Blog

  • Hello world!

    Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!

  • SC ฟอร์มดีกระแสตอบรับแรง! “Reference BAIE River Bangpho” คอนโดเมกะโปรเจกต์ริมแม่น้ำแห่งแรก กวาดยอดขายทะลุ 2,500 ล้านบาท ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

    SC ฟอร์มดีกระแสตอบรับแรง! “Reference BAIE River Bangpho” คอนโดเมกะโปรเจกต์ริมแม่น้ำแห่งแรก กวาดยอดขายทะลุ 2,500 ล้านบาท ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

    SC จัดใหญ่เขย่าวงการคอนโดริมแม่น้ำ เปิดตัว “Reference BAIE River Bangpho” ให้เป็น Riverside Livng Destination บนทำเลติดแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่าโครงการกว่า 11,000 ล้าน ชูแนวคิด “Wellness Living Inspired by Vacation” ที่ผสานความโดดเด่นของทำเลริมน้ำกับดีไซน์และฟังก์ชัน พร้อมส่วนกลางกว่า 12,800 ตร.ม. ตอบโจทย์ในทุก Multi Generation  ดึง 2 ดาราดังรุ่นใหม่ วิน-เมธวิน และ ตู-ต้นตะวัน ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ สะท้อนความยิ่งใหญ่ของแบรนด์ ประกาศยอดขายสะสมกว่า 2,500 ล้าน เตรียมเปิดพรีเซลจริง 17-18 ต.ค.นี้ ราคาเริ่มต้น 2.89  ล้าน

    นางกนกอร หลิมกำเนิด กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวสูง และลูกค้าต่างประเทศ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า SC Condo ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในทำเลริมแม่น้ำย่านบางโพ ด้วยการเปิดตัวโครงการเมกะโปรเจกต์คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำแห่งแรกของ SC ภายใต้ชื่อ เรฟเฟอเรนซ์ เบย์ ริเวอร์ บางโพ (Reference BAIE River Bangpho) ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 13 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ MRT บางโพ มูลค่าโครงการ 11,000 ล้านบาท

    “ไม่บ่อยครั้งนักที่ SC จะพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ระดับเมกะโปรเจกต์มูลค่าโครงการระดับหมื่นล้านบาท แต่เราเลือกที่จะพัฒนา Reference BAIE River Bangpho เพราะเราเล็งเห็นแล้วว่า ทำเลริมน้ำเจ้าพระยายังมีความต้องการจากตลาดสูงมาก และทำเลบางโพก็ถือเป็นทำเลที่มีโอกาสเติบโตสูงจากทั้งโครงการในอนาคตทางด้านการแพทย์ สถานศึกษา แหล่งไลฟ์สไตล์และเส้นทางการเดินทางใหม่ๆ ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา เมื่อมาผสมผสานกับคอนเซ็ปต์และการออกแบบของเราที่มุ่งมั่นตอบโจทย์การอยู่อาศัยร่วมกันของคนหลากหลายช่วงวัย ทำให้เรามั่นใจว่าโครงการนี้ จะเติมเต็มคุณค่าให้แก่ย่านบางโพ และช่วยให้ย่านนี้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น เป็น The New Era of Bangpho ”นางกนกอร กล่าว

    สำหรับ Reference BAIE River Bangpho ตั้งอยู่บนทำเลที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์และทุกความครบครันในชีวิตประจำวัน ห่างจาก MRT บางโพ เพียง 450 เมตร ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (แล้วเสร็จปี 2573) ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่างรัฐสภา ใกล้แหล่งงานสำคัญทั้งอารีย์ จตุจักร ห้าแยกลาดพร้าว รวมถึงใกล้โรงพยาบาลชั้นนำระดับประเทศในอนาคตอย่างสถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ (SI Next) ศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจรที่มูลค่าการลงทุนกว่า 16,960 ล้านบาท

    ตัวโครงการพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดการออกแบบ “Cruise Collection The Art of Vacation”  ที่ออกแบบให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยแบบสุขภาวะที่ดีและการอยู่ร่วมกันของคนหลากหลายเจเนอเรชัน (Multi-Generation Living) ประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 3 อาคาร  รวม 1,742 ยูนิต แบ่งเป็น อาคาร Riviera 53 ชั้น อาคาร The Horizon 52 ชั้น และอาคาร Panorama (เลี้ยงสัตว์ได้ทั้งอาคาร) 10 ชั้น ขนาดห้องพักหลากหลาย ตั้งแต่แบบสตูดิโอ ถึง 3 ห้องนอน เริ่มต้น 23.80-176.00 ตร.ม.และแบบ Penthouse ขนาด 274.40 ตร.ม.  

    ภายในโครงการ ประกอบด้วยพื้นที่ส่วนกลางกว่า 12,800 ตร.ม.พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Designed for everyday wellness” ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านจิตใจ (Mind) ร่างกาย (Body) และจิตวิญญาณ (Soul) รวมถึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทุกวัย อาทิ Sky Lounge, Bar Pantry, Entertainment Room, Theatre, Roof Garden, Fitness & Yoga & Pilates, Onsen, Wellness Garden, Co-working Space, Paddleboard, Multi-sport Court เริ่มก่อสร้างไตรมาส 1 /2570 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จไตรมาส 4/2572 ราคาเริ่มต้นที่ 2.89 ล้านบาท*

    นางกนกอร กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของเมกะโปรเจกต์คอนโดริมน้ำ บริษัทยังได้แต่งตั้งให้ วิน–เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร และตู–ต้นตะวัน ตันติเวชกุล 2 ศิลปินดังรุ่นใหม่จาก GMMTV เป็นพรีเซ็นเตอร์ของโครงการ Reference BAIE River Bangpho ในการสื่อสารภาพลักษณ์ของโครงการไปยังคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนหลากหลายช่วงวัย พร้อมทั้งเติมเต็มภาพลักษณ์ที่ทันสมัยมีชีวิตชีวาให้กับแบรนด์โครงการ

    “เรายังตั้งใจผสมผสานความโดดเด่นของย่านบางโพ ทั้งงาน Craft, Culture และ River ที่ได้วิวโค้งน้ำท้องมังกร ตรงตามหลักฮวงจุ้ย เข้ากับการออกแบบที่ตอบโจทย์ด้าน Wellness และการใช้ชีวิตร่วมกัน ของคนหลากหลายกลุ่ม หลากหลายช่วงวัย ออกแบบส่วนกลางให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเหมือนได้ Recharge ได้ดูแลตัวเอง ได้อยู่ในสังคมที่ใช่ เปลี่ยนวันธรรมดาให้เป็นวันที่ได้พักผ่อนจริงๆ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้โครงการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีตั้งแต่ก่อนเปิดขายอย่างเป็นทางการ โดยมียอดขายสะสมแล้วกว่า 2,500 ล้านบาท” นางกนกอร กล่าว

    สำหรับ Reference BAIE River Bangpho จะเปิดขายรอบพรีเซล (Presale) อย่างเป็นทางการในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 17-18 ตุลาคม 2569 ราคาเริ่ม 2.89 ล้านบาท ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนนัดเยี่ยมชมโครงการได้ที่ https://www.scasset.com/th/condominium/reference-baie-river-bangpho/, Line : @ReferenceCondo หรือคลิก https://lin.ee/tjzpahH

    #SC #SCisQuality #SCหลังการขายอันดับ1 #ReferenceBAIERiverBangpho #SCCondo

  • เอพี ไทยแลนด์ ส่งแคมเปญ ‘AP เราเห็นชีวิตคุณ’ ครองแชมป์ 2026 THAILAND’S Social Power Brand และขึ้นแท่นแบรนด์อันดับ 1 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน พร้อมเดินหน้าสร้างคุณค่าและความหมาย “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้”

    เอพี ไทยแลนด์ ส่งแคมเปญ ‘AP เราเห็นชีวิตคุณ’ ครองแชมป์ 2026 THAILAND’S Social Power Brand และขึ้นแท่นแบรนด์อันดับ 1 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน พร้อมเดินหน้าสร้างคุณค่าและความหมาย “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้”

    กรุงเทพฯ (27 ต.ค. 69) – บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ภายใต้คำมั่นสัญญา “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในการขับเคลื่อนการสื่อสารแบรนด์แคมเปญบนโลกดิจิทัล ได้รับการจัดอันดับเป็นแบรนด์อันดับ 1 “Thailand’s Social Power Brand 2026 ในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (2024–2026) จากผลสำรวจโดยนิตยสาร BrandAge

    นายกิตติเชษฐ์ สถิตย์นพชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาดองค์กรและดิจิทัล บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

    “การรักษาอันดับ 1 Thailand’s Social Power Brand ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญว่าเอพีเป็นแบรนด์ที่เข้าไปนั่งในใจคนไทย โดยความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากการพยายามพูดให้ดังที่สุด แต่เกิดจากความตั้งใจของแบรนด์เอพีและแนวทางการสื่อสารที่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจชีวิตจริงของผู้คน โดยนำ DNA ขององค์กรที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการเรียนรู้วิถีชีวิตของลูกค้า มาเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์แบรนด์แคมเปญแห่งปี ‘AP เราเห็นชีวิตคุณ’ เพื่อสื่อสารและเชื่อมโยงกับผู้บริโภค พร้อมส่งมอบคุณค่าและความหมายของ ‘ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้’ ในวันที่ไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์แบบเพียงหนึ่งเดียว เพราะเอพีเชื่อว่าการมองเห็นและเข้าใจความจริงหลายบริบทพร้อมๆ กัน บนฐานของความเป็นมนุษย์ ความรู้สึก และการร่วมรับรู้ถึงความท้าทายที่ผู้คนในยุคนี้เผชิญร่วมกัน คือสิ่งที่ทำให้แบรนด์สามารถเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภคได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด”

    สำหรับรางวัล Thailand’s Social Power Brand เป็นผลการสำรวจแบรนด์ที่มีพลังบนโลกโซเชียลมีเดีย โดย BrandAge ซึ่งสะท้อนบทบาทของแบรนด์ในสภาพแวดล้อมการสื่อสารยุคดิจิทัล ความสำเร็จของเอพี ไทยแลนด์ ในการครองอันดับ 1 กลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2024–2026 นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของการพัฒนาแบรนด์และกลยุทธ์การสื่อสารที่มุ่งสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคในระยะยาว

    #APThai #ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้ #APThaiบริษัทอสังหาอันดับ1#APเราเห็นชีวิตคุณ #ThailandSocialPowerBrand2026

    “เอพี ไทยแลนด์ – ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้”

  • เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำเบอร์ 1 อสังหาฯ จัดทัพใหญ่ “AP LEADER’S DEAL” ยกทัพบ้านเดี่ยว–บ้านแฝด–ทาวน์โฮม–คอนโด กว่า 200 โครงการ บุกงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 50

    เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำเบอร์ 1 อสังหาฯ จัดทัพใหญ่ “AP LEADER’S DEAL” ยกทัพบ้านเดี่ยว–บ้านแฝด–ทาวน์โฮม–คอนโด กว่า 200 โครงการ บุกงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 50

    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ภายใต้คำมั่นสัญญา “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” สร้างปรากฏการณ์สะเทือนตลาดอสังหาฯ ไตรมาสสุดท้าย ส่งแคมเปญระดับบิ๊กสเกล “AP LEADER’S DEAL – No.1 ดีลจากผู้นำตัวจริง” มอบข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 50 ยกทัพที่อยู่อาศัยคุณภาพกว่า 200 โครงการ ครอบคลุมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม บนทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในระดับราคา 1.69–50 ล้านบาท พร้อมไฮไลต์ส่วนลดสูงสุดถึง 10 ล้านบาท* ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 8  

    นายกิตติเชษฐ์ สถิตย์นพชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาดองค์กรและดิจิทัล บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

    “เพื่อส่งมอบความคุ้มค่าสูงสุดแก่ลูกค้าช่วงก่อนโค้งสุดท้ายของปี เอพีผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ จึงส่งแคมเปญ ‘AP LEADER’S DEAL’ ร่วมงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งนี้ ด้วยความตั้งใจที่จะปลดล็อกทุกข้อจำกัดในการซื้อที่อยู่อาศัยหลังใหม่ ด้วยจุดแข็งของเอพีกับความพร้อมของพอร์ตสินค้าโครงการคุณภาพ ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทั้งทำเล ดีไซน์ และช่วงราคา ควบคู่กับ No.1 ดีลจากผู้นำตัวจริง ข้อเสนอพิเศษที่ดีที่สุดแห่งปี เพื่อตอกย้ำความมั่นใจและเดินหน้าส่งมอบ ‘ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้’ ให้กับทุกคน”

    เจาะลึกไฮไลต์ “AP LEADER’S DEAL” ครบทุกเซกเมนต์ ตอบโจทย์ทุกอินไซต์การใช้ชีวิต No.1 ดีลจากผู้นำตัวจริง ทั้งบ้านเดี่ยว–บ้านแฝด–ทาวน์โฮม–คอนโดฯ

