Tag: Update

  • SC ฟอร์มดีกระแสตอบรับแรง! “Reference BAIE River Bangpho” คอนโดเมกะโปรเจกต์ริมแม่น้ำแห่งแรก กวาดยอดขายทะลุ 2,500 ล้านบาท ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

    SC ฟอร์มดีกระแสตอบรับแรง! “Reference BAIE River Bangpho” คอนโดเมกะโปรเจกต์ริมแม่น้ำแห่งแรก กวาดยอดขายทะลุ 2,500 ล้านบาท ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

    SC จัดใหญ่เขย่าวงการคอนโดริมแม่น้ำ เปิดตัว “Reference BAIE River Bangpho” ให้เป็น Riverside Livng Destination บนทำเลติดแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่าโครงการกว่า 11,000 ล้าน ชูแนวคิด “Wellness Living Inspired by Vacation” ที่ผสานความโดดเด่นของทำเลริมน้ำกับดีไซน์และฟังก์ชัน พร้อมส่วนกลางกว่า 12,800 ตร.ม. ตอบโจทย์ในทุก Multi Generation  ดึง 2 ดาราดังรุ่นใหม่ วิน-เมธวิน และ ตู-ต้นตะวัน ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ สะท้อนความยิ่งใหญ่ของแบรนด์ ประกาศยอดขายสะสมกว่า 2,500 ล้าน เตรียมเปิดพรีเซลจริง 17-18 ต.ค.นี้ ราคาเริ่มต้น 2.89  ล้าน

    นางกนกอร หลิมกำเนิด กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวสูง และลูกค้าต่างประเทศ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า SC Condo ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในทำเลริมแม่น้ำย่านบางโพ ด้วยการเปิดตัวโครงการเมกะโปรเจกต์คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำแห่งแรกของ SC ภายใต้ชื่อ เรฟเฟอเรนซ์ เบย์ ริเวอร์ บางโพ (Reference BAIE River Bangpho) ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 13 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ MRT บางโพ มูลค่าโครงการ 11,000 ล้านบาท

    “ไม่บ่อยครั้งนักที่ SC จะพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ระดับเมกะโปรเจกต์มูลค่าโครงการระดับหมื่นล้านบาท แต่เราเลือกที่จะพัฒนา Reference BAIE River Bangpho เพราะเราเล็งเห็นแล้วว่า ทำเลริมน้ำเจ้าพระยายังมีความต้องการจากตลาดสูงมาก และทำเลบางโพก็ถือเป็นทำเลที่มีโอกาสเติบโตสูงจากทั้งโครงการในอนาคตทางด้านการแพทย์ สถานศึกษา แหล่งไลฟ์สไตล์และเส้นทางการเดินทางใหม่ๆ ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา เมื่อมาผสมผสานกับคอนเซ็ปต์และการออกแบบของเราที่มุ่งมั่นตอบโจทย์การอยู่อาศัยร่วมกันของคนหลากหลายช่วงวัย ทำให้เรามั่นใจว่าโครงการนี้ จะเติมเต็มคุณค่าให้แก่ย่านบางโพ และช่วยให้ย่านนี้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น เป็น The New Era of Bangpho ”นางกนกอร กล่าว

    สำหรับ Reference BAIE River Bangpho ตั้งอยู่บนทำเลที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์และทุกความครบครันในชีวิตประจำวัน ห่างจาก MRT บางโพ เพียง 450 เมตร ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (แล้วเสร็จปี 2573) ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่างรัฐสภา ใกล้แหล่งงานสำคัญทั้งอารีย์ จตุจักร ห้าแยกลาดพร้าว รวมถึงใกล้โรงพยาบาลชั้นนำระดับประเทศในอนาคตอย่างสถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ (SI Next) ศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจรที่มูลค่าการลงทุนกว่า 16,960 ล้านบาท

    ตัวโครงการพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดการออกแบบ “Cruise Collection The Art of Vacation”  ที่ออกแบบให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยแบบสุขภาวะที่ดีและการอยู่ร่วมกันของคนหลากหลายเจเนอเรชัน (Multi-Generation Living) ประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 3 อาคาร  รวม 1,742 ยูนิต แบ่งเป็น อาคาร Riviera 53 ชั้น อาคาร The Horizon 52 ชั้น และอาคาร Panorama (เลี้ยงสัตว์ได้ทั้งอาคาร) 10 ชั้น ขนาดห้องพักหลากหลาย ตั้งแต่แบบสตูดิโอ ถึง 3 ห้องนอน เริ่มต้น 23.80-176.00 ตร.ม.และแบบ Penthouse ขนาด 274.40 ตร.ม.  

    ภายในโครงการ ประกอบด้วยพื้นที่ส่วนกลางกว่า 12,800 ตร.ม.พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Designed for everyday wellness” ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านจิตใจ (Mind) ร่างกาย (Body) และจิตวิญญาณ (Soul) รวมถึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทุกวัย อาทิ Sky Lounge, Bar Pantry, Entertainment Room, Theatre, Roof Garden, Fitness & Yoga & Pilates, Onsen, Wellness Garden, Co-working Space, Paddleboard, Multi-sport Court เริ่มก่อสร้างไตรมาส 1 /2570 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จไตรมาส 4/2572 ราคาเริ่มต้นที่ 2.89 ล้านบาท*

    นางกนกอร กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของเมกะโปรเจกต์คอนโดริมน้ำ บริษัทยังได้แต่งตั้งให้ วิน–เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร และตู–ต้นตะวัน ตันติเวชกุล 2 ศิลปินดังรุ่นใหม่จาก GMMTV เป็นพรีเซ็นเตอร์ของโครงการ Reference BAIE River Bangpho ในการสื่อสารภาพลักษณ์ของโครงการไปยังคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนหลากหลายช่วงวัย พร้อมทั้งเติมเต็มภาพลักษณ์ที่ทันสมัยมีชีวิตชีวาให้กับแบรนด์โครงการ

    “เรายังตั้งใจผสมผสานความโดดเด่นของย่านบางโพ ทั้งงาน Craft, Culture และ River ที่ได้วิวโค้งน้ำท้องมังกร ตรงตามหลักฮวงจุ้ย เข้ากับการออกแบบที่ตอบโจทย์ด้าน Wellness และการใช้ชีวิตร่วมกัน ของคนหลากหลายกลุ่ม หลากหลายช่วงวัย ออกแบบส่วนกลางให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเหมือนได้ Recharge ได้ดูแลตัวเอง ได้อยู่ในสังคมที่ใช่ เปลี่ยนวันธรรมดาให้เป็นวันที่ได้พักผ่อนจริงๆ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้โครงการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีตั้งแต่ก่อนเปิดขายอย่างเป็นทางการ โดยมียอดขายสะสมแล้วกว่า 2,500 ล้านบาท” นางกนกอร กล่าว

    สำหรับ Reference BAIE River Bangpho จะเปิดขายรอบพรีเซล (Presale) อย่างเป็นทางการในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 17-18 ตุลาคม 2569 ราคาเริ่ม 2.89 ล้านบาท ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนนัดเยี่ยมชมโครงการได้ที่ https://www.scasset.com/th/condominium/reference-baie-river-bangpho/, Line : @ReferenceCondo หรือคลิก https://lin.ee/tjzpahH

