรู้สึกอย่างไรกับบ้านนี้บ้าง?

    คุณไพบูลย์: เพื่อนบ้านผม ผมเป็นคนโชคดีด้วย บ้านดีแล้ว SOLAR แล้วประหยัดแล้ว เพื่อนบ้านเป็นเรื่องสำคัญเลย รั้วบ้านผมทั้ง 3 ด้าน ด้านหน้าเป็นติดถนนใช่ไหม ข้ามถนนก็ยังเป็นเพื่อนบ้านที่ดี แล้วข้างสองข้างก็ดี ข้างหลังก็ยังดี ตรงนี้เป็นความโชคดีของผมด้วย

    กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่มาเป็นลูกบ้านของ SENA เนี่ย เขาเป็นคนที่ผมว่าโอเคมากๆ ครับ

    คุณปกรณ์: ลูกนี่ Enjoy มาก เพราะบ้านผมเนี่ยเป็นบ้านมุมติดกับสนามเด็กเล่นเลย ติดกับ Sport Club มันก็จะแบบ… กลับมาจากโรงเรียนปุ๊บก็จะเดินออกไปเล่น คือเราไม่ต้องเดินทางออกไปสวนสาธารณะเมื่อก่อนเราต้องขับรถออกไปเพื่อให้ลูกได้มีพื้นที่สีเขียว นี่เปล่าก็เดินออกจากบ้านแล้วก็ข้างบ้านเป็นสนามเด็กเล่น เขาก็มีกิจกรรมเล่นกันทุกวันไม่มีเว้น ยิ่งตอนนี้ Work Form Home ก็มีโอกาสได้ขี่จักรยานทุกวัน มีความสุขมากใช้คำนี้แล้วกัน ว่างๆ เสาร์อาทิตย์ก็ว่ายน้ำ ตอบโจทย์มากๆ สำหรับเด็กๆ แบบคลิกมาก

    “ว่างๆ ไปเที่ยวบ้านนะครับ”

    คุณปกรณ์กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะจากทั้งสองท่าน

    ถาม: ถ้าเพื่อนสนิทกำลังตัดสินใจ จะบอกเพื่อนว่ายังไง?  

    คุณไพบูลย์: เพื่อนของลูกสาว เขาก็ถามคำถามนี้มาเลย และตอนนี้ก็เข้ามาอยู่ในโครงการเรียบร้อยแล้ว คำถามที่ตอบก็คือ “มาเลย” คำถามเน้นไปทางนิติ และทางตัวบ้าน ก็เลยตอบให้ไม่ยาก ตัวบ้านไม่มีร้าว ไม่มีทรุดแน่นอน แต่พวกอย่างอื่นโรงรถอะไรนี่ปกติตรงนั้น ไม่มีปัญหา ถามเรื่องนิติเราก็บอกว่านิติเป็นกันเอง ง่ายๆ เหมือนกับไม่มีอะไรกันมากมาย นิติเขาดีมาก เขาก็เลยตัดสินใจ ตอนนี้เข้ามาอยู่เรียบร้อยแล้ว

    คุณปกรณ์: โครงการอื่นเนี่ย เราอาจจะเคยได้ยินของอาการทรุดของตัวบ้าน ตอนนี้ 3 ปีกว่านี่ไม่มีร่องรอยเลยนะ เสาเมนทั้งหลายที่รองรับตัวบ้านดีมาก มั่นใจได้ในเรื่องของตัวโครงสร้าง

    “คือเพื่อนบ้านนี่ซื้อไม่ได้นะ”