    สำหรับกลุ่มบ้านเดี่ยวเอพี นำเสนอ 69 โครงการ ราคาเริ่มต้น 4–50 ล้านบาท* มอบส่วนลดระดับมาสเตอร์พีซสูงสุด 10 ล้านบาท* นำทัพโดย THE CITY กาญจนาฯ–บางแค ส่วนลดสูงสุด 10 ล้านบาท* และ MODEN พระราม 2 บ้านเดี่ยวพื้นที่ใช้สอย 175 ตารางเมตร ราคาพิเศษ 3.99 ล้านบาท* พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองภายในงาน รับ On-top เพิ่ม 50,000 บาททุกแปลง*

    กลุ่มบ้านแฝดและทาวน์โฮมเอพี รวม 115 โครงการ ราคาเริ่มต้น 1.99–25 ล้านบาท* ทลายทุกกำแพงการเป็นเจ้าของ ด้วยข้อเสนอ จองเริ่มเพียง 999 บาท* ล็อกผ่อนเริ่ม 1,999 บาทต่อเดือน* หรือ รับดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี* พร้อมคัดยูนิตราคาพิเศษเฉพาะภายในงาน อาทิ บ้านกลางเมือง The Edition พระราม 9–พัฒนาการ 2 ราคาพิเศษ 6.29 ล้านบาท* (จากราคาปกติ 8.99 ล้านบาท*) และ PLENO ราชพฤกษ์ 2 ราคาพิเศษ 2.59 ล้านบาท* (จากราคาปกติ 3.49 ล้านบาท*)

    กลุ่มคอนโดมิเนียมเอพี รวม 22 โครงการใหม่และโครงการพร้อมเข้าอยู่ ราคาเริ่มต้น 1.69–6.69 ล้านบาท* คุ้มค่าทั้งอยู่อาศัยและลงทุน พร้อมข้อเสนอ จองเริ่ม 999 บาท* ฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 10 ปี* และฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 10 รายการ* พร้อมดีลไฮไลต์ RHYTHM เอกมัย เอสเตท ส่วนลดสูงสุด 1.6 ล้านบาท* และ LIFE พระราม 4–อโศก ส่วนลดสูงสุด 1.2 ล้านบาท*

    พบกับที่สุดของข้อเสนอแห่งปี “AP LEADER’S DEAL – No.1 ดีลจากผู้นำตัวจริง” ที่รวมกว่า 200 โครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพจากเอพี ไทยแลนด์ ภายในงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 50 ตั้งแต่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ HALL 8 ชั้น LG ดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษล่วงหน้าได้ที่ https://www.apthai.com/th/highlights/house-and-condo-expo

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    #APThai #ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้ #APThaiบริษัทอสังหาอันดับ1 #APLEADERSDEAL #งานมหกรรมบ้านและคอนโด​

    “เอพี ไทยแลนด์ – ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้”

  • ถ้าตอนเด็กๆเรามี“ฐานลับ” เป็นของตัวเอง 🌿 Dinosaur Kids Playroom by ARTRA INTERIOR

    ถ้าตอนเด็กๆเรามี“ฐานลับ” เป็นของตัวเอง 🌿 Dinosaur Kids Playroom by ARTRA INTERIOR

    ห้องนี้น่าจะทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอยากกลับไปเป็นเด็กอีกสักวัน 🦕

    มีฐานลับเป็นของตัวเอง แถมอยู่ในห้องไดโนเสาร์ที่ ARTRA INTERIOR ออกแบบไว้ให้เล่นได้ทุกมุม

    𝐖𝐡𝐚𝐭 𝐭𝐨 𝐊𝐧𝐨𝐰 🥤

    01 — ห้องแสนสนุก ได้เรียนรู้ผ่านการเล่น
    ทั้งพื้นที่ปีนป่าย ขุดค้น และสำรวจ ให้เด็กได้ใช้ร่างกาย ฝึกสังเกต และลองคิดเอง

    02 — ซ่อนดีเทลการฝึกพัฒนาการ
    ปีนป่ายได้ใช้ร่างกาย ขุดค้นได้ฝึกสังเกต ส่วนบทนักสำรวจก็เปิดให้จินตนาการทำงานเต็มที่

    03 — ARTRA INTERIOR กับโจทย์ห้องเด็กที่คิดไปถึงการใช้งานจริง
    ตั้งแต่พื้นที่เล่นต่างระดับ เฟอร์นิเจอร์เฉพาะธีม ไปจนถึงโครงสร้าง จุดยึด และรายละเอียดที่ต้องทำให้สิ่งที่อยู่ในแบบสามารถสร้างและเล่นได้จริง

    🦖 ฐานลับที่เคยใช้เก้าอี้กับผ้าห่ม

    ตอนเราเป็นเด็ก เก้าอี้ไม่กี่ตัว ผ้าผืนใหญ่สักผืน คลุมแล้วมุดเข้าไปข้างใต้ เท่านี้ก็มีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว ใครเคยเล่นน่าจะจำได้ว่าตอนนั้นเราสนุกขนาดไหน

    บ้านต้นไม้ในภาพยนตร์ Jurassic World ในห้องนี้ให้อารมณ์คล้ายกัน แต่มีเรื่องสนุกให้ทำอีกเยอะ ข้างบนขึ้นไปตั้งหอสังเกตการณ์ ข้างล่างมีถ้ำให้มุดพัก จะออกตามหาฟอสซิลหรือตั้งศูนย์สำรวจ ก็แล้วแต่เจ้าของห้องจะจินตนาการ

    โจทย์มาจากพ่อแม่ที่อยากให้ลูกมีพื้นที่เล่น ได้สำรวจธรรมชาติ และเลือกทำสิ่งที่สนใจ ทีม ARTRA INTERIOR เลยนำความชอบของลูกมาต่อยอด ว่าจะออกแบบห้องให้เล่นอะไรได้บ้าง

    💡 เล่นสนุก แล้วก็ได้เรียนรู้ไปด้วย

    เวลาปีน เด็กต้องลองว่าจะจับตรงไหน วางเท้ายังไง พอขุดค้นก็ได้สังเกตสิ่งที่เจอ ส่วนเวลาเล่นเป็นนักสำรวจ เรื่องราวจะไปต่อยังไงก็ต้องคิดเอง ได้ลอง ได้ตัดสินใจ โดยไม่ต้องมีใครมาคอยบอกทุกขั้นตอน

    รายงาน The Power of Play ของสมาคมกุมารแพทย์อเมริกัน (AAP) สรุปไว้ว่า การเล่นที่เหมาะกับวัยช่วยส่งเสริมพัฒนาการ ทั้งร่างกาย ความคิด ภาษา สังคม และอารมณ์

    พ่อแม่คงไม่ได้นึกถึงชื่อทักษะทุกครั้งที่เห็นลูกเล่น แค่เห็นลูกลองอีกครั้งจนทำสิ่งนั้นได้ หรือวิ่งมาเล่าว่าวันนี้ค้นพบอะไรใหม่ในฐานลับ ก็น่าดีใจแล้ว

    🌳 ARTRA ออกแบบห้องให้เป็นโลกของเด็ก

    ห้องไดโนเสาร์นี้มีโจทย์มาให้ ARTRA INTERIOR หลายอย่าง ตั้งแต่การวางผังห้อง บ้านเล่นสองชั้น ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์เฉพาะธีม แต่ละส่วนต้องถูกวางขนาดและตำแหน่งให้ใช้ด้วยกันได้ พร้อมเก็บงานดีไซน์ให้เข้ากันทั้งห้อง

    ⬩ วางผังจากกิจกรรมที่เด็กจะเล่น

    งาน Space Planning ของห้องนี้ใช้พื้นที่ทั้งแนวราบและแนวตั้ง บ้านเล่นสองชั้นเปิดมุมมองจากด้านบน ส่วนพื้นที่ขุดค้นอยู่ด้านล่าง มีบันได ตาข่ายปีน และสไลเดอร์เป็นทางขึ้นลงให้เลือก

    เรื่อง Circulation หรือเส้นทางใช้งานจึงต้องคิดไปพร้อมกับตำแหน่งกิจกรรม จะขึ้นบ้านเล่นตรงไหน ลงมาแล้วเจออะไร และไปเล่นจุดถัดไปอย่างไร การจัดผังเป็นส่วนที่ทำให้ของเล่นแต่ละชุดใช้ต่อกันได้

    ⬩ จากจินตนาการในแบบ สู่ของจริงที่เล่นได้

    ห้องเด็กแบบนี้เปิดพื้นที่ให้จินตนาการได้มาก แต่พอจะทำบ้านเล่นสองชั้น ทางปีนป่าย หรือสไลเดอร์ขึ้นมาจริง รายละเอียดหลายอย่างต้องคิดต่อจากภาพที่เราเห็น

    ตั้งแต่สัดส่วนของพื้นที่ที่เด็กจะปีนและลอดผ่าน ความลาดชันของทางเล่น ไปจนถึงโครงสร้าง จุดยึด และการรับน้ำหนัก เพราะรายละเอียดเหล่านี้มีผลต่อทั้งวิธีเล่นและความปลอดภัยโดยตรง

    จุดนี้ทำให้ประสบการณ์ด้านงานก่อสร้างของ ARTRA INTERIOR สำคัญขึ้นมา ทีมต้องมองต่อว่าแต่ละรูปทรงจะทำจริงอย่างไร เชื่อมกับโครงสร้างตรงไหน และต้องปรับรายละเอียดอะไรเมื่อเข้าสู่หน้างาน รวมถึงประสานการคำนวณและตรวจสอบทางวิศวกรรมในส่วนที่จำเป็น

    บ้านเล่นสองชั้นในห้องนี้จึงไม่ได้จบแค่การสร้างรูปทรงให้เหมือนโลกไดโนเสาร์ แต่ต้องทำให้เส้นทางขึ้นลง พื้นที่ปีน และองค์ประกอบแต่ละจุดทำงานร่วมกันได้จริง

    “จินตนาการจะไปได้ไกล ต้องมีความรู้และประสบการณ์รองรับในทุกรายละเอียด”

    ⬩ งาน Custom ที่ลงรายละเอียดถึงเฟอร์นิเจอร์

    ARTRA นำธีมไดโนเสาร์มาออกแบบรูปทรงโต๊ะ เก้าอี้ และช่องเปิดคล้ายถ้ำ รวมถึงพื้นที่ขุดค้น โครงกระดูก และรายละเอียดฟอสซิล ก่อนต่อขึ้นไปถึงเมฆ บอลลูน และสัตว์เลื้อยคลานบินได้จำลองบนเพดาน

    งาน Custom Design แบบนี้ต้องดูเรื่อง Scale & Proportion หรือขนาดและสัดส่วนขององค์ประกอบทั้งห้อง เลือกสี รูปทรง และตำแหน่งให้ต่อเนื่องกัน มองจากทางเข้าต้องเห็นภาพรวม พอเดินเข้าไปใกล้ก็ยังมีดีเทลให้ค้นต่อ

    ⬩ แบ่งโซนให้มีที่พักจากการเล่น

    การจัด Zoning ในห้องนี้มีทั้งพื้นที่ออกแรงและมุมกิจกรรมเงียบๆ โดยวางที่นั่ง หนังสือ และชั้นเก็บของไว้ใกล้พื้นที่เล่น เด็กสามารถแวะพัก หยิบอ่าน หรือเตรียมของสำหรับเล่นรอบต่อไปได้

    ทั้งการวางผัง Route ขึ้นลง งาน Custom ไปจนถึงการพัฒนาแบบให้แต่ละองค์ประกอบสร้างและใช้งานได้จริง ล้วนเป็นรายละเอียดที่ ARTRA INTERIOR ต้องคิดต่อเนื่องตั้งแต่ในแบบไปจนถึงหน้างาน

    ตอนสร้างหรือปรับปรุงบ้าน สิ่งที่ลูกชอบอาจเป็นไอเดียเริ่มต้นของห้องเด็ก อยากให้มีที่เล่นอะไรบ้าง มุมทำกิจกรรมแบบไหน แล้วค่อยนำไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กับพื้นที่สำหรับเด็ก เพื่อช่วยคิดต่อทั้งเรื่องผัง เฟอร์นิเจอร์ และรายละเอียดที่บางครั้งเราอาจไม่ทันนึกถึง

    ห้องนี้เป็นตัวอย่างงานของ ARTRA INTERIOR ที่ดูแลตั้งแต่การจัดการพื้นที่ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์เฉพาะธีม มุมเล่น มุมพัก และรายละเอียดที่ทำให้ภาพในแบบกลายเป็นพื้นที่จริง

    เมื่อฐานลับพร้อมแล้ว พ่อแม่คงได้เห็นวันที่ลูกปีนขึ้นไปเองได้เป็นครั้งแรก ได้ฟังเรื่องผจญภัยที่เขาคิดขึ้น และค่อยๆ เห็นว่าเขาทำอะไรได้มากกว่าเมื่อวาน

    และห้องนี้จะยังเก็บความทรงจำตอนเขายังเป็น ‘เจ้าตัวเล็ก’ ไว้ให้เราเสมอ 🙂

    . . .