    #SC #SCisQuality #SCหลังการขายอันดับ1 #ReferenceBAIERiverBangpho #SCCondo

  • เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำเบอร์ 1 อสังหาฯ จัดทัพใหญ่ “AP LEADER’S DEAL” ยกทัพบ้านเดี่ยว–บ้านแฝด–ทาวน์โฮม–คอนโด กว่า 200 โครงการ บุกงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 50

    เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำเบอร์ 1 อสังหาฯ จัดทัพใหญ่ “AP LEADER’S DEAL” ยกทัพบ้านเดี่ยว–บ้านแฝด–ทาวน์โฮม–คอนโด กว่า 200 โครงการ บุกงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 50

    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ภายใต้คำมั่นสัญญา “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” สร้างปรากฏการณ์สะเทือนตลาดอสังหาฯ ไตรมาสสุดท้าย ส่งแคมเปญระดับบิ๊กสเกล “AP LEADER’S DEAL – No.1 ดีลจากผู้นำตัวจริง” มอบข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 50 ยกทัพที่อยู่อาศัยคุณภาพกว่า 200 โครงการ ครอบคลุมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม บนทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในระดับราคา 1.69–50 ล้านบาท พร้อมไฮไลต์ส่วนลดสูงสุดถึง 10 ล้านบาท* ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 8  

    นายกิตติเชษฐ์ สถิตย์นพชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาดองค์กรและดิจิทัล บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

    “เพื่อส่งมอบความคุ้มค่าสูงสุดแก่ลูกค้าช่วงก่อนโค้งสุดท้ายของปี เอพีผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ จึงส่งแคมเปญ ‘AP LEADER’S DEAL’ ร่วมงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งนี้ ด้วยความตั้งใจที่จะปลดล็อกทุกข้อจำกัดในการซื้อที่อยู่อาศัยหลังใหม่ ด้วยจุดแข็งของเอพีกับความพร้อมของพอร์ตสินค้าโครงการคุณภาพ ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทั้งทำเล ดีไซน์ และช่วงราคา ควบคู่กับ No.1 ดีลจากผู้นำตัวจริง ข้อเสนอพิเศษที่ดีที่สุดแห่งปี เพื่อตอกย้ำความมั่นใจและเดินหน้าส่งมอบ ‘ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้’ ให้กับทุกคน”

    เจาะลึกไฮไลต์ “AP LEADER’S DEAL” ครบทุกเซกเมนต์ ตอบโจทย์ทุกอินไซต์การใช้ชีวิต No.1 ดีลจากผู้นำตัวจริง ทั้งบ้านเดี่ยว–บ้านแฝด–ทาวน์โฮม–คอนโดฯ

    สำหรับกลุ่มบ้านเดี่ยวเอพี นำเสนอ 69 โครงการ ราคาเริ่มต้น 4–50 ล้านบาท* มอบส่วนลดระดับมาสเตอร์พีซสูงสุด 10 ล้านบาท* นำทัพโดย THE CITY กาญจนาฯ–บางแค ส่วนลดสูงสุด 10 ล้านบาท* และ MODEN พระราม 2 บ้านเดี่ยวพื้นที่ใช้สอย 175 ตารางเมตร ราคาพิเศษ 3.99 ล้านบาท* พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองภายในงาน รับ On-top เพิ่ม 50,000 บาททุกแปลง*

    กลุ่มบ้านแฝดและทาวน์โฮมเอพี รวม 115 โครงการ ราคาเริ่มต้น 1.99–25 ล้านบาท* ทลายทุกกำแพงการเป็นเจ้าของ ด้วยข้อเสนอ จองเริ่มเพียง 999 บาท* ล็อกผ่อนเริ่ม 1,999 บาทต่อเดือน* หรือ รับดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี* พร้อมคัดยูนิตราคาพิเศษเฉพาะภายในงาน อาทิ บ้านกลางเมือง The Edition พระราม 9–พัฒนาการ 2 ราคาพิเศษ 6.29 ล้านบาท* (จากราคาปกติ 8.99 ล้านบาท*) และ PLENO ราชพฤกษ์ 2 ราคาพิเศษ 2.59 ล้านบาท* (จากราคาปกติ 3.49 ล้านบาท*)

    กลุ่มคอนโดมิเนียมเอพี รวม 22 โครงการใหม่และโครงการพร้อมเข้าอยู่ ราคาเริ่มต้น 1.69–6.69 ล้านบาท* คุ้มค่าทั้งอยู่อาศัยและลงทุน พร้อมข้อเสนอ จองเริ่ม 999 บาท* ฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 10 ปี* และฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 10 รายการ* พร้อมดีลไฮไลต์ RHYTHM เอกมัย เอสเตท ส่วนลดสูงสุด 1.6 ล้านบาท* และ LIFE พระราม 4–อโศก ส่วนลดสูงสุด 1.2 ล้านบาท*

    พบกับที่สุดของข้อเสนอแห่งปี “AP LEADER’S DEAL – No.1 ดีลจากผู้นำตัวจริง” ที่รวมกว่า 200 โครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพจากเอพี ไทยแลนด์ ภายในงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 50 ตั้งแต่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ HALL 8 ชั้น LG ดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษล่วงหน้าได้ที่ https://www.apthai.com/th/highlights/house-and-condo-expo

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    #APThai #ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้ #APThaiบริษัทอสังหาอันดับ1 #APLEADERSDEAL #งานมหกรรมบ้านและคอนโด​

    “เอพี ไทยแลนด์ – ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้”

  • บ้านคุณในทุกวันนี้ทนไหวไหม? เมื่อสภาพอากาศรุนแรงขึ้น “สี” จึงต้องทนกว่าเดิม

    บ้านคุณในทุกวันนี้ทนไหวไหม? เมื่อสภาพอากาศรุนแรงขึ้น “สี” จึงต้องทนกว่าเดิม

    บ้านสวย ไม่ควรต้องแลกกับการซ่อมซ้ำ เมื่อสภาวะอากาศ แดด ฝน และความชื้นของเมืองรุนแรงขึ้น ทำให้พื้นผิวบ้านต้องทำงานหนักกว่าที่คิด

    ความร้อน ความชื้น ที่ทำให้สีลอก แตกร้าว น้ำซึม

    เรื่องของสี จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่ยังอาจหมายถึงการซ่อมแซมซ้ำ ตลอดอายุการใช้งานของบ้านสีในทุกวันนี้จึงต้องทนให้ทันกับสภาวะอากาศที่รุนแรงในปัจจุบัน

    Graphene Shield™ Tech

    นวัตกรรมความทนทานหนึ่งเดียวจากเบเยอร์ ที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีรางวัลโนเบล ช่วยเสริมคุณสมบัติฟิล์มสี ทั้งการยึดเกาะ ความยืดหยุ่น และการช่วยให้น้ำกับความชื้นซึมผ่านได้ยากขึ้น และกระจายความร้อนได้ดี เพื่อให้พื้นผิวคงความสวยและความทนได้นานกว่าเดิม

    เมื่อพื้นผิวมีความทนทานมากขึ้น

    โอกาสต้องซ่อมบำรุงน้อยลง จึงช่วยลดการใช้สี วัสดุ แรงงาน และทรัพยากรจากการดูแลซ้ำในระยะยาวได้ Beger มีโซลูชัน กราฟีน ชิลด์ เทค สำหรับงานปูน งานไม้ และงานเหล็ก ครบทุกชนิดพื้นผิวเลือกให้เหมาะกับพื้นผิว เพื่อให้บ้านพร้อมรับทุกสภาวะตั้งแต่แรก