    คือถ้าเพื่อนบ้านไม่ดีนี่จบเลยนะ ลำบากเลย แต่ว่ามันเหมือนแรงดึงดูดของคนที่คิดอะไรคล้ายๆ กัน ทำอะไรเหมือนๆ กัน แล้วเราก็ได้เพื่อนบ้านแบบ ผมไม่ได้พูดถึงแค่ซอยใกล้ๆ กันนะ คือซอยที่ห่างๆ กันเนี่ย มันก็มีโอกาสเหมือนกันที่เรามาทำบุญพร้อมกัน แล้วเราก็ได้เห็นหน้าเห็นตา เราก็ดีจังเลย คือ Ecosystem ของผู้คนที่อยู่ในหมู่บ้านมันเกื้อกัน มันทำให้เราอยู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย

    ซอย 4 เขาก็ดังนะ หมายถึง Nice เห็นได้ข่าวไปกินข้าวข้ามบ้านกันด้วยนะ ได้ยินแว้บๆ (ทั้งสองท่านหัวเราะ) อันนี้เป็นความภูมิใจที่เราได้มาอยู่ที่โครงการนี้

    เป็นการสัมภาษณ์ที่เซอร์ไพรซ์เราเช่นกัน

    จบการสัมภาษณ์ที่อบอุ่นเป็นกันเองมากของคุณไพบูลย์และคุณปกรณ์ ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้ทราบประสบการณ์การใช้งาน SENA SOLAR HOUSE แล้ว ก็ได้ทราบว่ามีข้อมูลนโยบายโซลาร์ภาคประชาชน ที่ตอนนี้สามารถจะขายไฟฟ้าคืนให้การไฟฟ้าได้อีกด้วย ยิ่งทำให้การลงทุนกับ SOLAR CELL นั้นคืนทุนไวและคุ้มค่ามากยิ่งกว่าเดิม

    แบบบ้าน ORIGIN

    ชั้น 1 | Open Space | Living Room | Kitchen & Dining | Terrace | 1 Toilet

    ชั้น 2 | Master Bedroom | Bedroom 1 | Bedroom 2 | 2 Toilets

    สิ่งสำคัญที่เราไม่คาดไว้ก่อนการสัมภาษณ์ คือความประทับใจของทั้งสองท่านที่ได้เล่าให้ทีมงาน iURBAN ได้ฟังยังสะท้อนออกมาทางแววตาที่ปลื้มใจและมีความสุขกับการได้เลือกบ้านที่ใช่และดีสำหรับครอบครัว

    หากใครสนใจบ้านคุณภาพดีที่ยังมี SOLAR ติดตั้งมาแล้ว ระบบเดินไว้อย่างสมบูรณ์ มีบริการดูแลหลังการขาย แถมยังไม่ต้องซื้อเงินสด สามารถผ่อนกับค่าบ้านที่เรตดอกเบี้ยอสังหาฯ แบบเบาๆ และส่วนสำคัญที่สุดคือ ได้อยู่ในสังคมที่คุณภาพอย่างที่ได้กล่าวไว้ว่า “เพื่อนบ้านนั้นซื้อไม่ได้” SENA Park Ville รามอินทรา-วงแหวน และอีกหลายโครงการของ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ก็เป็นทางเลือกที่ดีกับชีวิตคุณภาพอย่างผู้สัมภาษณ์เราทั้งสองท่านนี้

    โครงการพร้อมเยี่ยมชม

    ทางเดียวที่จะตัดสินใจเองว่าบทสัมภาษณ์นี้พูดเกินไปหรือไม่ ต้องลองมาเยี่ยมชมที่โครงการด้วยตัวท่านเอง วันนี้โครงการ SENA Park Ville รามอินทรา-วงแหวน ยังมีส่วนขยายที่เปิดขายอยู่และส่วนที่พร้อมเข้าอยู่

    อย่าลืมลงทะเบียนก่อนเข้าชม เพื่อรับสิทธิ์พิเศษจากโครงการในลิงก์ด้านล่างนี้

  • 10 ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย เครื่องดื่มเด็ด บรรยากาศดี

    10 ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย เครื่องดื่มเด็ด บรรยากาศดี