    📍 𝐀𝐑𝐓𝐑𝐀 𝐈𝐍𝐓𝐄𝐑𝐈𝐎𝐑
    Luxury Interior Design & Full Service
    ปรึกษางานออกแบบ โทร. 02-114-8488
    หรือส่งข้อความทางเพจ ARTRA Interior

  • CENTRO เพชรเกษม – บางบอน เมื่อที่ดิน 100-200 ตร.ว. อยู่กับดีไซน์บ้านที่ใช้มันคุ้ม

    CENTRO เพชรเกษม – บางบอน เมื่อที่ดิน 100-200 ตร.ว. อยู่กับดีไซน์บ้านที่ใช้มันคุ้ม

    ที่ดินระดับ 100–200 ตร.วา เดี๋ยวนี้แทบไม่เจอในบ้านใกล้เมือง และสิ่งที่ดูเป็นไฮไลท์มากกว่าขนาด คือแบบบ้านที่ทำให้พื้นที่เหล่านี้มีความหมาย ทั้งสวนรอบบ้าน ช่องเปิดหลายด้าน และการดึงแสงธรรมชาติเข้าใกล้พื้นที่ใช้ชีวิต

    CENTRO เพชรเกษม-บางบอน
    แบบบ้านใหม่เชื่อมธรรมชาติ พร้อมที่ดินขนาดใหญ่

    What to Know 🥤

    01 — CENTRO ซีรีส์ที่เหนือกว่าเดิม
    บ้าน Series ใหม่ให้ความรู้สึกใหญ่และพรีเมียมขึ้น ทั้งสัดส่วนภายนอก Layout และคุณภาพพื้นที่โดยรวม

    02 — บ้านเดี่ยว มีพื้นที่ให้แยกกันใช้ชีวิต
    มี Living / Multi-purpose Area สูงสุด 4 โซน รองรับทั้งการพักผ่อน ทำงาน และกิจกรรมส่วนตัว โดยยังมีพื้นที่กลางไว้ใช้ร่วมกัน

    03 — เปิดบ้านเข้าหาสวนหลายด้าน
    ช่องเปิดจำนวนมากช่วยรับแสงธรรมชาติ และเปิดมุมมองสู่พื้นที่สีเขียว ทำให้บ้าน Scale ใหญ่ยังรู้สึกโปร่ง น่าอยู่

    📍 เริ่ม 9.99–15 ล้าน*
    ลงทะเบียนบนเว็บไซต์หรือ Add LINE โครงการ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2 แสน*

    CENTRO NEW DESIGN / NEW SERIES

    CENTRO รอบนี้ดูใหญ่และพรีเมียมขึ้นจากภาพจำเดิมชัดเจน ทั้งสัดส่วนภายนอก Scale ตัวบ้าน และ Layout ภายในที่ขยับเข้าใกล้บ้านระดับบน

    แนวคิด Nature Architect ถูกถ่ายทอดเป็นสเปซจริง ผ่านช่องเปิดหลายด้าน แสงธรรมชาติ และสวนรอบบ้านที่มองเห็นจากหลายมุมบ้าน

    พอรวมกับ AP CODE เรื่องสัดส่วนและ Flow พื้นที่ ภาพรวมจึงเป็นบ้านที่มีทั้งความใหญ่ ความสวย และ Space Quality ที่ใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน

    บ้านใหญ่ เพื่อให้ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเอง

    พื้นที่ในบ้านถูกจัดสรรเป็น Living Area, Working Space, Family Area และห้องนอนที่ให้ความเป็นส่วนตัวเต็มที่

    หลายพื้นที่ยังปรับเปลี่ยนหน้าที่ตามช่วงชีวิต วันนี้เป็นห้องทำงาน วันข้างหน้าปรับเป็นห้องเด็ก ห้องอ่านหนังสือ หรือพื้นที่กิจกรรมครอบครัว ผลคือทุกคนมีสเปซส่วนตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังมีพื้นที่กลางไว้ใช้ชีวิตร่วมกัน

    เชื่อมเพชรเกษม–บางบอน–กาญจนาภิเษก

    การเดินทางเลือกได้ทั้งฝั่งเพชรเกษม 69, เพชรเกษม 81 หรือกาญจนาภิเษกผ่านซอยร่มไทร และยังมาจาก ถ.เอกชัย – พระราม 2 ได้ รวมถึงเส้นทางย่อยอีกหลายสาย

    จุดเด่นของทำเลนี้คือได้บรรยากาศ Residential ที่เป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันยังเชื่อมออกถนนหลักและพื้นที่ใช้ชีวิตรอบๆ ได้หลายทิศทาง

    ใครกำลังมองหาบ้านหลังใหญ่ที่ได้ทั้งพื้นที่ในบ้านและพื้นที่รอบบ้านแบบจริงจัง ลองเข้ามาดู CENTRO เพชรเกษม–บางบอน กันได้ที่นี่เลย 📷

    ———

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    วันนี้เราจะพาไปดู CENTRO เพชรเกษม–บางบอน บ้านดีไซน์ใหม่ของเอพี ที่มีทั้งสัดส่วนภายนอกที่ดูลงตัว และ Layout ภายในที่น่าอยู่มาก หลายมุมเปิดรับแสงธรรมชาติ และเชื่อมพื้นที่สีเขียวเข้ามาใกล้การใช้ชีวิต ทำให้บ้านรู้สึกโปร่ง สบาย และมี Space Quality ที่ดีเกินคาด
    – iURBAN Why

    9 ดีเทลที่ทำให้ CENTRO เพชรเกษม–บางบอน เป็นมากกว่า “บ้านเดี่ยวหลังใหญ่”

    1. Nature Architecture
      บ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่ที่ดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผ่านช่องเปิด แสงธรรมชาติ มุมมองสวน และพื้นที่ Outdoor รอบตัวบ้าน
    2. More Ways to Live
      กระจายพื้นที่นั่งเล่นและมุมอเนกประสงค์ไว้สูงสุด 4 โซน ปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Family Area, Working Space หรือ Hobby Room
    3. Privacy for Everyone
      วาง Layout ให้ทุกห้องนอนมีสเปซเฉพาะตัว ได้ห้องขนาดใหญ่ ความเป็นส่วนตัวสูง และ Ensuite Bathroom ในห้องนอนหลัก
    4. Large Plot, More Outdoor Space
      ขนาดที่ดินใหญ่ถึง 100–200 ตร.วา ให้ระยะเว้นรอบบ้านที่โปร่งขึ้น เพิ่มพื้นที่สวน มุมพักผ่อน และเปิดรับวิวสวนจากในบ้านได้เต็มตา
    5. More Space & Function
      มี 3 แบบบ้านให้เลือก พื้นที่ใช้สอย 310–411 ตร.ม. พร้อม 4 ห้องนอน 2–4 ห้องนั่งเล่น และที่จอดรถ 3–4 คัน รองรับครอบครัวใหญ่ได้สบาย
    6. Everyday Function
      จัดวางสเปซที่ใช้จริงทุกวันอย่าง Kitchen, Dining และ Laundry ให้เชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหลและลงตัว
    7. Grand Master Bedroom
      Master Bedroom สเกลพิเศษที่รวม Sleeping Area, Living Area และ Walk-in Closet ไว้ในที่เดียว ได้อารมณ์พักผ่อนแบบ Master Suite
    8. Smart Living
      เสริมความสะดวกและความปลอดภัยด้วยสมาร์ทเทคโนโลยีในบ้าน ทั้งระบบแสงสว่าง การเชื่อมต่อ และคุณภาพอากาศ
    9. AP Facilities
      เติมเต็มชีวิตนอกบ้านด้วยส่วนกลางครบครัน ทั้ง Multi-function Clubhouse, ระบบรักษาความปลอดภัย และสวนขนาดใหญ่แบบฉบับเอพี
    maingate CENTRO เพชรเกษม - บางบอน

    โครงการนี้พิเศษ เราอยู่ร่วมทำเลกับ THE CITY โครงการบ้านหรูของเอพีอีกหนึ่งโครงการ ทั้ง Maingate ชิดกันและมีคาแรคเตอร์ที่ไปทางเดียวกัน

    แบบบ้าน

    โครงการนี้มีแบบบ้าน 3 แบบ เริ่มต้นด้วย FIORA ที่เป็นแบบบ้านขนาดใหญ่ ได้ 2 ห้องนั่งเล่นอยู่แล้วแม้จะเป็นขนาดเริ่มของที่นี่ก็ยังได้ฟังก์ชั่นใหญ่แบบเต็มๆ

    แบบบ้านที่ 2 PRIVA จะมีดีไซน์เหมือนแบบบ้านใหญ่กว่า VALLERIA เลย แต่ไม่มีส่วนเดียวที่ต่างกันคือ Living Area ที่อยู่มุมหน้าบ้าน แต่แบบบ้านนี้ก็จะได้ฟีลมุมรับสวนเป็นตัว L แทน (มุมขวาล่างของภาพ) ได้อารมณ์คนละแบบ

    VALLERIA แบบบ้านใหญ่ที่สุดของโครงการ CENTRO เพชรเกษม-บางบอน ได้ห้อง Living Corner หน้าบ้านชั้น 1 มาอีกห้อง พร้อมด้านบนเป็น “ระเบียง” ของห้อง Master Bedroom ขนาดใหญ่

    แบบบ้านนี้ใหญ่ถึง 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ห้องนั่งเล่น / 1 ห้องซักล้าง / 4 ที่จอดรถ

    ที่ CENTRO เพชรเกษม-บางบอน ความพิเศษอยู่ตรงที่จะขายบ้านพร้อมที่ดินขนาด 100-200 ตร.วา กันเลย ซึ่งหายากได้ในบ้านโครงการใหม่ใกล้เมืองยุคปัจจุบัน นี่เป็นจุดนึงที่ได้ทั้งบ้านดี บ้านสวย ของ Developer ระดับ AP และสวนขนาดใหญ่ไปพร้อมกัน

    บ้านตัวอย่าง VALLERIA

    CENTRO เพชรเกษม - บางบอน บ้านใหญ่

    บ้านตัวอย่างที่เราจะพาชมกันวันนี้คือ VALLERIA แบบบ้านขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ

    มาในสไตล์ Modern Tropical ที่ดูเรียบ สุภาพ และให้ความรู้สึกของบ้านสำหรับอยู่อาศัยระยะยาวได้อย่างชัดเจน ตัวบ้านหน้ากว้าง การแทรกช่องเปิดและหน้าต่างไว้หลายจุด ช่วยทอนความหนาหนักของ facade พร้อมเปิดรับแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในได้อย่างเต็มที่

    อีกจุดที่รู้สึกได้ตั้งแต่หน้าบ้านคือเรื่องสเกลของพื้นที่ ทั้งระยะเว้นรอบบ้านและสเปซภายในที่โปร่งกว้าง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของแนวคิด Living with Nature ในบ้านหลังนี้

    พื้นที่ภายในบ้าน ชั้น 1

    เปิดประตูเข้ามาจะพบ Living Room ห้องที่ 1 จะเห็นสเกลพื้นที่กว้างโปร่ง พร้อมการวางผังที่เปิดเชื่อมต่อไปถึง Dining Area ด้านใน จุดเด่นคือแนวสเปซที่เปิดยาวตลอดแนว ทำให้เห็นความต่อเนื่องของแต่ละฟังก์ชันได้ชัดเจน พื้นที่ส่วนกลางของบ้านจึงดูโปร่ง และใช้งานร่วมกันได้อย่างไม่อึดอัด

    อีกมุมจะเห็นประตูที่เป็นแนวช่องเปิดขนาดใหญ่ที่เชื่อมสเปซนั่งเล่นเข้ากับสวนด้านนอกโดยตรง ข้อดีคือได้ทั้งแสงธรรมชาติและวิวสีเขียวเข้าสู่พื้นที่ใช้งานหลัก ช่วยให้ห้องที่กว้างอยู่แล้วดูโปร่งและมีบรรยากาศสบายขึ้นไปอีก

    Living Room มุมนี้จะเห็นสเกลสเปซชัดขึ้น ทั้งระยะนั่งดูทีวี ความโปร่งกว้างของห้อง และการเชื่อมต่อไปยัง Dining Area ด้านหลัง
    การวางผังแบบ Open Plan ทำให้แต่ละฟังก์ชันใช้งานร่วมกันได้อย่างลื่นไหล พร้อมเปิดรับความโปร่งกว้างจากช่องเปิดรอบบ้านได้เต็มที่

    Dining Area วางต่อเนื่องกับ Living Room และเชื่อมต่อไปถึง Kitchen ในแนวเดียวกัน ทำให้สเปซส่วนกลางชั้น 1 มี Flow การใช้งานที่ไหลลื่น โต๊ะอาหารรองรับได้ถึง 8 ที่นั่ง โดยยังมีระยะเดินรอบโต๊ะที่โปร่งสบาย

    จุดนี้เป็นเหมือนศูนย์กลางของครอบครัว และของการไปสู่ห้องต่างๆ อีกด้วย แม้แต่ละฟังก์ชันจะเชื่อมต่อกันหมด แต่การแบ่งสเปซยังชัดเจน ทำให้รับรู้บทบาทของโซน Living, Dining และ Kitchen ได้อย่างเป็นส่วนตัว