    เพราะการเลือกสีที่ดี ไม่ได้ช่วยเพียงให้บ้านดูดีในวันนี้ แต่ช่วยให้บ้านดูแลง่ายขึ้นไปอีกนาน

    #Beger #GrapheneShieldTech #Griptech #สีเบเยอร์ #รีโนเวทบ้าน #บ้านและสวน #iURBAN

  • คัมภีร์วิถีเซียนสี่ขาหมากรุงเทพ สวนที่หมาเข้าได้ใน กทม. เช็คอินครบทุกสวนรึยังฮะ

    คัมภีร์วิถีเซียนสี่ขาหมากรุงเทพ สวนที่หมาเข้าได้ใน กทม. เช็คอินครบทุกสวนรึยังฮะ

    4 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร ผ่านการบริหารของอาจารย์ชัชชาติและทีมงาน ส่งให้เรามีสวน Pet-Friendly อย่างเป็นทางการถึง 9 สวนแล้ว (ปิดปรับปรุงไป 1 จาก 10) นี่ยังไม่นับรวมสวน 15 นาทีอีก 3 แห่งที่ให้น้องหมาเข้าได้ด้วย

    𝐁𝐚𝐧𝐠𝐤𝐨𝐤 𝐃𝐨𝐠 𝐏𝐚𝐫𝐤 𝐏𝐥𝐚𝐲𝐛𝐨𝐨𝐤
    9 สวนใหญ่ที่เราลิสต์มาให้คุณแล้ว

    🟢 1. สวนสุนัขลุมพินี (เขตปทุมวัน)

    สวนสุนัขแห่งใหม่ล่าสุดใจกลางเมือง ดีไซน์กลิ่นอาย Zen สไตล์ญี่ปุ่น ร่มรื่นและสะอาดมาก ถ้ายังไม่พอใจขึ้นสะพานเขียวไปสวนเบญจกิติได้ (กลางวันร้อน)

    🐶 ความ Pet Friendly: มีรั้วกั้นแยกโซนสุนัขเล็ก-ใหญ่ชัดเจน สามารถถอดสายจูงวิ่งเล่นได้อิสระ และพื้นที่นั่งพักใต้หลังคาให้เจ้าของ

    🚘 ที่จอดรถ: มีที่จอดรถสะดวกมาก แถมยังมีการกั้นเลนหน้าสวนไว้ให้เฉพาะรถที่มีน้องมาด้วย 3-4 คัน หลุดจากนี้ไปแย่งที่จอดกับคนทั่วไปได้เป็นร้อยคัน (แต่คนเยอะ)

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ช่วงเย็นวันหยุดคนและสุนัขจะหนาแน่นมาก สุนัขที่ตื่นคนง่ายอาจตระหนกได้ และช่วงค่ำยุงค่อนข้างชุม

    ———

    🟢 2. สวนวัชราภิรมย์ (เขตบางเขน)

    ต้นแบบ BMA Dog Park แห่งแรกของ กทม. โดดเด่นด้วยสนาม Agility ถึง 3 สนาม พร้อมเครื่องเล่นฝึกทักษะ

    🐶 ความ Pet Friendly: แยกจากพื้นที่สวนปกติไปเลยแบบกว้างมากๆ มีรั้วรอบสวน และภายในยังมีรั้วแยกโซนสุนัขเล็ก-ใหญ่ชัดเจนให้ถอดสายจูงวิ่งเล่นได้อิสระ มีจุดบริการน้ำดื่ม และส่วนสำคัญมีร่มเงาจากทางด่วนบนหัว ทำให้มาเล่นตอนกลางวันได้ไม่ร้อน!

    🚘 ที่จอดรถ: มีที่จอดประมาณ 20 คัน

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ช่วงรถหนาแน่นอาจมีฝุ่นควันและเสียงดังจากรถยนต์ และช่วงพลบค่ำยุงเยอะมาก

    ———

    🟢 3. สวนเบญจกิติ (เขตคลองเตย)

    Urban Oasis วิวป่าข้างศูนย์สิริกิติ์ ถ่ายรูปสวยปัง สังคมเป็นระเบียบและสะอาด น้องหมานานาชาติมาก

    🐶 ความ Pet Friendly: จัดโซนแยกฝั่งสวนป่าชัดเจน กฎเหล็กคือต้องใส่สายจูงตลอดเวลา 100% ตอนนี้ขยายโซนเดินของน้องหมาอีกยาวมาก จนเกือบสุดสวนฝั่งตะวันตก ถ้ายังไม่พอใจเดินสะพานเขียวไปสวนลุมได้ (กลางวันร้อน)

    🚘 ที่จอดรถ: เยอะมาก มีลานจอดรถขนาดใหญ่ฝั่งสวนป่า ตัวโซน Dog Park อยู่ติดกับที่จอดรถพาน้องหมาเข้า-ออกได้สะดวกสุดๆ

    ⚠️ ข้อควรระวัง: กลางวันพื้นร้อน สุนัขสายพลังเยอะอาจอึดอัดเพราะห้ามถอดสายจูง และช่วงวันหยุดคนหนาแน่นมากอาจไม่เหมาะกับสุนัขตื่นคน

    ———

    🟢 4. สวนวชิรเบญทัศ / สวนรถไฟ (เขตจตุจักร)

    สวนกว้างสไตล์ครอบครัว (Family Vibe) พื้นที่ผืนหญ้าใหญ่โต โปร่งสบาย เหมาะกับการพาสัตว์เลี้ยงมานั่งปิกนิก

    🐶 ความ Pet Friendly: เป็นพื้นที่ Pet Park เปิดโล่งขนาดใหญ่ ต้อนรับทั้งน้องหมาและน้องแมว มีอุปกรณ์ Agility ให้เล่น กฎสำคัญคือต้องใส่สายจูงตลอดเวลา

    🚘 ที่จอดรถ: มีลานจอดรถขนาดใหญ่ (เสียค่าบริการรายคัน) แต่ช่วงวันหยุดรถจะติดมาก

    ⚠️ ข้อควรระวัง: รอบสวนเป็นทางจักรยานที่มีรถปั่นค่อนข้างเร็ว ต้องดูแลน้องหมาอย่างใกล้ชิด ห้ามหลุดไปบนเลนจักรยานเด็ดขาด

    ———

    🟢 5. สวนบางแคภิรมย์ (เขตบางแค)

    ที่จอดรถสวนฝั่งธนฯ บรรยากาศธรรมชาติริมน้ำ ร่มรื่น สงบเงียบ ไม่แออัด และดูแลความสะอาดดีเยี่ยม

    🐶 ความ Pet Friendly: มีการกั้นรั้วเป็นสัดส่วน (Pet Zone) กว้างขวาง มีสนามหญ้าใหญ่ให้ถอดสายจูงวิ่งเล่นได้อิสระ มีจุดอาบน้ำล้างเท้าบริการ

    🚘 ที่จอดรถ: มีที่จอดรถบริการฟรีสะดวกสบาย แต่ระยะทางเดินจากลานจอดรถไปยังโซน Dog Park ค่อนข้างไกล ต้องจูงหรืออุ้มเดินยาวหน่อย

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ตอนกลางวันแดดค่อนข้างจัด แนะนำให้มาช่วงเย็น และควรพกสเปรย์กันยุงมาด้วยเพราะอยู่ติดบึงน้ำ