    เป็นอีกระดับสำหรับ ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ ประสบการณ์ และราคา ถ้าพูดถึงแล้วคงไม่มีออฟฟิศไหนที่ไม่มีคนชอบกาแฟ แต่จะให้ไปร้านกาแฟหน้าออฟฟิศหรือไปร้าน Starbucks ที่กินเป็นประจำ ก็คงจะดูธรรมดา วันนี้ทีมงานไอเออเบินไปเดินสำรวจย่านที่มีร้านกาแฟไฮโซที่สุดในกรุงเทพ ตามมาดูกันเลยว่ามีร้านไหนบ้างที่คุณยังไม่เคยได้เช็คอิน รับประกันได้เลยว่าทั้งวันของคุณจะสดชื่นเมื่อเริ่มต้นด้วย ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย นี้

    1. ROAST (The COMMONS)

    Roast คาเฟ่สุดฮิต ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย อยู่ชั้นบนสุดของคอมมิวนิตี้น่ารัก The COMMONS ที่มีทั้งเครื่องดื่ม อาหารและขนมที่หลายคนติดใจ อาหารแนวตะวันตกมีความอร่อยที่ไม่ธรรมดา ใช้วัตถุดิบคุณภาพดี อาหารจานใหญ่ และมีเมนูให้เลือกหลากหลาย อร่อยแทบทุกเมนู ร้านกว้างโล่งโปร่งสว่าง ถ้าได้มานั่งชิลเม้าท์กันกับเพื่อนๆ หรือมากับคนรู้ใจจะเวิร์คมาก

    https://www.facebook.com/roastbkk

    2 Roots Coffee

    ร้านกาแฟย่อยจาก Roast อีกที แม้จะเจ้าของเดียวกัน แต่ร้านนี้เฉพาะสำหรับคนชอบรสชาติกาแฟที่สเปเชียลมากขึ้นอีก (และขายกาแฟล้วนๆ) จาก passion ที่จะสร้างกาแฟที่มีคุณภาพด้วยการให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดแต่ละ season ก่อนนำมาคั่วและการสร้างสรรค์กาแฟแต่ละแก้วด้วยความตั้งใจทำให้ Roots กลายเป็นร้านกาแฟอีกร้านยอดนิยมสำหรับคอ Espresso อย่างแท้จริง ถึงขั้นบางคนคอมเม้นต์ว่าเป็นกาแฟที่ดีที่สุดในกรุงเทพ แต่ก็อย่าเพิ่งเชื่อรีวิวจนกว่าจะได้ไปลองชิมด้วยตัวเอง

    https://www.facebook.com/RootsBkk

    3. Toby’s

    ถ้าอยากได้ ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย ที่ hideaway แถวซอยสุขุมวิท 38 ตรงข้ามทองหล่อในอารมณ์ hideaway จากความวุ่นวาย เป็นร้านอาหารสไตล์ออสซี่มาได้ทั้งนั่งทานอาหารเช้าเล่นๆ หรือ dinner กับเพื่อนๆ บ้านอิฐหลังนี้ก็ให้ประสบการณ์ที่ดีได้ด้วยอาหารคุณภาพที่ไม่ปรุงแต่งเยอะ แม้ร้านกาแฟจะอยู่ในเมืองกลางซอยสุขุมวิท 38 แต่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่นอกเมืองได้ด้วยการแต่งร้านสุดชิล ของหวานเองก็ไม่เบา มีให้เลือกหลายเมนู และยังมีกาแฟ สมู๊ทตี้ น้ำผลไม้ ทำเอาหลายคนถ้าได้มาชิมครั้งหนึ่งแล้ว ต้องได้กลับมาอีก ปล.ฝรั่งเยอะมาก