    เราเริ่มชอบบ้านหลังนี้จากตรงนี้ design ที่เหมือนเรียบง่ายแต่ใช้ชีวิตดีจริง คือสิ่งหนึ่งที่ AP CODE สร้างสรรค์ออกมาได้เป็นอย่างดี

    ถัดเข้ามาจาก Dining Area คือ Kitchen ที่วางตำแหน่งต่อเนื่องกัน ทำให้การเตรียมอาหารและจัดเสิร์ฟลื่นไหล สะดวกกับการใช้งานจริงในทุกๆ วัน

    สเปซครัวให้มากว้างขวาง จัดวางเคาน์เตอร์รอบห้องพร้อม Island ตรงกลาง ช่วยเพิ่มทั้งพื้นที่เตรียมอาหารและ Storage เก็บของ ขณะเดียวกันก็มีช่องเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศดูโปร่ง ไม่อึดอัด

    เป็นอีกมุมที่สะท้อนแนวคิด Everyday Function ของบ้านหลังนี้ได้ชัดเจน คือให้สเปซใช้งานจริงมาเต็มที่ และเชื่อมต่อกับ Dining Area ได้โดยตรง

    ถ้าสังเกตภาพล่างเราจะเห็นประตูออกไปอีกห้อง เป็นห้อง Laundry

    ห้อง Laundry ขนาดใหญ่มากจนเราคิดว่าสามารถกั้นห้องทำครึ่งนึงเป็นห้องนอนแม่บ้านได้ด้วย (ในกรณีมีแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงเด็กอยู่ประจำ) พร้อมช่องเปิดขนาดใหญ่ที่เตรียมมาให้ ทำให้ออกแบบได้หลายไอเดีย บางคนอาจใช้ห้องนี้แทนห้องนอนน้องหมาก็ได้เหมือนกัน

    Living Area ที่ 2 ของบ้านนี้อีกจุดของชั้น 1 ถูกออกแบบให้เป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นว่าพื้นที่อเนกประสงค์ของบ้านสามารถปรับตามไลฟ์สไตล์ได้อย่างยืดหยุ่น

    มุมนี้เปิดรับช่องเปิดหลายด้าน ทั้งแสงธรรมชาติและ Green View รอบบ้าน ทำให้แม้จะใช้เป็น Working Space ก็ยังได้บรรยากาศที่โปร่งและสบายตา เป็นตัวอย่างของแนวคิด More Ways to Live ที่ไม่ได้ล็อกหน้าที่ของพื้นที่ไว้ตายตัว แต่เปิดโอกาสให้แต่ละครอบครัวออกแบบการใช้งานในแบบของตัวเอง

    ภายในบ้าน CENTRO เพชรเกษม - บางบอน

    Living Area จุดที่ 3 เป็นหนึ่งในสเปซที่ทำให้ VALLERIA แตกต่างจากแบบบ้านไซส์กลางอย่าง PRAVIA เพราะพื้นที่โซนนี้จะมีเพิ่มเข้ามาเฉพาะในแบบบ้านสเกลใหญ่เท่านั้น

    สเปซถูกจัดเป็นมุมนั่งเล่นที่มีความเป็นส่วนตัวสูง พร้อมช่องเปิดขนาดใหญ่สองด้านที่เปิดรับทั้งแสงธรรมชาติและวิวสวนได้เต็มตา ห้องนี้จึงใช้งานได้ยืดหยุ่นมาก ปรับเป็นได้ทั้ง Family Room, Reading Room หรือพื้นที่พักผ่อนแยกจาก Living Room หลักได้อย่างลงตัว

    พื้นที่บล็อกทางขึ้นบันได จะรวม 4 ฟังก์ชั่นด้วยกัน คือ

    1. ประตูออกไปโรงจอดรถ
    2. ห้องน้ำแขกชั้นล่าง
    3. บันไดขึ้นชั้น 2
    4. ห้องนอนชั้นล่าง

    ห้องนอนชั้นล่างให้สเปซมาโปร่งกว้างกว่าห้องนอนชั้นล่างที่พอเจอทั่วไป วางเตียงขนาดใหญ่ได้สบาย โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับมุมนั่งเล่นหรือฟังก์ชันเสริมภายในห้อง มีห้องน้ำส่วนตัวเช่นเดียวกับห้องนอนทุกห้อง เหมาะทั้งสำหรับผู้สูงอายุ สมาชิกในบ้าน หรือเป็น Guest Bedroom เมื่อมีแขกมาพัก

    อีกจุดเด่นคือประตูที่เชื่อมออกไปยังสวนหลังบ้านโดยตรง ทำให้ห้องนี้เปิดรับทั้งแสงธรรมชาติ และเชื่อมต่อกับสวนภายนอกได้อย่างลงตัว

    บันไดที่มีจุดพักขนาดใหญ่และช่องแสง เป็นการออกแบบที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในทุกวัน

    พื้นที่ภายในบ้าน ชั้น 2

    ชั้น 2 ภายในบ้าน CENTRO เพชรเกษม - บางบอน

    Living Area จุดที่ 4 บนชั้น 2 ทำหน้าที่เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนกลางของครอบครัวอีกหนึ่งจุด แยกออกจากพื้นที่รับแขกชั้นล่างอย่างเป็นสัดส่วน

    สเกลห้องโปร่งกว้าง วางโซฟาชุดใหญ่ได้สบาย ตำแหน่งของห้องตั้งอยู่ใกล้โซนห้องนอนชั้นบน จึงให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น ช่วยกระจายพื้นที่ใช้งานในบ้านหลังใหญ่ได้อย่างลงตัว โดยไม่ต้องรวมทุกกิจกรรมไว้ที่ชั้น 1

    ห้องนอนรองบนชั้น 2 ตกแต่งเป็นห้องลูกสาว สเปซภายในโปร่งสบาย จัดวางเตียงใหญ่ โต๊ะทำงาน และมุมนั่งเล่นได้ครบถ้วน

    ห้องนอนรองอีกห้องบนชั้น 2 ยังคงให้สเกลที่โปร่งกว้าง จัดวางเตียงใหญ่ โต๊ะทำงาน และมุมนั่งเล่นเล็กๆ ได้ครบถ้วนในห้องเดียว

    จุดที่เห็นได้ชัดจากห้องนอนรองทั้งสองห้องคือ CENTRO ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัวของสมาชิกทุกคนอย่างแท้จริง โดยไม่ได้ทอนสเกลห้องนอนรองลงจนรู้สึกว่าเป็นพื้นที่รองของบ้าน

    มาถึง Grand Master Bedroom ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของ VALLERIA ห้องนี้ให้สเปซมาโปร่งกว้างแบบสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวเข้ามา

    รอบห้องมีช่องเปิดหลายด้าน เปิดรับแสงธรรมชาติและดึงมุมมองพื้นที่สีเขียวรอบบ้านเข้ามาได้จากหลายมุม ช่วยให้ห้องขนาดใหญ่ยังคงความโปร่ง กว้าง และน่าอยู่อย่างลงตัว

    พื้นที่ Sleeping Area จัดวางแยกออกจากมุมนั่งเล่นและโซนแต่งตัวอย่างเป็นสัดส่วน ให้บรรยากาศพักผ่อนที่ใกล้เคียงกับ Master Suite และสำหรับแบบบ้านนี้จะมีระเบียงขนาดใหญ่ให้เข้าออกจากจุดนี้ได้ด้วย

    ต่อเป็น Walk-in Closet ที่ให้สเปซมาโปร่งกว้าง เกินคำว่าแค่ “โซนแต่งตัว” ไปพอสมควร

    พื้นที่ตรงกลางกว้างพอสำหรับวางเก้าอี้พักผ่อนหรือจัดเป็นมุมนั่งเล่นได้จริง ขณะที่ตู้เสื้อผ้าจัดวางล้อมรอบหลายด้าน ทำให้สเปซนี้ใช้งานได้ทั้งแต่งตัว เก็บของ และเป็น Private Living Area ภายในห้องนอนได้ในตัว

    สเกลพื้นที่ตรงนี้ช่วยยกบรรยากาศของ Grand Master Bedroom ให้มีความใกล้เคียง Master Suite ยิ่งขึ้นไปอีกระดับ

    Master Bathroom ของ VALLERIA ให้พื้นที่มาค่อนข้างใหญ่ และจัดฟังก์ชันแยกกันชัด ทั้งโซนอาบน้ำ Shower Area, อ่างล้างหน้า และอ่างอาบน้ำ

    จุดเด่นคือมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่เพิ่มเข้ามา ทำให้ห้องน้ำหลักมีบรรยากาศแบบ Private Retreat มากขึ้น เหมาะกับการใช้งานในห้องนอนหลักที่ต้องการทั้งความสะดวกและความผ่อนคลาย และยังคงได้ช่องเปิดรับแสงธรรมชาติ ช่วยให้พื้นที่ห้องน้ำขนาดใหญ่ดูสว่างและไม่ทึบ

    เทคโนโลยีภายในบ้าน CENTRO เพชรเกษม – บางบอน

    เทคโนโลยีของบ้านหลังนี้ใส่มาให้อย่างครบครัน ครอบคลุมทั้งเรื่องการประหยัดพลังงาน ความปลอดภัย และคุณภาพอากาศภายในบ้าน

    • Solar Cell Support
      เตรียมระบบรองรับการติดตั้ง Solar Cell ช่วยต่อยอดการใช้พลังงานสะอาดของบ้านในระยะยาว
    • Smart Home
      มี Smart Station เป็นศูนย์กลาง เชื่อมต่ออุปกรณ์อย่าง Outdoor Camera, Smart Plug, Smoke Detector, Smart Door Lock และระบบควบคุมแสงสว่าง
    • Security
      ยกระดับความปลอดภัยด้วยกล้องภายนอก, Smart Door Lock และ Magnetic sensors ทั้ง 2 ชั้นที่ทำงานร่วมกับระบบ Smart Home
    • Smart Lighting & Connectivity
      สั่งการอุปกรณ์และระบบแสงสว่างผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกและลื่นไหลขึ้น
    • OXY AIRFLOW
      ระบบเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่บ้าน พร้อมกรอง PM2.5 ด้วย HEPA Filter และช่วยหมุนเวียนระบายอากาศเก่า เพื่อลดความอับชื้นและสร้างคุณภาพอากาศที่ดีภายในบ้าน

    ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิด Smart Living ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาซัพพอร์ตการอยู่อาศัยจริง มากกว่าการเป็นแค่ Gadget เสริมที่ใส่เข้ามาในบ้าน

    พื้นที่ส่วนกลาง

    ขยับจากส่วนตัวบ้านมาต่อกันที่ CENTRO CLUB อาคาร Clubhouse ของโครงการ CENTRO เพชรเกษม – บางบอน ที่จัดวางไว้ที่ Main Gate ออกแบบมาในสเกลที่โปร่งกว้าง พร้อมเปิดรับแสงธรรมชาติหลายทิศทาง

    ฟังก์ชันภายในจัดเต็ม รองรับการอยู่อาศัยในชีวิตประจำวันครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ, Fitness, Lounge, Meeting Room, Kid Room และ Yoga Room

    สระว่ายน้ำเป็นพื้นที่พักผ่อนแบบ Semi-outdoor พร้อม Daybed สำหรับนั่งชิลหรือพักผ่อนหลังออกกำลังกาย

    Lounge สำหรับนั่งพักผ่อนและ Kid Room ที่ออกแบบเป็นพื้นที่เล่นของเด็กๆ โดยเฉพาะ เป็นส่วนกลางที่รองรับการใช้งานได้ทุกเจน ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ไปจนถึงการใช้เวลาพักผ่อนร่วมกันของสมาชิกทุกคนในครอบครัว

    Co-working Space บนชั้น 2 ของ CENTRO CLUB จัดเป็นพื้นที่ทำงานและนั่งอ่านหนังสือที่เงียบสงบ แยกออกจากโซนกิจกรรมหลักด้านล่างอย่างเป็นสัดส่วน

    จุดเด่นคือช่องเปิดกระจกแบบ Full Height ตลอดสองฝั่ง ที่ดึงแสงธรรมชาติเข้ามาได้เต็มที่ พร้อมเปิดรับมุมมองพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ ช่วยสร้างบรรยากาศโปร่งสบาย ให้นั่งทำงานต่อเนื่องได้ยาวนาน ตอบโจทย์ทั้งการ Work from Home, อ่านหนังสือ ใช้เป็นพื้นที่เรียนพิเศษเวลามี Private Tutor มาช่วยสอนการบ้านให้ลูกๆ หรือใช้เป็นสเปซเปลี่ยนบรรยากาศจากการทำงานภายในตัวบ้าน

    Meeting Room เชื่อมต่อจาก Co-working Space บนชั้น 2 ออกแบบมาสำหรับการประชุม คุยงาน หรือทำงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง ตัวห้องกั้นแยกเป็นสัดส่วน ช่วยให้ใช้งานจริงจังได้ดีกว่าโซน Co-working ด้านนอก ขณะเดียวกันงานอินทีเรียภายในยังคงเลือกใช้โทนสีอบอุ่น ให้ความรู้สึกเป็นผ่อนคลายและเข้าถึงง่าย

    เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคนี้ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะวันที่ต้องการ Work from Home แต่ยังอยากแยกสเปซทำงานออกจากตัวบ้าน

    CENTRO CLUB ทั้งหมดนี้ถูกจัดวางให้เป็นส่วนหนึ่งของ Main Gate ทำให้อาคารส่วนกลางเป็นองค์ประกอบสำคัญของ First Impression เมื่อก้าวเข้าสู่โครงการ

    ดีไซน์ Main Gate ถ่ายทอดผ่านเส้นสายโค้งมนและช่องเปิดขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับภาษาสถาปัตยกรรมของ Clubhouse อย่างลงตัว ทำให้ภาพรวมดูหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว พร้อมมอบทั้งความสง่างามและความทันสมัยในเวลาเดียวกัน

    ต่อมาคือ Park ส่วนกลางที่วางแยกเข้ามาบริเวณโซนด้านในโครงการ โดยไม่รวมอยู่กับ Clubhouse ด้านหน้า

    ข้อดีของการกระจายพื้นที่สีเขียวในลักษณะนี้ คือช่วยให้ลูกบ้านโซนด้านในเข้าถึงพื้นที่พักผ่อนได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางกลับไปใช้ส่วนกลางบริเวณ Main Gate เพียงอย่างเดียว

    ภายในจัดเต็มด้วยสนามเด็กเล่น ทางเดินพักผ่อน และ Landscape ที่ร่มรื่น ทำหน้าที่เป็นสเปซพักผ่อนใกล้บ้าน ตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกๆ วัน

    Park ส่วนกลางถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ Multi-function ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบในจุดเดียว

    Landscape ครอบคลุมทั้งทางเดินชมสวนและไม้ดอก สำหรับเดินเล่นหรือออกกำลังกาย, มุมนั่งพักผ่อน, Kid Playground สำหรับเด็กๆ ไปจนถึง Dog Playground สำหรับสัตว์เลี้ยง

    อีกจุดที่น่าสนใจคือโครงการมี Pet Playground แยกไว้โดยเฉพาะ ช่วยตอบโจทย์บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงให้ใช้งานได้จริง

    ภายในจัดสรรสเปซสำหรับวิ่งเล่น พร้อมติดตั้งอุปกรณ์กิจกรรมสำหรับลูกสี่ขา เป็นรายละเอียดที่เข้ามาเติมเต็มภาพการอยู่อาศัยของครอบครัวยุคใหม่ให้สมบูรณ์ขึ้น เพราะรองรับทั้งเด็กและสมาชิกสี่ขาได้อย่างเท่าเทียมในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ

    ทำเลโครงการ

    LOCATION จุดเด่นคือทำเลที่ขยับลึกเข้ามาเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวและความสงบในการอยู่อาศัย แต่ยังเชื่อมต่อได้หลายทิศทางอย่างคล่องตัว

    เส้นทางหลักเน้นใช้ออกทางซอยเพชรเกษม 69 เพื่อเชื่อมต่อถนนเพชรเกษม และเข้าถึง Victoria Gardens ได้ในเวลาประมาณ 10 นาที ขณะเดียวกันยังมีเส้นทางเชื่อมออกสู่ถนนกาญจนาภิเษกผ่านซอยร่มไทร ช่วยให้การเดินทางมุ่งหน้าฝั่งวงแหวนหรือ Motorway ทำได้สะดวกยิ่งขึ้น

    อีกหนึ่งข้อดีคือการไม่ต้องพึ่งพาถนนใหญ่เพียงเส้นเดียว เพราะมีซอยย่อยและเส้นทางลัดหลายทิศทางให้เลือกปรับใช้ ทำให้ทำเลนี้มีความยืดหยุ่นสูง ทั้งในแง่การเดินทางและการเข้าถึงไลฟ์สไตล์รอบทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ หรือแหล่งจับจ่ายใช้สอยหลักในย่าน

    ที่น่าสนใจคือ บริเวณทางเข้าโครงการ CENTRO และ THE CITY ใช้ถนนทางเข้าช่วงเดียวกันจากถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ ก่อนจะแยกเข้าสู่แต่ละโครงการด้านใน

    ข้อดีคือถนนทางเข้าหลักช่วงนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับ 2 โครงการโดยเฉพาะ พร้อมจัดวางวงเวียนกลับรถอย่างเป็นสัดส่วน โดยไม่ใช่ถนนสาธารณะเปิดที่มีปริมาณรถสัญจรพลุกพล่าน

    จากภาพจะเห็นตำแหน่งของ CENTRO ตั้งอยู่ต่อเนื่องกับ THE CITY เสริมให้ภาพรวมของโซนนี้มีบรรยากาศเป็น Residential Community ของ AP อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันแต่ละโครงการยังคงมีพื้นที่และ Main Gate จัดการของตัวเองแยกเป็นส่วนตัว

    สรุป

    ภาพรวมของโครงการนี้ จุดที่เราชอบคือการเอาเรื่อง “บ้านหลังใหญ่” ไปต่อยอดมากกว่าแค่ขนาด ทั้ง Layout ที่โปร่ง พื้นที่ใช้งานหลายรูปแบบ ห้องนอนที่ให้ความเป็นส่วนตัว และการดึงแสงธรรมชาติกับพื้นที่สีเขียวเข้ามาอยู่ใกล้ชีวิตประจำวัน

    รวมกับ Clubhouse, Park และฟังก์ชันส่วนกลางที่กระจายอยู่ในโครงการ ทำให้ CENTRO เพชรเกษม–บางบอน เป็นอีกโครงการที่ให้ภาพของการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ค่อนข้างครบ

    เริ่มต้น 9.99 ล้านบาท*

  • บ้านคุณในทุกวันนี้ทนไหวไหม? เมื่อสภาพอากาศรุนแรงขึ้น “สี” จึงต้องทนกว่าเดิม

    บ้านคุณในทุกวันนี้ทนไหวไหม? เมื่อสภาพอากาศรุนแรงขึ้น “สี” จึงต้องทนกว่าเดิม

    บ้านสวย ไม่ควรต้องแลกกับการซ่อมซ้ำ เมื่อสภาวะอากาศ แดด ฝน และความชื้นของเมืองรุนแรงขึ้น ทำให้พื้นผิวบ้านต้องทำงานหนักกว่าที่คิด

    ความร้อน ความชื้น ที่ทำให้สีลอก แตกร้าว น้ำซึม

    เรื่องของสี จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่ยังอาจหมายถึงการซ่อมแซมซ้ำ ตลอดอายุการใช้งานของบ้านสีในทุกวันนี้จึงต้องทนให้ทันกับสภาวะอากาศที่รุนแรงในปัจจุบัน

    Graphene Shield™ Tech

    นวัตกรรมความทนทานหนึ่งเดียวจากเบเยอร์ ที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีรางวัลโนเบล ช่วยเสริมคุณสมบัติฟิล์มสี ทั้งการยึดเกาะ ความยืดหยุ่น และการช่วยให้น้ำกับความชื้นซึมผ่านได้ยากขึ้น และกระจายความร้อนได้ดี เพื่อให้พื้นผิวคงความสวยและความทนได้นานกว่าเดิม

    เมื่อพื้นผิวมีความทนทานมากขึ้น

    โอกาสต้องซ่อมบำรุงน้อยลง จึงช่วยลดการใช้สี วัสดุ แรงงาน และทรัพยากรจากการดูแลซ้ำในระยะยาวได้ Beger มีโซลูชัน กราฟีน ชิลด์ เทค สำหรับงานปูน งานไม้ และงานเหล็ก ครบทุกชนิดพื้นผิวเลือกให้เหมาะกับพื้นผิว เพื่อให้บ้านพร้อมรับทุกสภาวะตั้งแต่แรก

    เพราะการเลือกสีที่ดี ไม่ได้ช่วยเพียงให้บ้านดูดีในวันนี้ แต่ช่วยให้บ้านดูแลง่ายขึ้นไปอีกนาน

    #Beger #GrapheneShieldTech #Griptech #สีเบเยอร์ #รีโนเวทบ้าน #บ้านและสวน #iURBAN

  • อยู่สุขุมวิทกันแบบไหนให้น้องวิ่งเล่นได้ทุกวัน? Aspire Sukhumvit 103 คอนโด Pet-Living ที่คิดตั้งแต่ห้องจนถึงพื้นที่ใช้ชีวิต

    อยู่สุขุมวิทกันแบบไหนให้น้องวิ่งเล่นได้ทุกวัน? Aspire Sukhumvit 103 คอนโด Pet-Living ที่คิดตั้งแต่ห้องจนถึงพื้นที่ใช้ชีวิต

    คนเลี้ยงสัตว์ในคอนโดไม่ได้ต้องการแค่ป้าย “Pet Friendly” เพราะในชีวิตจริงมีรายละเอียดเยอะกว่านั้นมาก

    น้องจะวิ่งเล่นตรงไหน.. ถ้าเห่าจะรบกวนเพื่อนบ้านไหม พื้นห้องจะเป็นรอยง่ายรึเปล่า จะจัดการเรื่องกลิ่น ขน และความสะอาดยังไง แล้วถ้าวันหนึ่งต้องพาไปหาหมอ หรืออยากพาน้องไปเดินเล่นใกล้บ้าน ย่านนี้จะตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้จริงไหม..

    เกือบทุกคำถามเหล่านี้ คือเหตุผลที่เราอยากพาคุณไปดู Aspire Sukhumvit 103 คอนโดใหม่ย่านอุดมสุขที่คิดมาครบ เพื่อ Urban Pet Living

    ห้อง Petpal คิดมาเพื่อบ้านที่มีน้อง

    การออกแบบห้องพักใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เป็น Pet-Friendly แบบมีดีเทลที่หาไม่ได้ในคอนโดทั่วไป ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่ทนรอยและทำความสะอาดง่าย ผนังที่ช่วยลดเสียงรบกวน ราวกันตกที่เพิ่มความถี่เพื่อความปลอดภัยให้สัตว์เลี้ยง ไปจนถึงการจัดการเรื่องขนและกลิ่นในชีวิตประจำวัน ช่วยให้การอยู่อาศัยร่วมกับน้องในคอนโดง่ายขึ้น

    แยกอาคาร Pet เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว

    โครงการไม่ได้ทำ Pet Friendly แบบรวมทุกคนไว้ในตึกเดียวกัน แต่เลือกแยกอาคารสำหรับลูกบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง และอาคารสำหรับผู้ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ออกจากกันอย่างชัดเจน ข้อดีคือ ใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ ทั้งฝั่งคนเลี้ยงน้องและคนไม่เลี้ยงสัตว์ด้วยเช่นกัน

    ส่วนกลางกว่า 6,000 ตร.ม.* มีพื้นที่ให้น้องรองรับทุกกิจกรรม

    บนที่ดินประมาณ 10 ไร่ มาพร้อมส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 6,000 ตร.ม.* ที่จัดสรรพื้นที่สำหรับ Pet Living ไว้ครบครัน ทั้ง Play Yard, Furground, Sky Pal Garden, Cloud Pal, Pal Grooming และ Palductive Space ไม่ได้มีแต่สนามหญ้าให้วิ่งเล่น ยังให้ฟังก์ชันที่รองรับชีวิตประจำวันของน้องมาครบ ตั้งแต่พื้นที่เล่น อาบน้ำ เป่าขน ไปจนถึงสเปซให้เจ้าของได้นั่งทำงานและใช้เวลาร่วมกับน้องไปพร้อมกัน

    อุดมสุข ย่านที่ดีกับ Pet Family มากกว่าที่หลายคนคิด

    หน้าซอยเชื่อมสุขุมวิท ท้ายซอยทะลุบางนา-ตราด และศรีนครินทร์  ใกล้ BTS อุดมสุข แถมมีรถรับส่งถึงสถานี และอยู่ในทำเลที่มี Pet-Friendly Space เติบโตขึ้นเรื่อยๆ รอบโครงการรายล้อมด้วย True Digital Park, The 66 Cottage, PARC Bangna, โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7, Rainbow Ville และยังเชื่อมต่อไปยังพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อย่างสวนหลวง ร.9 และบึงหนองบอนได้ง่าย สำหรับคนเลี้ยงสัตว์ ที่นี่จึงไม่ใช่แค่ทำเลที่เดินทางสะดวก แต่เป็นย่านที่มีตัวช่วยในการเลี้ยงน้องอยู่รอบตัว

    ศักยภาพทำเลและโอกาสในอนาคต

    ด้วยอิทธิพลจากการเติบโตของ Bangkok Mall กำลังขับเคลื่อนให้ย่านนี้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ Aspire สุขุมวิท 103 จึงเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการได้หลากหลายมิติ

    • คอนโดสุขุมวิทในราคาและทำเลที่จับต้องได้จริง
    • คอนโดใหม่ย่านอุดมสุข ใกล้ BTS พร้อมทางเชื่อมต่อไปยังบางนา
    • ลงตัวทั้งการอยู่อาศัยเองและการลงทุนเพื่ออนาคต
    • คอนโด Pet Friendly ที่ออกแบบจากความเข้าใจ 
    • สเปซในเมืองที่ให้ทั้งคนและน้องได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเต็มที่