    ———

    🟢 6. สวนเทียนทะเลพัฒนาพฤกษาภิรมย์ (เขตบางขุนเทียน)

    สวนสนามทรายหนึ่งเดียวที่แปลกตา ลมพัดโกรกดีตลอดวัน เหมาะสำหรับพาสุนัขมาเปลี่ยนบรรยากาศ

    🐶 ความ Pet Friendly: จัดโซนกั้นรั้วมิดชิดเป็น 2 สนาม สามารถถอดสายจูงวิ่งเล่นได้ และมีลู่วิ่งรอบนอกให้เดินจูงเล่นได้

    🚘 ที่จอดรถ: มีพื้นที่จอดรถให้บริการ แต่อาจเต็มเร็วในช่วงเย็นวันหยุด การเดินเข้าโซนทรายทำได้ไม่ลำบาก

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ทรายจะติดขนและเท้าหลังวิ่งเล่น เจ้าของต้องเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดมาเป็นพิเศษ และเวลากลางวันแดดค่อนข้างร้อน

    ———

    🟢 7. บึงหนองบอน (เขตประเวศ/สวนหลวง)

    วิวทะเลสาบขนาดใหญ่ ลมพัดเย็นสบายตลอดวัน เหมาะมากสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่หรือสายลุยที่ชอบเดิน trail ไกลๆ

    🐶 ความ Pet Friendly: อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าในพื้นที่เปิดร่วมกับคน เน้นเส้นทางเดิน-วิ่งเลาะริมน้ำยาวกว่า 2 กม. ต้องใส่สายจูงตลอดเวลา

    🚘 ที่จอดรถ: มีลานใหม่กว้างมาก! จอดรถฟรีด้านใน สามารถพาน้องหมาลงจากรถแล้วเริ่มสตาร์ทเดินรับลมริมน้ำได้ทันที

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ช่วงเริ่มต้นเส้นทางใช้พื้นที่ร่วมกับเส้นทางปั่นจักรยาน ต้องคุมสายจูงให้ชิดตัวระวังรถจักรยาน และพื้นถนนค่อนข้างอมความร้อนช่วงบ่าย วันหยุดคนเยอะมากจนที่จอดไม่พอบ่อยครั้ง

    ———

    🟢 8. สวนทางต่างระดับ ถนนพรานนก–พุทธมณฑลสาย 4 (เขตทวีวัฒนา)

    สวนใต้ทางต่างระดับที่ยืดหยุ่นที่สุด เพราะเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์คนชอบเดินเล่นตอนดึกหรือเช้ามืด

    🐶 ความ Pet Friendly: เป็นสวนแบบเปิดโล่งต้อนรับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ไม่จำกัดพื้นที่ภายในสวน กฎพื้นฐานคือต้องใส่สายจูงตลอดเวลา

    🚘 ที่จอดรถ: มีที่จอดรถแนวไหล่ทางและริมถนนรอบๆ สวน หาจอดได้ไม่ยากและเดินตัดเข้าสู่พื้นที่สวนได้ทันที

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ตั้งอยู่ติดกับถนนใหญ่และทางต่างระดับ เจ้าของต้องจับสายจูงให้มั่นคง ระวังน้องหมาหลุดวิ่งออกถนน และระวังอันตรายจากช่วงดึกที่ไฟอาจสว่างไม่ทั่วถึงในบางจุด

    ———

    🟢 9. สวนป่าประชานิเวศน์ (เขตจตุจักร)

    สวนสาธารณะระดับชุมชน ไม่ใหญ่นักแต่เน้นความร่มรื่น ร่มเงาหนาแน่นด้วยต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

    🐶 ความ Pet Friendly: เปิดพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงเข้ามาเดินเล่นพักผ่อนร่วมกับคนได้ โดยเน้นการเดินจูงตามเส้นทางเดิน-วิ่งรอบสวน ต้องใส่สายจูงตลอดเวลา 100%

    🚘 ที่จอดรถ: ไม่มีลานจอดรถอย่างเป็นทางการ ผู้ใช้บริการที่นำรถมาส่วนใหญ่จะต้องใช้วิธีหาจุดจอดริมทางบริเวณถนนเทศบาลนิมิตเหนือรอบๆ สวนอย่างระมัดระวัง สวนนี้จึงเหมาะมากสำหรับคนในพื้นที่ระแวกใกล้เคียงที่สามารถเดินจูงน้องหมามาจากบ้านได้เลย

    ⚠️ ข้อควรระวัง: เนื่องจากเป็นสวนป่าต้นไม้ครึ้มและมีคูน้ำล้อมรอบ ช่วงเย็นย่ำยุงและแมลงจะค่อนข้างชุกชุม เจ้าของควรเตรียมสเปรย์กันยุงมาด้วย

    ———

    🟢 𝐁𝐚𝐧𝐠𝐤𝐨𝐤: 𝐎𝐧 𝐭𝐡𝐞 𝐖𝐚𝐲 𝐭𝐨 𝐚 𝐏𝐞𝐭-𝐅𝐫𝐢𝐞𝐧𝐝𝐥𝐲 𝐂𝐢𝐭𝐲

    ทั้งหมดนั่นก็เป็นสวนใหญ่ในนาม กทม. แท้ๆ ที่เปิดให้ทุกท่านเข้าไปใช้บริการฟรีที่มีให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่รวมสวนเอกชนอีกมากมาย

    ถึงฟรีอย่างไรสิ่งที่อยากให้ทุกคนช่วยกันมากที่สุดคือ

    1. รักษากฏของแต่ละสนามที่แตกต่างกัน

    2. รักษาความสะอาด

    เพราะเจ้าหน้าที่ดูแลสวนไม่ได้มีหน้าที่เก็บอู๊ดของน้องๆ นั่นแทบจะเป็นหน้าที่พื้นฐานของเจ้าของทุกคน

    ถ้าหากใครลืมถุงจริงๆ อย่าเกรงใจที่จะเอ่ยปากขอถุงเก็บจากพ่อแม่หมาท่านอื่น (แอดเองยังเคยลืมไว้ที่รถ ก็ต้องขอ) ซึ่งเกือบจะทุกคนก็มักจะยินดีที่จะช่วยกันในเรื่องแบบนี้

    สุดท้ายเมืองกรุงเทพมหานครของเรา จะมุ่งสู่ Pet-Friendly City ได้จริงๆ ต้องเริ่มต้นจากเจ้าของที่รับผิดชอบมากยิ่งกว่าหน่วยงานหรือฝ่ายไหนมาคอยดูแล

    ———

    💬 ใครมีข้อมูลอัพเดทของแต่ละสวน หรือมีสวนไหนไม่อยู่ในลิสต์นี้ อยากแนะนำคุณพ่อคุณแม่หมา ก็สามารถแปะไว้ในคอมเมนต์นี้ได้เลยน้า

    #PetFriendly#DogCanGo#BMADogPark#BangkokPet

  • รีวิว HANAM BBQ หรือ HANAM PIG ปิ้งย่างเกาหลีสายซีรีส์ สาขาแรกในไทย Central wOrld ชั้น 6

    รีวิว HANAM BBQ หรือ HANAM PIG ปิ้งย่างเกาหลีสายซีรีส์ สาขาแรกในไทย Central wOrld ชั้น 6