    https://www.facebook.com/tobysk38

    4. Ink & Lion

    Ink & Lion เป็น ร้านกาแฟ เอกมัย ในซอย 2 สไตล์ลอฟท์เก๋ๆ เป็นที่ชื่นชอบของชาวฮิปสเตอร์ กับบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้านเพื่อน ความโดดเด่นของกาแฟหอมอร่อยเจ้าของบริการดีเป็นกันเอง ร้านใหญ่แต่มีโต้ะ 5-6 โต้ะ เจ้าของจึงตั้งใจชงแต่ละแก้วมาก มีกาแฟ ชา เค้กอร่อยๆ ให้บริการ แม้จะไม่ใช่คอกาแฟขั้นเทพก็สามารถสัมผัสได้ถึงคุณภาพ แถมยังมีงานศิลปะจากศิลปินชื่อดังแสดงด้วยในบางวัน

    https://www.facebook.com/inkandlioncafe

    5. Phil Coffee Company

    หนึ่งในร้านของแฟนคลับกาแฟตัวจริง เพราะนอกจากจะชงกาแฟอร่อยโดยบาริสต้านานาชาติแล้วยังเป็นร้านคั่วและขายเมล็ดกาแฟคุณภาพสำหรับร้านอื่นด้วย ดังนั้นกาแฟที่ร้านนี้จะได้เมล็ดกาแฟคุณภาพที่คัดสรรค์แล้วจากทั่วโลก คุณภาพขนาดนี้อยู่ในร้านกาแฟที่ออกแบบได้ฟิลลิ่งเหมือนไปนั่งบ้านเพื่อนสบายๆ และยังมีทั้ง breakfast และเค้กสำหรับทานคู่กับกาแฟอีกด้วย เป็นร้านที่คนรักกาแฟ อยากมาลอง ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย ไม่ควรพลาด

    https://www.facebook.com/philcoffeecompany

    6. Nikko Cafe

    ร้านกาแฟ เอกมัย ในสไตล์ญี่ปุ่น ที่ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 12 กับบรรยากาศสบายชิลๆ โปร่งๆ อารมณ์เหมือนไปนั่งจิบกาแฟอยู่ในโตเกียว ซึ่งทั้งกาแฟ ขนม และอาหารภายในก็อยู่ในตีมญี่ปุ่นๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร มีโซนเอ้าท์ดอร์ที่ชั้น 2 ด้วย ทำให้หลายคนหลบเมืองอันวุ่นวายมาผ่อนคลายที่นี่ ใครอยากสัมผัสบรรยากาศสบายๆ เครื่องดื่มสบายๆ บริการสบายๆ ในราคาสบายๆ ก็เชิญได้ที่ Nikko Cafe

    https://www.facebook.com/NikkoCafe

    7. Hands and Heart Cafe

    ของกินจะทำด้วยมืออย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องใช้หัวใจด้วยตามชื่อร้าน Hands and Heart ทำให้ทุกเมนูในร้านเป็นเหมือนงานคราฟท์จากหัวใจ ความมินิมอลของร้านส่งผลให้เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ชิคๆ ชิลๆ ในย่าน ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย ขนมที่ทำไว้จะวางดิสเพลย์ไว้เหมือนงานศิลปะ และสามารถเลือกหยิบได้ตามใจ กาแฟก็ทำกับมือเช่นกัน แมนนวลดริปตามคอนเซปต์ ใครผ่านซอยสุขุมวิท 38 จะต้องสะดุดกับร้านกาแฟร้านนี้ด้วยความโดดเด่นของการออกแบบ และพอได้เข้าไปสัมผัสก็จะเจอกับบาริสต้นที่ใส่ใจ บริการด้วยรอยยิ้ม