    หากคุณกำลังมองหาคอนโดสุขุมวิทที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง และอยากให้ชีวิตของน้องไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยม โพสต์นี้คือคำตอบ เพราะ Aspire สุขุมวิท 103 อาจเป็นคอนโดที่เปลี่ยน “อุดมสุข” ให้เป็นย่านที่รักคนเลี้ยงสัตว์อย่างที่คุณคาดไม่ถึง

    Aspire สุขุมวิท 103
    คอนโดใหม่ย่านอุดมสุข เริ่ม 2.79 ล้านบาท*

    ลงทะเบียน / ดูรายละเอียดโครงการ
    https://apthai.ly/Hz3Qls

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด​

    Pet Park in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    จุดเริ่มต้นที่น่าสนใจมากของโครงการนี้ คือ Aspire Sukhumvit 103 ทำเป็นคอนโด low rise 8 ชั้น ทำให้ได้ความรู้สึกโปร่ง ในขณะเดียวกันเขาแบ่งเป็น 6 อาคาร เพื่อรองรับ 1,126 ยูนิต บนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ทำให้สิ่งที่ตามมาคือ Facilities ขนาดใหญ่ที่ไม่ต้องลอยสูงเหนือฟ้าเพียงอย่างเดียว 

    ในรูปเราจะเห็นว่านอกจากสวนขนาดใหญ่แล้ว ยังมี Play Yard & Furground เป็นพื้นที่ล้อมรั้วมิดชิดให้น้องๆ สัตว์เลี้ยงเดินวิ่งเล่นแบบ off-leash ได้อย่างอิสระแบบที่ไม่ต้องไป Pet Park ทุกวันก็ยังให้น้องได้ออกกำลัง เข้าสังคมได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องพื้นฐานที่ทำให้น้องๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เมื่ออยู่ในเมือง 

    iURBAN Why

    ถ้าให้มองแบบเร็วๆ เราคิดว่า Aspire Sukhumvit 103 เป็นคอนโด Pet Friendly ที่ ใช้ข้อได้เปรียบของ scale ใหญ่ เปลี่ยนเป็นพื้นที่ชีวิตจริงสำหรับคนเลี้ยงสัตว์ ในราคาที่หาไม่ง่ายบนสุขุมวิท – แค่ได้ Pet Facilities จุใจในทำเลใกล้ Bangkok Mall แบบนี้ก็เยี่ยมแล้ว นี่ยังเปิดราคามาที่ 2.79* ล้านเท่านั้นเอง

    7 จุดน่าสนใจที่ทำให้คอนโดนี้ไม่ใช่แค่ “เลี้ยงสัตว์ได้”

    ASPIRE สุขุมวิท 103 ดูไม่ใช่โครงการที่หวือหวาตั้งแต่แรกเห็น แต่พอเจาะรายละเอียดทุกอย่างผสมกัน ทุกองค์ประกอบกลับสนับสนุนกันอย่างลงตัว ทั้งทำเล ขนาดโครงการ ส่วนกลาง ห้องพัก และพื้นที่ที่เอื้อให้ชีวิตกับสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น

    1. ทำเลใกล้ Bangkok Mall – ตอนแรกอาจคิดว่าอยู่ถึงสุขุมวิทตอนปลาย แต่กลายเป็นความเจริญ + การมาของ Bangkok Mall ทำให้ย่านนี้กลับมาเป็นศูนย์กลางที่ดันมีของครบถ้วน แถมอยู่สบาย แล้วยังเชื่อมต่อไปยังบางนา อุดมสุข ศรีนครินทร์ได้สะดวก หรือการใกล้แหล่งงานอย่าง True Digital Park – Cloud11 
    2. จำนวน 1,126 ยูนิต – อาจคิดว่าไม่เป็นส่วนตัว แต่แก้ด้วยการแบ่งอาคารเป็น 6 อาคาร ได้ความโปร่งของ Low Rise แถมขนาดระดับนี้ทำให้มีพื้นที่ส่วนกลางกว่า 6,000 ตร.ม.* ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นมาก 
    3. Pet Area Facilities – ส่วนกลางของสัตว์เลี้ยงเลยได้พื้นที่เพิ่มตามมาด้วย ยากที่จะหาคอนโดสุขุมวิทในราคานี้ ที่มีส่วนกลางสัตว์เลี้ยงให้เยอะแบบนี้ มีทั้งสนาม และ Co-working Space เปิดแอร์ที่น้องเข้าได้ และห้อง Grooming ในโครงการด้วย 
    4. แยกอาคาร Pet-Friendly – เป็นการทำคอนโดแนวใหม่ที่ดีมาก การแบ่งอาคารสำหรับผู้เลี้ยง และคนไม่เลี้ยง ทำให้คนเลี้ยงสัตว์ก็ใช้ชีวิตได้สบายใจขึ้น เกิดความชัดเจน และคนที่ไม่เลี้ยงอีกถึง 4 อาคาร ก็จะเป็น main traffic ให้คอนโดนี้มี demand หมุนเวียนได้ดีกว่า
    5. ทำเลซอยอุดมสุข – การไม่ได้อยู่ติดรถไฟฟ้า เข้ามา 900 เมตร* และมีรถ shuttle รับ-ส่งถึงสถานี BTS กลายเป็นสงบมากขึ้น ใกล้มุมใช้ชีวิตสบายๆ แถมยังใกล้ทางลัดไปกลับ Bangkok Mall ด้วย ข้อดีคือยังเชื่อมต่อชีวิตประจำวันไปถึงโซนศรีนครินทร์–บางนา ซึ่งมีครบทั้งคาเฟ่ พื้นที่เดินเล่น Grooming และโรงพยาบาลสัตว์ 24 ชั่วโมง 
    6. ห้องแบบ Petpal – ออกแบบโดยคำนึงถึงรายละเอียดของพื้นที่ วัสดุ และความปลอดภัย เพื่อให้คนและน้องอยู่ร่วมกันได้สบายขึ้นในทุกตารางเมตร 
    7. ราคาเริ่ม 2.79 ล้าน* – เมื่อรวมทำเลสุขุมวิท ส่วนกลางขนาดใหญ่ และฟังก์ชัน Pet-Friendly ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ราคาเริ่มต้นระดับนี้ถือว่ามี Value ที่น่าสนใจมาก

    ที่เอาภาพรวมนี้มาให้ทุกคนดูก่อน เพราะ ASPIRE สุขุมวิท 103 ไม่ได้โดดเด่นแค่ข้อใดข้อหนึ่งแบบสุดโต่ง แต่พอรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน แต่ที่นี่กลายเป็นอีกคอนโดที่น่าสนใจมากๆ 

    Petpal Room

    คุณอาจเคยดูห้องตัวอย่างของคอนโดปกติมาเยอะแล้ว แต่รอบนี้เราจะพาชมห้องที่ออกแบบมาสำหรับสัตว์เลี้ยง 

    Petpal in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    ใน Sales Gallery จะมีห้องตัวอย่างจะมี 2 แบบ Petpal และ Normal 1 Bedroom ทั้งคู่มาในขนาดเท่ากัน 30.5 ตร.ม. ไปดูห้อง Petpal กันก่อนเลย 

    สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ ขนาดของห้องที่แบ่งเป็นสัดส่วน ได้สเปซใช้ชีวิตที่ flexible จะอยู่แบบเป็นสัดส่วนก็ได้ จะเชื่อมต่อกันทั้งสเปซก็ง่าย

    พื้นที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 ตอน จากภาพทางเข้าจะอยู่ขวามือ เราจะเจอกับครัวและห้องน้ำก่อน ตรงกลางคือ Living + Dining Area และส่วนติดระเบียงคือ Bedroom

    ถ้าดูการแต่งห้องตัวอย่างนี้ จะจัดเต็มให้เราใช้พื้นที่มุมต่างๆ ได้ทุกบริบทชีวิต ไม่ว่าจะทำงานในห้อง เล่นกันกับน้อง ทั้งหมดจบได้ที่นี่

    Pet Pal Room in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    ในห้อง Petpal เอพีได้เพิ่มรายละเอียดที่ใส่ใจการอยู่อาศัยของคุณกับน้องๆ เข้าไปไว้อีกเพียบ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่กับน้องๆ อยู่กันปลอดภัยมากขึ้น สุขภาพดีมากขึ้น และยังดูแลรักษาได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม – เดี๋ยวเราไปดูภาพจริงกันเลยดีกว่า! 🐶

    Special Feature for Petpal Room อย่างแรกที่ไม่ค่อยเห็นคือ Toilet Petdoor สิ่งนี้เกิดจากความอยากให้น้องปลอดภัยมากขึ้นจากการไม่ต้องขับถ่ายที่ระเบียง + อยากจัดการกลิ่นในวันที่คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่บ้านไปทำงาน เขาจึงเกิดไอเดียให้วางจุดขับถ่ายหรือ Pet Toilet ไว้ในห้องน้ำ และติดตั้ง Pet Door ให้สัตว์เลี้ยงเข้าออกไปเข้าในห้องน้ำแทน อาจจะต้องฝึกใหม่กันหน่อย แต่ก็เป็นไอเดียการออกแบบที่น่าสนใจ

    อีก Special Feature คือ พื้น SPC ที่แข็งแรงกว่า ไม่เกิดรอยขีดข่วนง่ายๆ ช่วยให้คอนโดสวยเหมือนวันแรกไปอีกนานแม้จะอยู่ร่วมกับน้องๆ แถมยังทำความสะอาดง่าย ไม่บวมพอง  

    Special Feature for Petpal Room ที่อยู่บนผนังมี 2 อย่าง

    1. การใช้ สี Organic Care เพราะสัตว์เลี้ยงอย่างน้องหมามีจมูกที่ดีกว่ามนุษย์ถึง 10,000 เท่า กลิ่นอะไรนิดเดียวก็รู้ ถ้าเป็นกลิ่นที่ไม่ดีต่อร่างกายจะยิ่งแย่ คอนโดนี้เขาเลยใช้สีที่มีส่วนผสมจากพืช ลดสาร Formaldehyde ในอากาศที่ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง

    2. ผนังมวลเบาหนา 2 ชั้น เพราะแม้จะน้องสุภาพแค่ไหน แต่สัญชาตญานหมาก็คือหมา จะให้ไม่เห่าเลยคงไม่เป็นธรรมชาติของเขา คอนโดอาคาร Petpal ต่างๆ เลยใช้ผนังที่หนาขึ้นถึง 2 ชั้น ช่วยแก้ปัญหาตั้งแต่การออกแบบ 

    และ Special Feature สำหรับน้องหมาน้องแมวที่ซนหน่อย คือ ผิวปิดครัวลามิเนต ที่ทนต่อรอยขีดข่วนจากสัตว์เลี้ยงมากกว่าเดิม

    Special Feature เราชอบมากๆ คือ ราวกันตกที่ถี่ขึ้น เทียบกับห้องปกติจะเห็นชัดว่าราวกันตกนั้นซี่ถี่มากขึ้น ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในคอนโดได้ เพราะอากาศริมระเบียงมันดี และน้องหมาก็มักชอบนอนอาบแดดทุกวันด้วย

    ในห้องน้ำยังมี Special Feature คือ Floor Drain เก็บขนและกันกลิ่น ที่จะมีเฉพาะในห้อง Petpal และ กระเบื้อง Anti-slip ผิวไม่ลื่น ดีกับทั้งน้องหมาและคุณแม่ด้วย 

    ส่วนพื้นที่ใต้อ่างล้างมือ เขาก็คิดมาว่า ตรงนี้มีความสูงพอที่จะให้น้องมาทำธุระได้ หรือ วาง Pet Toilet สำหรับน้องแมวได้

    เป็นสเปซห้องสำหรับการอยู่ในสุขุมวิทที่กว้างพอจะใช้ชีวิตกันได้จริงๆ กับงบเริ่มเบาๆ

    มีบานเลื่อนแบบใสทำให้พื้นที่ Bedroom & Living เชื่อมต่อและยังคงได้ความ private เมื่อต้องใช้งาน

    Normal 1 Bedroom (Non-Pet Building)

    และถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ได้มีสัตว์เลี้ยงก็ยังสามารถอยู่คอนโดนี้ได้สบาย เพราะเขาแบ่งออกเป็นคนละอาคารไปเลย นี่เป็นห้องขนาดเดียวกัน 30.5 ตร.ม. ในรูปแบบปกติ ไปชมกันได้เลย

    Layout นี้เขาให้พื้นที่ส่วนแรกของห้องเป็น Living Area เต็มๆ และด้านหลังเป็น Bedroom เข้าใจง่าย ใช้ชีวิตง่าย

    ซึ่งประมาณ 30% ด้านข้างของห้อง จะถูกใช้ทำห้องน้ำ โต้ะทำงาน มุมครัว Pantry และระเบียง ห้องนอนนี้จะได้สเปซใหญ่ขึ้นเล็กน้อย และเป็นบานเลื่อนเชื่อมต่อเช่นเดียวกัน