    HANAM BBQ ร้านปิ้งย่างเกาหลีที่มีมือโปรมาย่างให้แบบเป๊ะทุกคำ ซีเรียสระดับที่ว่ามีเครื่องวัดความร้อนเตา ก่อนจะลงเนื้อแต่ละรอบด้วย เริ่มแรกเชฟจะย่างเตาถ่านจากครัวกลางก่อน พอให้ได้กลิ่นถ่านและมีรอยเบิร์นเลเยอร์นอก แล้วพนักงานก็จะยกมาย่างต่อให้ที่โต๊ะ คอยพลิก ตัด และคีบเสิร์ฟให้เป็นชิ้นพอดีคำ

    ปิ้งย่างจะอร่อยสุดก็ตอนนุ่มชุ่มฉ่ำ 🥩
    หมูกัดแล้วนุ่ม เนื้อยังมีความแรร์อยู่

    มื้อนี้สนุกตรงที่เรายังได้นั่งหน้าเตา ได้ถ่ายคอนเทนท์ เห็นควันไฟ หอมกลิ่นกระทะ คีบหมูและเนื้อกินไปเพลินๆ ในเท็กเจอร์ที่เป๊ะ แบบไม่ต้องมัวย่างเอง 🥢

    จาก HANAM PIG 🇰🇷 สู่สาขาแรกในไทย 🇹🇭

    HANAM BBQ หรือที่คนเกาหลีรู้จักดีในชื่อ HANAM PIG เป็นแบรนด์ปิ้งย่างตัวท็อปที่มีมากกว่า 200 สาขา สายซีรีส์จะคุ้นตากันดี เพราะไปโผล่ในซีรีส์ดังๆ หลายเรื่อง อย่าง Queen of Tears และ Hospital Playlist

    ใครเคยลองที่เกาหลีแล้วติดใจ ตอนนี้มาเปิดในไทยให้ได้กินกันแล้ว สาขาแรกที่ Central wOrld ชั้น 6

    กินครั้งแรก เริ่มสั่งเมนูไหนดี

    ถ้ามาครั้งแรก เมนูที่จะทำให้เข้าใจคาแรคเตอร์ของร้านได้ง่ายที่สุดคือ Signature Assortment เพราะรวมหมู 3 ส่วนมาให้ลองในจานเดียว มีทั้ง

    🥓 Samgyeopsal (หมูสามชั้น)
    🥓 Hangjungsal (คอหมู)
    🥓 Marinated Collar Butt (สันคอหมัก)

    ควรสั่งมาเปิดโต๊ะแบบไม่ต้องคิด แล้วค่อยๆ ลิ้มรสเนื้อสัมผัสส่วนที่ชอบมากที่สุด

    และจานที่อยากให้เผื่อท้องไว้หน่อย คือ Five Layer Pork Belly / Ogyeopsal หรือหมูห้าชั้น 🐖 เมนูไฮไลท์ของร้านที่หั่นมาหนาสะใจถึง 20 มม. ไขมันจะค่อยๆ ละลายตอนเคี้ยว เป็นหมูชิ้นหนาที่ต้องย่างดีๆ ถึงจะฟินสุดๆ

    ส่วนสายเนื้อแนะนำ! Bone-in Short Rib เนื้อติดซี่โครงที่นุ่มละลาย เสิร์ฟมาเป็นซี่โครงชิ้นใหญ่สะใจแบบเกาหลีแท้ๆ อีกอย่างเป็น Wagyu Diced เนื้อ A3 หั่นเต๋าพอดีคำ ชอบเท็กเจอร์แรร์ระดับไหนบอกพนักงานย่างได้

    กินให้ครบสูตรแบบเกาหลีแท้ 🇰🇷

    อีกกิมมิคที่ทำให้มื้อนี้คอมพลีทคือพวกเครื่องเคียง ใบมยองอี และผักย่าง เครื่องเคียงที่ขอเติมได้ไม่อั้น

    ใบมยองอีหรือใบกระเทียมดองเป็นสิ่งที่ห้ามพลาด ลองเอามาห่อหมู กินคู่กับกิมจิย่างและผักเคียง รสชาติจะเปรี้ยวหวานลงตัวช่วยตัดเลี่ยนได้ดีมาก

    ส่วนเมนูทานเล่นเอามาเสริมรอบโต๊ะก็มีให้เลือกเยอะ ทั้ง Potato Cheese, Cheese Steamed Egg และ Kimchi Stew ส่วนเครื่องดื่มปิดท้ายยกให้ Makgeolli Honey-comb Set มักกอลลีที่เสิร์ฟพร้อมรวงผึ้งสดๆ หรือถ้าอยากล้างปากตอนจบ ก็มี Vanilla Bean Ice-cream with Crispy Rice Cracker เป็นของหวานปิดมื้อ 🍨

    🔴 𝒊𝑼𝑹𝑩𝑨𝑵 𝑵𝒐𝒕𝒆

    สิ่งที่เราชอบมาก คือเป็นไม่กี่มื้อเลยนะที่กินปิ้งย่างหน้าเตาแล้วรู้สึกว่า เนื้อทุกชิ้นความสุกมันพอดีจริงๆ

    หมูยังฉ่ำ เนื้อมีเดียมแรร์ และแทบไม่มีรอยไหม้เกรียมเหมือนตอนนั่งย่างเอง เป็นดีเทลที่ตอบโจทย์การกินปิ้งย่างในยุคที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น อีกอย่างเค้าเช็ดกระทะให้บ่อยมาก สะอาดแบบไม่มีผงดำๆ เลย

    แม้จะดูแลสุขภาพอยู่ แต่เราไม่จำเป็นต้องเลิกกินปิ้งย่างของโปรด แค่ลองเปลี่ยนมาเป็นปิ้งย่างแบบที่มีคนคอยช่วยย่าง คุมไฟ คุมเท็กเจอร์การย่างให้เป๊ะขึ้น แค่นี้เราก็มีเพลิดเพลินกับมื้อปิ้งย่างที่ถือว่าเป็นมื้อเติมโปรตีนแบบดีต่อสุขภาพด้วย

    𝐇𝐀𝐍𝐀𝐌 𝐁𝐁𝐐 🥢🥩 Central wOrld ชั้น 6

    ใครอยากสัมผัสปิ้งย่างเกาหลีแบบที่มีคนคอยดูแลตลอดทั้งมื้อ ลองแวะไปกันได้เลย


  • ครั้งแรกในประเทศไทย Grande Centre Point Voyage Pattaya เปิดนิยามใหม่แห่งการเดินทาง สู่จุดหมายปลายทางที่หลอมรวมการพักผ่อน ความบันเทิง และประสบการณ์สำหรับทุกเจเนอเรชันไว้ในสถานที่เดียว

    ครั้งแรกในประเทศไทย Grande Centre Point Voyage Pattaya เปิดนิยามใหม่แห่งการเดินทาง สู่จุดหมายปลายทางที่หลอมรวมการพักผ่อน ความบันเทิง และประสบการณ์สำหรับทุกเจเนอเรชันไว้ในสถานที่เดียว

    พลิกโฉมอุตสาหกรรม Hospitality ไทย ด้วยแนวคิด Integrated Destination Hotel บนทำเลศักยภาพใจกลางพัทยา พร้อมมอบประสบการณ์การเข้าพักเหนือระดับที่ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยว ครอบครัว กลุ่มประชุมสัมมนา และนักเดินทางยุคใหม่อย่างครบวงจร เปิดให้บริการ 1 ตุลาคม 2569