    https://www.facebook.com/handsandheartcoffee

    8. Ekkamai Macchiato – Home Brewer

    ร้านกาแฟ เอกมัย ในบ้านสีขาว ตกแต่งด้วยไม้โปร่งสไตล์มินิมอล เครื่องดื่มต่างๆ นอกจากอร่อยแล้วยังหน้าตาดีน่าถ่ายรูปอีกด้วย บรรยากาศก็ดีพร้อมสรรพสำหรับร้านกาแฟยุคใหม่ ไม่ว่าจะปลั้ก wifi ที่จอดรถ กาแฟรสชาติดี มีสมู๊ทตี้ด้วย ขนมอร่อย แถมยังมีเค้กและอาหาร ทำให้สามารถนั่งทำงานได้ในที่โปร่งๆ บรรยากาศให้อารมณ์เหมือนบ้านเพื่อนมากกว่าร้านกาแฟ ความรู้สึกสบายๆ นี้ชิลเสียคนจนคนญี่ปุ่นมาอุดหนุนกันไม่น้อย ร้านตั้งอยู่ในซอยเอกมัยซอย 12 ต้นซอยเลยหาไม่ยาก

    https://www.facebook.com/ekkamaimac

    9. Blue Dye Cafe

    เป็น ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย ที่มีความเท่จากสไตล์ผ้ามัดย้อม ผสมการตกแต่งร้านที่ผสมความดิบของเหล็กฟิลลิ่งสไตล์อินเดียน มีมุมฮิปให้ถ่ายรูปหลายมุม และกาแฟดริปนำเข้าหลายชนิดให้ได้ลิ้มลอง เป็นร้านที่สามารถมานั่งชิลๆ ได้บรรยากาศไม่เหมือนร้านไหน  มีมุมให้นั่งทั้ง indoor และ outdoor ก็สบายพอกัน บริการเป็นกันเอง ร้านตั้งอยู่ในมุมสงบซอยสุขุมวิท 36 เดินจาก BTS ทองหล่อเลยก็ได้

    https://www.facebook.com/BlueDyeCafe

    10. 93Army Coffee

    หากคุณต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายจากด้านใน ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย ออกมาหน่อย หลังสุขุมวิท 42 บนถนนพระราม 4 จะมี ร้านกาแฟ 93Army Coffee เป็นอีกร้านกาแฟที่ชาวต่างชาติหลายคนมาร์ค favorite place ขึ้นชื่อเรื่องของความสดใหม่ของอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งตรงวัตถุดิบมาจากชาวไร่ชาวสวนเลย ร้านนี้หาไม่ยาก ใกล้ Jasmine hotel

    https://www.facebook.com/93army

    ตื่นเช้ามาแวะ ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย

    [divider]คอนโดน่าสนใจใกล้เอกมัย-ทองหล่อ[/divider]

    IDEO MOBI Sukhumvit 40

    ซอยตรงข้ามระหว่างกลาง ทองหล่อ-เอกมัย พอดี

    ความเจริญของ ร้านกาแฟ ทองหล่อ – เอกมัย นั้นเป็นเพียงปลายยอดจากความเจริญของพื้นที่และสังคมในบริเวณนี้ แน่นอนว่าความต้องการที่อยู่อาศัยในย่านโซนสุขุมวิทโดยเฉพาะใกล้เอกมัยทองหล่อก็ย่อมสูงเป็นพิเศษ นอกจากคนไทยที่มีความต้องการแล้วชาวต่างชาติก็ชื่นชอบย่านนี้เช่นกัน ทำให้คอนโดเกือบทุกโครงการที่เกิดขึ้นมาขายหมดอย่างรวดเร็ว เพราะให้เช่าหรือขายต่อก็มีความต้องการตลอด

    ล่าสุดนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพที่มีประสบการณ์มากอย่าง Ananda ก็เปิดโครงการใหม่เช่นกันในแบรนด์ IDEO Mobi โดยอยู่ในซอยสุขุมวิท 40 ตรงกลางระหว่าง เอกมัย+ทองหล่อ (ฝั่งตรงข้าม) เป็นที่อยู่ในอาศัยในโซนใหม่ที่ยังโปร่งไม่หนาแน่น (ใกล้ร้าน Toby’s ในลิส)

    IDEO MOBI Sukhumvit 40
    สามารถเข้าได้ 4 ช่องทาง

    ขับรถเข้าจากทางสุขุมวิท 40 ฝั่งถนนสุขุมวิท เป็นถนน One-way

    ขับรถเข้าจากซอยสุขุมวิท 38 (BTS สถานีเอกมัย)