    ด้วยรูปแบบ layout จะได้พื้นที่ตรงกลางห้องเชื่อมต่อกันจะค่อนข้างกว้าง ข้อดีของคอนโด AP คือ ทุกฟังก์ชันที่ออกแบบใส่มา มักจะเป็นส่วนที่เราได้ใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง

    Facilities & Design

    มาดูที่สถาปัตยกรรมและการออกแบบส่วนกลางกันบ้าง เพราะนี่คือส่วนที่ Aspire Sukhumvit 103 ทำได้โดยเด่นมากๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ Green Odyssey ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวและการเชื่อมต่อธรรมชาติ เราจะสัมผัสได้ตั้งแต่การออกแบบภายนอกที่พยายามจะทำให้ Asymmetry หรือ “ไม่สมมาตร” ในธรรมชาติเราจะพบความลงตัวของความไม่ตั้งใจผสมอยู่ตลอด ที่นี่เลยได้อาคารที่ลายสลับกัน

    ข้อดีคือ การแบ่งพื้นที่สัตว์เลี้ยงเข้าได้ เดินผ่านได้ และพื้นที่ที่เดินผ่านไม่ได้ด้วย เพื่อการรักษาความสะอาดที่ดีต่ออนาคตระยะยาว แต่เมื่อจำนวนอาคารที่เยอะ ทำให้น้องๆ สัตว์เลี้ยงเองมีพื้นที่เล่นอีกเยอะมาก 2 สวนบนชั้น Rooftop นี่ก็ของพวกเขา Sky Pal Garden และ Cloud Pal เป็น 2 พื้นที่สีเขียวที่ให้น้องๆ มาปล่อยพลังได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องออกไป Dog Park เพียงอย่างเดียว

    การวางอาคารที่ไม่ตรงเส้น ทั้งหมดนี้เมื่อรวมกันทำให้ทุกการกลับบ้าน รู้สึกเหมือนเรากำลังเดินเข้าป่าบ้านของเราขนาดย่อมๆ ใจกลางเมือง แต่มันไม่ใช่ป่ารกร้าง ถ้าดูในดีเทลเขาผสมความหรูหราของโครงสร้างและรายละเอียดไว้ มีการยกระดับพื้นที่ส่วนกลางหลายจุด เพื่อไม่ให้เกิดมิติ มุมนี้เป็นอีกภาพตัวอย่างที่ออกแบบมาได้สวยงามอย่างน่าทึ่ง

    ภายในอาคารส่วนกลางถูกออกแบบและตกแต่งมาอย่างหรูหรา แต่ยังคงแฝงความหรูนั้นให้ blend ไปกับ keyword of natures. โทนสีต่างๆ ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย แม้จะเป็นวัสดุที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี

    Pal Grooming in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    พีคมากกับห้อง Pal Grooming ที่น้องๆ สัตว์เลี้ยงสามารถใช้อาบน้ำเป่าขนกันได้จบในคอนโดตัวเองเลย! ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อมูลเปิดเผยว่าจะมีช่างให้บริการ หรือจะเป็นพื้นที่เจ้าของสามารถอาบเองได้นะ แต่การมีพื้นที่แบบนี้ในคอนโด ทำให้น้องสะอาดอยู่เสมอๆ มันช่วยได้หลายอย่างเลย ตั้งแต่สุขภาวะของน้องๆ เอง ไปจนถึงกลิ่นในคอนโดกับการอยู่อาศัยร่วมกัน

    Co-working Space in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    และห้องนี้คือที่สุด Palductive Space ห้องแอร์เย็นๆ ที่ให้น้องหมาเข้ามาเล่นได้ 

    ทุกคนอาจไม่รู้ว่า “ย่านสุขุมวิท” เอง ยังมี Demand คนหา Co-Working Space ที่ให้น้องหมาเข้าได้อยู่เสมอ แต่มีน้อยมากหาแทบไม่ได้ ห้องแบบนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถนั่งทำงานได้​โดยปล่อยให้ลูกๆ ไม่ต้องเบื่อ น้องก็สนุกกับเพื่อนๆ ไปได้ระหว่างรอ 

    และยังมีพื้นที่ facilities ให้ลูกบ้านใช้งานอีกเยอะมากๆ หลายจุดก็ออกแบบบนความเข้าใจ modern lifestyle เช่น ห้อง Meeting ก็อออกแบบไว้ให้ถ่าย VLOG, ถ่าย Live สวยๆ ได้ด้วย อยู่คอนโดนี้ครบครันจุใจทั้งคนทั่วไปและพ่อแม่น้องๆ จะหาเยอะกว่านี้ก็ไม่ง่ายแล้ว

    6 อาคาร (2 Pet Friendly) – Building Plan

    Building - Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    จากแปลนอาคาร หน้าถนนอยู่ซ้ายมือ จะเห็นว่า เขามี Pet-Friendly ให้ 2 อาคารอยู่ท้ายคอนโดนะ ได้ความสงบจากเสียงรถที่ผ่านไปมาหน้าถนน (ดีกับน้องๆ) และคนทั่วไปอยู่ใกล้สระว่ายน้ำมากกว่า (ส่วนที่สัตว์เลี้ยงเข้าไม่ได้) ก็จัดว่าออกแบบมาได้คิดครบดีมาก 

    (กำหนดการสร้างเสร็จประมาณเดือน 06/2570)

    Pet Policy

    นโยบายการรับสัตว์เลี้ยงของที่คอนโดนี้ ดีมากๆ ที่ออกมาตั้งแต่วันแรก เพราะความชัดเจนทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน เรา highlight ส่วนสำคัญไว้ให้แล้ว

    Location of Aspire Sukhumvit 103

    ทำเลคอนโดเป็นจุดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะขายได้ที่ราคานี้ เพราะหลังจากที่ Bangkok Mall เปิด ศูนย์การค้านี้จะมีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีทั้ง Concert Hall ที่น่าจะดึงกิจกรรมและผู้คนมาได้จากหลากหลายทิศทาง 

    ตำแหน่งของคอนโด Aspire Sukhumvit 103 เป็นมุมที่น่าสนใจมากเพราะ คร่อม 2 ซอยลัด ในการไปกลับจาก Bangkok Mall แล้วเผลอๆ จะได้กลุ่มผู้ปกครองโรงเรียน Berkeley เช่าหรือซื้อไว้รอรับลูกกลับบ้านได้ด้วย 

    อีกความน่าสนใจคือ ความสงบที่พอดีๆ จากหน้าถนนสุขุมวิทประมาณ 900 เมตร* ตรงนี้ไม่ลึกไป ยังคงมีของกินขายตลอด 2 ข้างทาง แต่เริ่มได้ความสงบในการพักผ่อนแล้ว ที่นี่เลยเป็นอีกหนึ่งคอนโดที่น่าจะดีกับชีวิตคนอยู่จริง

    คนเลี้ยงน้องที่ยังสงสัยในทำเลอุดมสุข ขอบอกว่าสำหรับ Pet Family ที่จริงดีมากๆ ไม่เพียงแค่หน้าซอยเป็นสุขุมวิท ท้ายซอยยังเชื่อมศรีนครินทร์-บางนา ย่านที่เติมเต็ม Pet Lifestyle ได้ยิ่งกว่าในเมือง

    ดูแลสุขภาพ-เหตุด่วนฉุกเฉิน คุณสามารถพาน้องไปโรงพยาบาลสัตว์ชั้นนำที่เปิด 24h อย่าง “Phayathai 7” และมีศูนย์การค้าที่มี Dog Park ข้างใน จูงเดินได้ทั่วอย่าง “PARC Bangna” หรือจะไป สวนสาธารณะใหญ่ที่สุดในกรุงเทพแถมยังสัตว์เลี้ยงเข้าได้อย่าง “บึงหนองบอน” ชีวิตก็ดีไปเลย 

    แอบบอกว่าในซอยอุดมสุขเองยังมี Dog Community เปิดใหม่ชื่อ Rainbow Ville เป็นสวนน้ำ, cafe, petshop, dog park ไปจนถึงกายภาพบำบัดที่นี่ก็มีครบ หรืออยากเดินเย็นๆ ในที่สงบๆ ก็มี “SAMA Garden” ที่ Bitec – อยากอาบน้ำตัดขนเจ้าใหม่ หลัง “Paradise Park” ก็มีหลายร้าน นี่ยังไม่รวมว่า Bangkok Mall มีรูปแล้วว่าพยายามจะทำให้เป็น Pet-Friendly และจะมีอะไรรองรับแค่ไหนอีกนะ ย่านนี้มันสวรรค์ของน้องๆ ที่อยู่ในเมืองเลย 

    (Some) Pet Friendly Neighborhoods Around Udomsuk

    True Digital Park

    สิ่งสำคัญคือแหล่งงานย่านนี้ลงทุนในความ Pet Friendly อย่างจริงจังชัดมากนะ อย่างเช่น True Digital Park เขาก็มี Pet Park กว้างเบ่อเริ่ม (แถมยังโดนเงาตึกบังให้ไม่ร้อนด้วยนะ) และสเปซระหว่างเดินขึ้นมาผ่านร้านอาหารต่างๆ ก็เดินจูงน้องได้เลย หลายร้านก็มีโซนให้นั่งกินด้วยกันได้ 

    The 66 Cottage

    หนึ่งคาเฟ่ที่เราชอบมาก อยู่ฝั่งตรงข้ามอุดมสุขนี่เอง The 66 Cottage ในซอยสุขุมวิท 66 พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ระดับ hidden gem แม้น้องหมาเข้าห้องแอร์ไม่ได้ แต่ว่าพื้นที่ข้างนอกก็ไม่ร้อนนัก ให้น้องได้เดินดมหญ้ารอบคาเฟ่ก็แฮปปี้แล้ว 

    Rainbow Ville

    และพระเอกใหม่ที่มาเติม Pet Living ย่านอุดมสุขให้ complete คือนี่เลย Rainbow Ville ให้น้องหมาได้ว่ายน้ำ ออกกำลังกล้ามเนื้อแบบสนุกๆ ก่อนจะกลับบ้านพร้อมขนหอมฟุ้ง ข้างๆ เองก็เป็นศูนย์กายภาพฟื้นฟูด้วย เรียกว่าอุดมสุขกำลังขยับความสุขของพวกเราให้นานขึ้นกว่าเดิมแล้ว

    หากคุณกำลังมองหาคอนโดสุขุมวิทที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง และอยากให้ชีวิตของน้องไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยม โพสต์นี้คือคำตอบ เพราะ Aspire สุขุมวิท 103 อาจเป็นคอนโดที่เปลี่ยน “อุดมสุข” ให้เป็นย่านที่รักคนเลี้ยงสัตว์อย่างที่คุณคาดไม่ถึง

    Aspire สุขุมวิท 103
    คอนโดใหม่ย่านอุดมสุข เริ่ม 2.79 ล้านบาท*

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด​

    Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk
  • คัมภีร์วิถีเซียนสี่ขาหมากรุงเทพ สวนที่หมาเข้าได้ใน กทม. เช็คอินครบทุกสวนรึยังฮะ

    คัมภีร์วิถีเซียนสี่ขาหมากรุงเทพ สวนที่หมาเข้าได้ใน กทม. เช็คอินครบทุกสวนรึยังฮะ

    4 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร ผ่านการบริหารของอาจารย์ชัชชาติและทีมงาน ส่งให้เรามีสวน Pet-Friendly อย่างเป็นทางการถึง 9 สวนแล้ว (ปิดปรับปรุงไป 1 จาก 10) นี่ยังไม่นับรวมสวน 15 นาทีอีก 3 แห่งที่ให้น้องหมาเข้าได้ด้วย

    𝐁𝐚𝐧𝐠𝐤𝐨𝐤 𝐃𝐨𝐠 𝐏𝐚𝐫𝐤 𝐏𝐥𝐚𝐲𝐛𝐨𝐨𝐤
    9 สวนใหญ่ที่เราลิสต์มาให้คุณแล้ว

    🟢 1. สวนสุนัขลุมพินี (เขตปทุมวัน)

    สวนสุนัขแห่งใหม่ล่าสุดใจกลางเมือง ดีไซน์กลิ่นอาย Zen สไตล์ญี่ปุ่น ร่มรื่นและสะอาดมาก ถ้ายังไม่พอใจขึ้นสะพานเขียวไปสวนเบญจกิติได้ (กลางวันร้อน)

    🐶 ความ Pet Friendly: มีรั้วกั้นแยกโซนสุนัขเล็ก-ใหญ่ชัดเจน สามารถถอดสายจูงวิ่งเล่นได้อิสระ และพื้นที่นั่งพักใต้หลังคาให้เจ้าของ

    🚘 ที่จอดรถ: มีที่จอดรถสะดวกมาก แถมยังมีการกั้นเลนหน้าสวนไว้ให้เฉพาะรถที่มีน้องมาด้วย 3-4 คัน หลุดจากนี้ไปแย่งที่จอดกับคนทั่วไปได้เป็นร้อยคัน (แต่คนเยอะ)

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ช่วงเย็นวันหยุดคนและสุนัขจะหนาแน่นมาก สุนัขที่ตื่นคนง่ายอาจตระหนกได้ และช่วงค่ำยุงค่อนข้างชุม

    ———

    🟢 2. สวนวัชราภิรมย์ (เขตบางเขน)

    ต้นแบบ BMA Dog Park แห่งแรกของ กทม. โดดเด่นด้วยสนาม Agility ถึง 3 สนาม พร้อมเครื่องเล่นฝึกทักษะ

    🐶 ความ Pet Friendly: แยกจากพื้นที่สวนปกติไปเลยแบบกว้างมากๆ มีรั้วรอบสวน และภายในยังมีรั้วแยกโซนสุนัขเล็ก-ใหญ่ชัดเจนให้ถอดสายจูงวิ่งเล่นได้อิสระ มีจุดบริการน้ำดื่ม และส่วนสำคัญมีร่มเงาจากทางด่วนบนหัว ทำให้มาเล่นตอนกลางวันได้ไม่ร้อน!