    LH Mall & Hotel เตรียมเปิดตัว Grande Centre Point Voyage Pattaya โรงแรมแห่งที่ 10 ภายใต้แบรนด์ Grande Centre Point Hotels และเป็นหนึ่งในโครงการด้านการท่องเที่ยวและการบริการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 111,100 ตารางเมตร ใจกลางเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติที่มีศักยภาพเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Grande Centre Point Voyage Pattaya ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรม Hospitality ไทย ด้วยแนวคิด “The Borderless Journey” ที่เชื่อว่าการเดินทางในยุคปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนจุดหมายปลายทาง แต่คือการใช้เวลาร่วมกันในการค้นพบประสบการณ์ใหม่ และการสร้างความทรงจำที่มีความหมายสำหรับทุกช่วงวัย

    ทุกพื้นที่ภายในโครงการได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันให้เชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว ทั้งด้านสถาปัตยกรรม เทคโนโลยี ความบันเทิง และการบริการไว้ในจุดหมายเดียว Grande Centre Point Voyage Pattaya จึงเป็นมากกว่าโรงแรม และคือประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่สำหรับทุกเจเนอเรชัน

    ก้าวสู่โลกแห่งการค้นพบที่ไร้ขอบเขต

    หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Grande Centre Point Voyage Pattaya คือการนำเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับประสบการณ์การเข้าพักอย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่ระบบ Interactive Entertainment การนำเสนอคอนเทนต์ผ่านเทคโนโลยี Hologram ไปจนถึงกิจกรรมรูปแบบ Immersive ที่ออกแบบให้ผู้เข้าพักได้มีส่วนร่วมตลอดการเดินทาง

    ไฮไลต์สำคัญของโครงการคือ Time Traveller Water Park สวนน้ำที่มีขนาดกว่า 20,000 ตารางเมตร ซึ่งจะพาผู้เข้าพักเดินทางผ่านสองโลกแห่งจินตนาการ ได้แก่ Lost World และ Tomorrow Land เชื่อมโยงเรื่องราวของอดีตและอนาคตผ่านเครื่องเล่นทางน้ำ สไลเดอร์ขนาดยักษ์ สระคลื่น เลซี่ริเวอร์ และกิจกรรมสำหรับทุกช่วงวัย

    สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย Crimson Canyon Fitness Centre มอบพื้นที่ออกกำลังกายขนาดกว่า 1,400 ตารางเมตร พร้อมอุปกรณ์ Technogym รุ่นล่าสุด โซน Hybrid Training หน้าผาจำลอง Rock Climbing เวทีมวย Boxing Ring และกิจกรรมกีฬาอีกหลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงพื้นที่เวลเนส ทั้ง    จากุซซี่วิวทะเล สตรีม และซาวน่า เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ผู้รักสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ

    ภายในโรงแรมยังประกอบด้วย Voyage Circuit สนามโกคาร์ตไฟฟ้า และ Futsal Court สำหรับกิจกรรมกลุ่มและครอบครัว ตอกย้ำแนวคิดการเป็นจุดหมายปลายทางที่ทุกคนสามารถใช้เวลาร่วมกันได้ตลอดทั้งวัน

    อีกหนึ่งพื้นที่ที่โดดเด่นคือ Midnight Nebula ศูนย์รวมความบันเทิงขนาด เกือบ 1,000 ตารางเมตร  ที่รวบรวมเกมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ไว้ในบรรยากาศแห่งโลกอนาคต ไม่ว่าจะเป็น AI Interactive Games, PlayStation 5 หรือ Simulator Racing ที่มอบประสบการณ์การแข่งรถเสมือนจริง

    ขณะที่ The Sand Theatre จะนำเสนอ “The Guardians of Xentier” เรื่องราวต้นฉบับที่สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับ Grande Centre Point Voyage Pattaya พร้อมต่อยอดสู่คอลเลกชันของที่ระลึกและสินค้า     เอ็กซ์คลูซีฟภายใต้คอนเซ็ปต์ 12 Guardians ซึ่งจะมีจำหน่ายเฉพาะที่โรงแรมแห่งนี้เท่านั้น

    ประสบการณ์แห่งการพักผ่อนที่ออกแบบเพื่อทุกช่วงเวลา

    Grande Centre Point Voyage Pattaya ให้บริการห้องพักและห้องสวีทรวม 494 ห้อง ทุกห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างเต็มสายตา

    การออกแบบภายในเน้นความโปร่งสบาย ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับความสะดวกสบายตลอดการเข้าพัก ผ่านระบบ Smart Room และความบันเทิงภายในห้องที่ตอบโจทย์สมาชิกทุกช่วงวัยในครอบครัว

    พร้อมมอบประสบการณ์การต้อนรับในรูปแบบใหม่ผ่านตัวละคร Guardians ที่ปรากฏบน Smart TV ภายในห้องพัก สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและเติมสีสันให้กับการเดินทางตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้าห้อง

    ในด้านอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรมนำเสนอห้องอาหารและบาร์รวม 9 แนวคิด ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งนักชิม นักเดินทาง และผู้ที่มองหาประสบการณ์ด้านอาหารที่แตกต่าง

    ตั้งแต่ Blue Atlantis Rooftop Restaurant ห้องอาหารบนชั้นสูงที่มองเห็นวิวอ่าวไทยแบบพาโนรามา, The Portrait of Voyage Sky Bar จุดนัดพบแห่งใหม่ของเมืองพัทยา ไปจนถึง Chef Man Seafood ที่เตรียมเปิดตัวอาหารจีนภายใต้แนวคิดใหม่เป็นครั้งแรกที่นี่ รวมถึง Brooks Brunch & Bar ร้านบรันช์ชื่อดังที่นำบรรยากาศแบบ All-Day Social Dining ผสานไวน์บาร์ยามค่ำคืน

    จุดหมายแห่งใหม่สำหรับการประชุมและงานอีเวนต์ระดับนานาชาติ

    นอกเหนือจากการเป็นจุดหมายสำหรับการพักผ่อน Grande Centre Point Voyage Pattaya ยังได้รับการออกแบบให้รองรับตลาด MICE อย่างเต็มรูปแบบ

    Halo Hall ศูนย์ประชุมและพื้นที่จัดงานขนาดกว่า 5,000 ตารางเมตร สามารถรองรับการประชุมองค์กร งานเลี้ยงรับรอง งานเปิดตัวสินค้า และกาล่าดินเนอร์ขนาดใหญ่ได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยกระดับมาตรฐานงานอีเวนต์สู่ระดับสากล

    ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ Grande Centre Point Voyage Pattaya จึงไม่ใช่เพียงโรงแรมแห่งใหม่ของเมืองพัทยา แต่คือจุดหมายปลายทาง แห่งประสบการณ์ ที่รวบรวมการพักผ่อน ความสนุก การใช้เวลาร่วมกัน และการค้นพบสิ่งใหม่ไว้ในสถานที่เดียว

    Grande Centre Point Voyage Pattaya เปิดให้สำรองห้องพักโดยตรงกับโรงแรมตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 และพร้อมต้อนรับผู้เข้าพักอย่างเป็นทางการใน วันที่ 1 ตุลาคม 2569

    ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรม การจองและโปรโมชั่นพิเศษ ได้ที่