    ขับรถเข้าจากฝั่งถนนพระราม 4 เป็นต้นซอยสุขุมวิท 42 (One-way)

    เดินจาก BTS เอกมัย เดินผ่านทาง Gateway Ekamai

    ไฮโซก็มา ดาราก็เยอะ
    สินค้าและบริการระดับพรีเมียมต้องย่านนี้

    โซนของเอกมัย-ทองหล่อเป็นย่านที่มีทั้งคนไทยและต่างชาติต้องการอยู่อาศัยตลอดเวลา ที่ดินมีราคาสูงนอกจากต้องแย่งกันเองระหว่างคนนำไปทำที่อยู่อาศัยแล้ว ธุรกิจในย่านนี้ก็จัดว่าเป็นทำเลทอง แม้จะไม่ได้เป็น CBD แต่ที่พิเศษมากกว่านั้นคือ ย่านนี้เป็นทำเลไฮโซที่ร้านต่างๆ จะมีลูกค้าที่มีกำลังทรัพย์สูง-ดารา-นักธุรกิจมาเป็นลูกค้าอยู่เสมอ จึงเป็นอีกย่านที่สามารถขายสินค้าและบริการในระดับพรีเมียมได้ นอกจากร้านกาแฟแล้วเรายังพบศูนย์การค้าและคอมมิวนิตี้อีกมากมายในย่านนี้ เช่น J Avenue | Ei8ht Thonglor | Park Lane | 72 Courtyard | Rain Hill | Market Place Thonglor | Maze Thonglor | Major Cineplex | Gateway Ekamai และอีกหลายที่

    ชีวิตในย่านทองหล่อเอกมัยนี้ ส่วนมากจะเป็นคอมมิวนิตี้ขนาดย่อม แต่ความครีเอทีฟพุ่งพล่านมาก เหมือนในโซนที่ดินราคาแพงในโตเกียว แม้แต่ supermarket ย่านนี้ก็มีครบ ร้านใหญ่ที่สุดคงจะเป็น Big-C เอกมัย และยังมี Foodland ซ่อนอยู่ใน Ei8ht Thonglor มี Tops Market ซ่อนอยู่ใน Market Place Thonglor มี MaxValu ซ่อนอยู่ใน Park Lane มี VillaMarket ซ่อนอยู่ใน J Avenue

    นอกจากนั้นในโซนที่ยังใกล้นี้ยังมี International Hospital หลายเจ้า เช่น Bumrungrad, Bangkok Hospital, Samitivej Sukhumvit, Sukumvit Hospital, Piyavate รวมถึงยังใกล้แหล่งโรงเรียนนานาชาติชื่อดังมากมาย อาทิ Ekamai international school, Wells international school, Bangkok International Preparatory and Secondary School ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อมาดันให้ที่ดินย่านนี้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ถ้าหากคุณกำลังมองหาคอนโดในทำเลใจกลางเมือง ในโซนที่สามารถจับจองง่าย เหมาะทั้งการซื้อเพื่อลงทุนและอยู่อาศัยเอง นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการได้สิทธิจองล็อตแรก โดยคุณสามารถลงทะเบียนติดต่อรับรายละเอียดและสิทธิพิเศษได้ที่นี่

    [button color=”red” size=”big” alignment=”center” rel=”follow” openin=”newwindow” url=”https://goo.gl/imZPk6″]Register to IDEO Mobi Sukhumvit 40[/button]

    Ananda Online Booking & Pre-Sale Day พร้อมกับการเปิดให้ชมห้องตัวอย่างจริงครั้งแรก กับ Ideo Mobi 3 โครงการใหม่ ที่มาพร้อม Fully Furnished ครั้งแรก และระบบ Smart Solar Fresh Air System และล้ำไปอีกขั้นกับนวัตกรรม Hologram ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรก! พบกันที่สำนักงานขายโครงการ Ideo Mobi Rama4 คลิก https://www.ananda.co.th/register/ideo-mobi/