    #GrandeCentrePointVoyage # GrandeCentrePointVoyagePattaya #GrandeCentrePoint

  • UNIQLO x Cecilie Bahnsen แบรนด์สาวเฟมินีน สู่ชุดที่ใส่ได้ทุกวัน

    UNIQLO x Cecilie Bahnsen แบรนด์สาวเฟมินีน สู่ชุดที่ใส่ได้ทุกวัน

    ชื่อของ Cecilie Bahnsen อาจยังไม่ใช่แบรนด์ที่แมสในไทย แต่ในโลกแฟชั่นเธอเป็นดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์กที่ถูกพูดถึงมากจากเสื้อผ้าสไตล์เฟมินีน โรแมนติก และมีงานดีเทลที่จำได้ทันที ทั้งเดรสทรงฟู ซิลูเอต แขนพอง ลายดอกไม้ ระบาย และการจับจีบที่ทำให้เสื้อผ้าดูเหมือนอยู่ระหว่าง everyday wear กับเสื้อผ้าในจินตนาการ จนหลายคนอาจรู้สึกว่า น่ารักมาก แต่จะใส่ตอนไหนดี? นี่เป็นเหตุผลที่การจับมือกับ UNIQLO ครั้งนี้เลยน่าสนใจ เป็นการแปลภาษาแฟชั่นของ Cecilie Bahnsen ให้ใช้ได้ชีวิตประจำวันมากขึ้น

    UNIQLO x Cecilie Bahnsen ครั้งแรก

    เป็นการจับมือกันครั้งแรกระหว่างยูนิโคล่กับ Cecilie Bahnsen โดยเอาความโรแมนติก งานฝีมือ และซิลูเอตเฉพาะตัวของ Cecilie มาผสมกับแนวคิด LifeWear ของยูนิโคล่ ที่เน้นใส่สบาย และใส่ได้ทุกวัน

    การ Collab นี้ เริ่มจากความประทับใจปี 2019

    ฝั่ง UNIQLO เล่าว่าได้พบ Cecilie ครั้งแรกตอนเปิดสาขาแรกที่โคเปนเฮเกนในปี 2019 และประทับใจในงานดีไซน์ของเธอ ก่อนจะต่อยอดความสัมพันธ์มาสู่คอลเลคชันนี้หลังผ่านมาหลายปี

    คอลนี้มีชื่อว่า Shapes of Poetry

    ถึงชื่อจะดูโรแมนติก แต่คอลนี้ก็ไม่ได้มาแนวแฟชั่นจัด ออกแบบให้เป็นเสื้อผ้าที่ผู้หญิงใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ผ่านผ้าคอตตอนคุณภาพดีและวัสดุที่ยืดหยุ่น มีทั้งเดรส เสื้อ และกระโปรง พร้อมดีเทลอย่างลายดอกไม้ แขนพอง ระบาย และการจับจีบที่น่ารักถูกใจสาวๆ

    ราคาเข้าถึงง่าย

    ปกติ Cecilie Bahnsen ราคาหลักหมื่น แต่ถ้าร่วมกับ UNIQLO ราคาน่าจะอยู่ในระดับหลักร้อยถึงหลักพัน ทำให้คนทั่วไปมีโอกาสจะแตะโลกโรแมนติกของแบรนด์นี้ได้ง่ายขึ้น

    มีไลน์เด็กผู้หญิงครั้งแรก

    ถือเป็นไฮไลต์เลยที่ Cecilie Bahnsen เปิดตัวเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงเป็นครั้งแรกในคอลเลคชันนี้ มีทั้งเดรส เสื้อยืด และ skorts หรือกระโปรงกางเกง ดีไซน์น่ารัก ใส่สบาย และออกแบบให้สามารถแต่งแบบ matching แม่-ลูกได้

    เมื่อยูนิโคล่เข้าไป collab ในโลกของดีไซเนอร์แนว romantic & poetic ทำให้เราได้เห็นเดรสและเสื้อผ้าผู้หญิงที่มีดีเทลสวยๆ แต่ใส่สบายในทุกวัน ความเฟมินีนที่ match กับความ practical ของยูนิโคล่ เลยเป็นคอลที่สาวๆ น่าจะตั้งตารอ วางขายที่ไทย 29 พฤษภาคมนี้

  • อิเกียพาส่อง 3 ดีไซน์ใหม่จาก IKEA PS 2026 คอลเล็กชั่นใหม่ที่ผสานฟังก์ชั่นและความสนุก พร้อมเติมเต็มสีสันให้ทุกวันธรรมดาพิเศษขึ้น

    อิเกียพาส่อง 3 ดีไซน์ใหม่จาก IKEA PS 2026 คอลเล็กชั่นใหม่ที่ผสานฟังก์ชั่นและความสนุก พร้อมเติมเต็มสีสันให้ทุกวันธรรมดาพิเศษขึ้น

    อิเกีย ประเทศไทย เผยโฉม 3 ดีไซน์แรกจากคอลเล็กชั่น IKEA PS 2026/อิเกีย พีเอส 2026 รุ่นล่าสุด ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ โดยทั้ง 3 ชิ้นสะท้อนแนวคิดการออกแบบที่ผสานฟังก์ชั่นการใช้งานเข้ากับความสนุกและความคิดสร้างสรรค์ ประกอบด้วย เก้าอี้นวมแบบเป่าลม เก้าอี้โยก และโคมไฟตั้งพื้นที่ปรับทิศทางแสงได้ 3 รูปแบบ

    คอลเล็กชั่น IKEA PS/อิเกีย พีเอส เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1995 ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ภายใต้แนวคิด “Democratic Design” และถือเป็นพื้นที่ทดลองไอเดียใหม่ ๆ ของอิเกียตลอดมา โดยทั้ง 9 อิดิชั่นที่ผ่านมาคอลเล็กชั่นนี้ได้นำเสนอผลงานดีไซน์สแกนดิเนเวียร่วมสมัยที่ทั้งใช้งานได้จริงและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สำหรับอิดิชั่นที่ 10 ซึ่งเป็นอิดิชั่นล่าสุดของคอลเล็กชั่นนี้มีการออกแบบภายใต้แนวคิด “เล่นสนุกทุกฟังก์ชั่น (Playful Functionality)” หรือการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งาน พร้อมเติมลูกเล่นที่สร้างความสนุกและชวนให้เกิดปฏิสัมพันธ์กับสินค้าในชีวิตประจำวัน

    ก่อนจะมีการเปิดตัวคอลเล็กชั่น IKEA PS/อิเกีย พีเอสในระดับโลกในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ อิเกียได้เผยภาพผลิตภัณฑ์บางส่วนออกมาเรียกน้ำย่อย นำโดย เก้าอี้นวมแบบเป่าลม และเก้าอี้โยก ซึ่งออกแบบโดยดีไซเนอร์ของอิเกียอย่าง Mikael Axelsson และ Marta Krupińska และโคมไฟตั้งพื้นที่ปรับได้ 3 ทิศทาง ผลงานการออกแบบของ Lex Pott ดีไซเนอร์จากรอตเตอร์ดัม

    หนึ่งในไฮไลต์คือเก้าอี้นวมแบบเป่าลม ซึ่งเป็นแนวคิดที่อิเกียพัฒนามาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 ก่อนจะสำเร็จในคอลเล็กชั่นนี้ ตัวเก้าอี้ใช้โครงสร้างช่องอากาศ 2 ชิ้น เชื่อมด้วยโครงโครเมียม ช่วยให้มีทั้งความมั่นคง น้ำหนักเบา และจัดเก็บได้สะดวก มาในผ้าหุ้มสีเขียวมรกต พร้อมที่สูบลมแบบเท้าเหยียบ และผ่านมาตรฐานการทดสอบความทนทานเช่นเดียวกับเก้าอี้มีที่พักแขนของอิเกีย

    อีกหนึ่งชิ้นเด่นคือโคมไฟตั้งพื้นที่สามารถหมุนปรับการใช้งานได้ 3 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสปอตไลต์ ไฟอ่านหนังสือ หรือไฟส่องเพดาน ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศของพื้นที่เดียวกันได้ง่าย ๆ ผ่านการหมุนปรับเพียงครั้งเดียว ตัวโคมไฟโดดเด่นด้วยรูปทรงเรขาคณิตเรียบคม และมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเขียวอมเหลือง สีแดงเบอร์กันดี และสีน้ำเงินโคบอลต์

    ด้านเก้าอี้โยกสะท้อนแนวคิด Playful Functionality ได้อย่างชัดเจน ด้วยฟังก์ชั่นการโยกตัวเบา ๆ ที่มอบความผ่อนคลาย ขณะเดียวกันยังใช้งานเป็นม้านั่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผลิตจากไม้สนโชว์ลายธรรมชาติ ให้กลิ่นอายดีไซน์สแกนดิเนเวียที่เรียบง่ายและอบอุ่น

    คอลเล็กชั่น IKEA PS/อิเกีย พีเอส จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในระดับโลกในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่งาน Democratic Design Days ณ เมืองอัลมุต ประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นเมืองต้นกำเนิดของคอลเล็กชั่นนี้ สำหรับประเทศไทย อิเกีย ก็เตรียมนำสินค้าในคอลเล็กชั่น IKEA PS/อิเกีย พีเอสมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบโดยสามารถติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากทางอิเกียได้ในเร็ว ๆ นี้

  • 5 ข้อต้องรู้ก่อนซื้อเก้าอี้สุขภาพ Ergonomic Chair เลือกให้ดี เลือกให้ปัง ร่างไม่พังแน่นอน

    5 ข้อต้องรู้ก่อนซื้อเก้าอี้สุขภาพ Ergonomic Chair เลือกให้ดี เลือกให้ปัง ร่างไม่พังแน่นอน

    หลายคนอาจเคยประสบปัญหาซื้อเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ Ergonomic Chair ตามที่เพื่อนว่าดี แต่พอเราซื้อตามกลับนั่งไม่สบาย แถมยังปวดหลัง ปวดไหล่ จนเหมือนได้เฉียดใกล้ Office Syndrome นั่นเป็นเพราะรูปร่างของแต่ละคนแตกต่างกัน การเลือกซื้อเก้าอี้เพื่อสุขภาพให้ “พอดี” กับสรีระของตัวเองจึงสำคัญ 

    สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อเก้าอี้เพื่อสุขภาพ 5 ข้อนั้นมีอะไรบ้าง มาดูกันเล้ย!

    เก้าอี้สุขภาพ

    1. ความสูงของเก้าอี้สุขภาพกับช่วงขา

    วัดความยาวจากข้อพับหลังเข่าไปจนถึงเท้าระหว่างที่เท้าวางราบกับพื้นพอดี ซึ่งความยาวนี้จะต้องเท่กับความสูงของเก้าอี้ เพื่อที่เวลานั่ง ฝ่าเท้าจะได้วางแนบกับพื้น หากเท้าลอยไม่แนบพื้นอาจทำให้เลือดไหลมารวมกันจนทำให้เท้าบวมได้

    2. ความลึกของเบาะรองนั่งกับต้นขา

    วัดความยาวจากก้นจนถึงข้อพับขาระหว่างอยู่ในท่านั่ง ความลึกเบาะรองนั่งของเก้าอี้สุขภาพต้องพอดีกับความยาวของต้นขา รูปทรงต้องไม่เป็นแอ่งโค้งเว้า หรือนุ่มจนเกินไป Ergonomic Chair จะช่วยปรับท่าทางการนั่งของเราให้ถูกท่า ลดการเกิดแรงกดต่อกระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน และกระดูก้นกบ 

    3. ความกว้างของพนักพิงกับความกว้างของไหล่

    วัดความกว้างของช่วงไหล่ และความยาวช่วงลำตัวตั้งแต่คอจนถึงบั้นท้ายขณะอยู่ในท่านั่งหลังตรง เพื่อที่เวลานั่งเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ แผ่นหลังจะแนบสนิทพอดีกับพนักพิง ทำให้ร่างกายอยู่ในท่วงท่าที่เหมาะสมขณะใช้งาน

    4. ที่วางแขนกับกับระดับที่เหมาะสม

    จุดนี้ความสำคัญอยู่ที่การวางแขนบนที่วางแขนของเก้าอี้เพื่อสุขภาพในท่าทางที่ถูกต้อง คือช่วงแขนจนถึงข้อศอกเมื่อวางลงบนที่พักแขน ต้องอยู่ในระนาบเดียวกันและขนานกับพื้น สามารถดันตัวยืดตรงและใช้คำยันเมื่อลุกขึ้นได้ 

    5. Ergonomic Chair รุ่นที่มีพนักรองคอ

    ส่วนสำคัญที่ต้องไปทดลองนั่ง เพื่อสัมผัสเอง

    เมื่อทดลองนั่งเก้าอี้สุขภาพในท่าที่เหมาะสม คือ ฝ่าเท้าวางราบแนบสนิทกับพื้น ก้นชิดติดพนักพิง แผ่นหลังแนบไปกับพนักพิง เมื่อพิงศีรษะกับพนักพิง ศีรษะต้องตั้งตรงและสายตาขนานกับพื้น คอไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง

    อย่างที่กล่าวในตอนต้นว่าสรีระของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน เก้าอี้สุขภาพจึงถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ความแตกต่างของร่างกายตามหลักการยศาสตร์ สามารถปรับระดับและองศาได้ โดยเฉพาะใน 5 จุดที่สำคัญ ได้แก่ ระดับความสูงของเก้าอี้ ความลึกของเบาะรองนั่ง ที่พักแขน พนักพิงรองพลัง และพนักพิงรองคอ เพื่อรองรับสรีระทุกส่วนของร่างกายและปรับท่วงท่าการนั่งให้ถูกต้องเหมาะสม ลดความเสี่ยงในการเกิดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและโรค Office Syndrome ได้ในระยะยาว 

    Ergonomic Chair

    นอกจากนี้ยังการเลือกซื้อเก้าอี้สุขภาพ Ergonomic Chair ยังควรคำนึงถึงการรับน้ำหนักและคุณภาพวัสดุที่ใช้ในการผลิตอีกด้วย และเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดผลเสียจากการใช้เก้าอี้สุขภาพที่ไม่เหมาะสมกับสรีระร่างกาย Work Station แนะนำให้ผู้ใช้งานได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์จริงทดลองนั่งด้วยตัวเองที่โชว์รูม และรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด      

    นัดหมายเยี่ยมชมโชว์รูม โทร. 02-106-8484

    และสามารถเข้าไปเลือกชมเฟอร์นิเจอร์สำนักงานเพิ่มเติม ได้ที่ workstationoffice.com