    [divider]IDEO MOBI SUKHUMVIT40[/divider]
  • เพียงปลูกพืชก็สว่างได้ โคมไฟพลังงานพืช สู่หมู่บ้านในชนบท

    เพียงปลูกพืชก็สว่างได้ โคมไฟพลังงานพืช สู่หมู่บ้านในชนบท

    utec-plantlamp5

    Nuevo Saposoa เป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเปรู ตั้งอยู่บริเวณป่าทึบและชื้น (นึกถึงป่าอเมซอน) แต่อุดุมไปด้วยแร่ธาตุและพืชพรรณธรรมชาตินานาชนิด จึงทำให้ที่นี่เหมือนมีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ก็เพราะว่าใช้พืชพรรณที่อุดุมสมบูรณ์ในพื้นที่นี้ มาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อให้แสงสว่างกับหมู่บ้านแห่งนี้

    utec-plantlamp4

    จุดเริ่มต้นของการผลิตโคมไฟคือ นักวิทยาศาสตร์ที่ได้มาเยือนหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ เกิดแรงบันดาลใจเมื่อพวกเขาเห็นถึงพืชพรรณที่อุดมสมบูรณ์มากมายเหล่านี้ โดยพวกเขาเกิดไอเดียที่จะทำโคมไฟจากพลังงานพืช เพื่อให้แสงสว่างให้กับชาวบ้านในชุมชนชทบนที่ห่างไกลความเจริญนี้ ซึ่งที่นี่เป็นชุมชนที่ไฟฟ้าเข้ามาถึงได้น้อยที่สุดแห่งหนึ่งในเปรูเลยค่ะ จึงทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่ ค่อนข้างจะขาดแคลนไฟฟ้าในการดำรงชีวิต ก่อนหน้านี้ชาวบ้านยังใช้ตะเกียงเพื่อจุดไฟกันอยู่

    utec-plantlamp2

    โดยโคมไฟพลังงานพืช ซึ่งเป็นผลงานของ UTEC (มหาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี) ถูกเรียกว่า “Plantalámpara” ถูกพัฒนาโดยการใช้เชื้อเพลิงจากสารต่างๆ ในพืช และแบคทีเรียที่พบในดิน ซึ่งสามารถปล่อยสารอิเลคตรอนออกมาได้ในระหว่างการเจริญเติบโต หรือการสังเคราะห์แสง ซึ่งเจ้าโคมไฟนี้ถูกออกแบบให้เก็บพลังงานจากพืชไว้ในแบตเตอรี่ และสามารถนำพลังงานส่งไปที่หลอดไฟ (LED) เพื่อให้เกิดแสงสว่างได้

    utec-plantlamp1

    โคมไฟพลังงานพืชนี้ สามารถใช้ส่องแสงผ่านหลอด LED ได้นานถึงสองชั่วโมงต่อวัน โดยการนำพืชไปปลูกในกระถางและปลูกใส่กับดิน จากนั้นระบบแปลงพลังงานก็จะทำหน้าที่แปลงพลังงานจากพืชไปเป็นแสงสว่างได้อย่างน่าอัศจรรย์

    utec-plantlamp

    และตอนนี้โคมไฟต้นแบบจำนวน 10 อัน ได้ถูกส่งเข้าไปให้ทดลองใช้ในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นไอเดียการพัฒนาจากที่สิ่งมีอยู่ให้เกิดประโยชน์ สามารถช่วยให้ชาวบ้านมีแสงสว่างในการทำกิจกรรมยามค่ำคืน

    utec-plantlamp3

    utec-plantlamp6

    Via: http://www.iflscience.com/ & http://www.utec.edu.pe/

    โปรเจ็คของ Plantalámpara ดูคลิปนี้แล้วก็จะเห็นภาพกันได้เป็นอย่างดีค่ะ ^_^