    🚘 ที่จอดรถ: มีที่จอดประมาณ 20 คัน

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ช่วงรถหนาแน่นอาจมีฝุ่นควันและเสียงดังจากรถยนต์ และช่วงพลบค่ำยุงเยอะมาก

    ———

    🟢 3. สวนเบญจกิติ (เขตคลองเตย)

    Urban Oasis วิวป่าข้างศูนย์สิริกิติ์ ถ่ายรูปสวยปัง สังคมเป็นระเบียบและสะอาด น้องหมานานาชาติมาก

    🐶 ความ Pet Friendly: จัดโซนแยกฝั่งสวนป่าชัดเจน กฎเหล็กคือต้องใส่สายจูงตลอดเวลา 100% ตอนนี้ขยายโซนเดินของน้องหมาอีกยาวมาก จนเกือบสุดสวนฝั่งตะวันตก ถ้ายังไม่พอใจเดินสะพานเขียวไปสวนลุมได้ (กลางวันร้อน)

    🚘 ที่จอดรถ: เยอะมาก มีลานจอดรถขนาดใหญ่ฝั่งสวนป่า ตัวโซน Dog Park อยู่ติดกับที่จอดรถพาน้องหมาเข้า-ออกได้สะดวกสุดๆ

    ⚠️ ข้อควรระวัง: กลางวันพื้นร้อน สุนัขสายพลังเยอะอาจอึดอัดเพราะห้ามถอดสายจูง และช่วงวันหยุดคนหนาแน่นมากอาจไม่เหมาะกับสุนัขตื่นคน

    ———

    🟢 4. สวนวชิรเบญทัศ / สวนรถไฟ (เขตจตุจักร)

    สวนกว้างสไตล์ครอบครัว (Family Vibe) พื้นที่ผืนหญ้าใหญ่โต โปร่งสบาย เหมาะกับการพาสัตว์เลี้ยงมานั่งปิกนิก

    🐶 ความ Pet Friendly: เป็นพื้นที่ Pet Park เปิดโล่งขนาดใหญ่ ต้อนรับทั้งน้องหมาและน้องแมว มีอุปกรณ์ Agility ให้เล่น กฎสำคัญคือต้องใส่สายจูงตลอดเวลา

    🚘 ที่จอดรถ: มีลานจอดรถขนาดใหญ่ (เสียค่าบริการรายคัน) แต่ช่วงวันหยุดรถจะติดมาก

    ⚠️ ข้อควรระวัง: รอบสวนเป็นทางจักรยานที่มีรถปั่นค่อนข้างเร็ว ต้องดูแลน้องหมาอย่างใกล้ชิด ห้ามหลุดไปบนเลนจักรยานเด็ดขาด

    ———

    🟢 5. สวนบางแคภิรมย์ (เขตบางแค)

    ที่จอดรถสวนฝั่งธนฯ บรรยากาศธรรมชาติริมน้ำ ร่มรื่น สงบเงียบ ไม่แออัด และดูแลความสะอาดดีเยี่ยม

    🐶 ความ Pet Friendly: มีการกั้นรั้วเป็นสัดส่วน (Pet Zone) กว้างขวาง มีสนามหญ้าใหญ่ให้ถอดสายจูงวิ่งเล่นได้อิสระ มีจุดอาบน้ำล้างเท้าบริการ

    🚘 ที่จอดรถ: มีที่จอดรถบริการฟรีสะดวกสบาย แต่ระยะทางเดินจากลานจอดรถไปยังโซน Dog Park ค่อนข้างไกล ต้องจูงหรืออุ้มเดินยาวหน่อย

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ตอนกลางวันแดดค่อนข้างจัด แนะนำให้มาช่วงเย็น และควรพกสเปรย์กันยุงมาด้วยเพราะอยู่ติดบึงน้ำ

    ———

    🟢 6. สวนเทียนทะเลพัฒนาพฤกษาภิรมย์ (เขตบางขุนเทียน)

    สวนสนามทรายหนึ่งเดียวที่แปลกตา ลมพัดโกรกดีตลอดวัน เหมาะสำหรับพาสุนัขมาเปลี่ยนบรรยากาศ

    🐶 ความ Pet Friendly: จัดโซนกั้นรั้วมิดชิดเป็น 2 สนาม สามารถถอดสายจูงวิ่งเล่นได้ และมีลู่วิ่งรอบนอกให้เดินจูงเล่นได้

    🚘 ที่จอดรถ: มีพื้นที่จอดรถให้บริการ แต่อาจเต็มเร็วในช่วงเย็นวันหยุด การเดินเข้าโซนทรายทำได้ไม่ลำบาก

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ทรายจะติดขนและเท้าหลังวิ่งเล่น เจ้าของต้องเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดมาเป็นพิเศษ และเวลากลางวันแดดค่อนข้างร้อน

    ———

    🟢 7. บึงหนองบอน (เขตประเวศ/สวนหลวง)

    วิวทะเลสาบขนาดใหญ่ ลมพัดเย็นสบายตลอดวัน เหมาะมากสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่หรือสายลุยที่ชอบเดิน trail ไกลๆ

    🐶 ความ Pet Friendly: อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าในพื้นที่เปิดร่วมกับคน เน้นเส้นทางเดิน-วิ่งเลาะริมน้ำยาวกว่า 2 กม. ต้องใส่สายจูงตลอดเวลา

    🚘 ที่จอดรถ: มีลานใหม่กว้างมาก! จอดรถฟรีด้านใน สามารถพาน้องหมาลงจากรถแล้วเริ่มสตาร์ทเดินรับลมริมน้ำได้ทันที

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ช่วงเริ่มต้นเส้นทางใช้พื้นที่ร่วมกับเส้นทางปั่นจักรยาน ต้องคุมสายจูงให้ชิดตัวระวังรถจักรยาน และพื้นถนนค่อนข้างอมความร้อนช่วงบ่าย วันหยุดคนเยอะมากจนที่จอดไม่พอบ่อยครั้ง

    ———

    🟢 8. สวนทางต่างระดับ ถนนพรานนก–พุทธมณฑลสาย 4 (เขตทวีวัฒนา)

    สวนใต้ทางต่างระดับที่ยืดหยุ่นที่สุด เพราะเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์คนชอบเดินเล่นตอนดึกหรือเช้ามืด

    🐶 ความ Pet Friendly: เป็นสวนแบบเปิดโล่งต้อนรับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ไม่จำกัดพื้นที่ภายในสวน กฎพื้นฐานคือต้องใส่สายจูงตลอดเวลา

    🚘 ที่จอดรถ: มีที่จอดรถแนวไหล่ทางและริมถนนรอบๆ สวน หาจอดได้ไม่ยากและเดินตัดเข้าสู่พื้นที่สวนได้ทันที

    ⚠️ ข้อควรระวัง: ตั้งอยู่ติดกับถนนใหญ่และทางต่างระดับ เจ้าของต้องจับสายจูงให้มั่นคง ระวังน้องหมาหลุดวิ่งออกถนน และระวังอันตรายจากช่วงดึกที่ไฟอาจสว่างไม่ทั่วถึงในบางจุด

    ———

    🟢 9. สวนป่าประชานิเวศน์ (เขตจตุจักร)

    สวนสาธารณะระดับชุมชน ไม่ใหญ่นักแต่เน้นความร่มรื่น ร่มเงาหนาแน่นด้วยต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

    🐶 ความ Pet Friendly: เปิดพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงเข้ามาเดินเล่นพักผ่อนร่วมกับคนได้ โดยเน้นการเดินจูงตามเส้นทางเดิน-วิ่งรอบสวน ต้องใส่สายจูงตลอดเวลา 100%

    🚘 ที่จอดรถ: ไม่มีลานจอดรถอย่างเป็นทางการ ผู้ใช้บริการที่นำรถมาส่วนใหญ่จะต้องใช้วิธีหาจุดจอดริมทางบริเวณถนนเทศบาลนิมิตเหนือรอบๆ สวนอย่างระมัดระวัง สวนนี้จึงเหมาะมากสำหรับคนในพื้นที่ระแวกใกล้เคียงที่สามารถเดินจูงน้องหมามาจากบ้านได้เลย

    ⚠️ ข้อควรระวัง: เนื่องจากเป็นสวนป่าต้นไม้ครึ้มและมีคูน้ำล้อมรอบ ช่วงเย็นย่ำยุงและแมลงจะค่อนข้างชุกชุม เจ้าของควรเตรียมสเปรย์กันยุงมาด้วย

    ———

    🟢 𝐁𝐚𝐧𝐠𝐤𝐨𝐤: 𝐎𝐧 𝐭𝐡𝐞 𝐖𝐚𝐲 𝐭𝐨 𝐚 𝐏𝐞𝐭-𝐅𝐫𝐢𝐞𝐧𝐝𝐥𝐲 𝐂𝐢𝐭𝐲

    ทั้งหมดนั่นก็เป็นสวนใหญ่ในนาม กทม. แท้ๆ ที่เปิดให้ทุกท่านเข้าไปใช้บริการฟรีที่มีให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่รวมสวนเอกชนอีกมากมาย

    ถึงฟรีอย่างไรสิ่งที่อยากให้ทุกคนช่วยกันมากที่สุดคือ

    1. รักษากฏของแต่ละสนามที่แตกต่างกัน

    2. รักษาความสะอาด

    เพราะเจ้าหน้าที่ดูแลสวนไม่ได้มีหน้าที่เก็บอู๊ดของน้องๆ นั่นแทบจะเป็นหน้าที่พื้นฐานของเจ้าของทุกคน

    ถ้าหากใครลืมถุงจริงๆ อย่าเกรงใจที่จะเอ่ยปากขอถุงเก็บจากพ่อแม่หมาท่านอื่น (แอดเองยังเคยลืมไว้ที่รถ ก็ต้องขอ) ซึ่งเกือบจะทุกคนก็มักจะยินดีที่จะช่วยกันในเรื่องแบบนี้

    สุดท้ายเมืองกรุงเทพมหานครของเรา จะมุ่งสู่ Pet-Friendly City ได้จริงๆ ต้องเริ่มต้นจากเจ้าของที่รับผิดชอบมากยิ่งกว่าหน่วยงานหรือฝ่ายไหนมาคอยดูแล

    ———

    💬 ใครมีข้อมูลอัพเดทของแต่ละสวน หรือมีสวนไหนไม่อยู่ในลิสต์นี้ อยากแนะนำคุณพ่อคุณแม่หมา ก็สามารถแปะไว้ในคอมเมนต์นี้ได้เลยน้า

    #PetFriendly#DogCanGo#BMADogPark#BangkokPet

  • รีวิว HANAM BBQ หรือ HANAM PIG ปิ้งย่างเกาหลีสายซีรีส์ สาขาแรกในไทย Central wOrld ชั้น 6

    รีวิว HANAM BBQ หรือ HANAM PIG ปิ้งย่างเกาหลีสายซีรีส์ สาขาแรกในไทย Central wOrld ชั้น 6

    HANAM BBQ ร้านปิ้งย่างเกาหลีที่มีมือโปรมาย่างให้แบบเป๊ะทุกคำ ซีเรียสระดับที่ว่ามีเครื่องวัดความร้อนเตา ก่อนจะลงเนื้อแต่ละรอบด้วย เริ่มแรกเชฟจะย่างเตาถ่านจากครัวกลางก่อน พอให้ได้กลิ่นถ่านและมีรอยเบิร์นเลเยอร์นอก แล้วพนักงานก็จะยกมาย่างต่อให้ที่โต๊ะ คอยพลิก ตัด และคีบเสิร์ฟให้เป็นชิ้นพอดีคำ

    ปิ้งย่างจะอร่อยสุดก็ตอนนุ่มชุ่มฉ่ำ 🥩
    หมูกัดแล้วนุ่ม เนื้อยังมีความแรร์อยู่

    มื้อนี้สนุกตรงที่เรายังได้นั่งหน้าเตา ได้ถ่ายคอนเทนท์ เห็นควันไฟ หอมกลิ่นกระทะ คีบหมูและเนื้อกินไปเพลินๆ ในเท็กเจอร์ที่เป๊ะ แบบไม่ต้องมัวย่างเอง 🥢

    จาก HANAM PIG 🇰🇷 สู่สาขาแรกในไทย 🇹🇭

    HANAM BBQ หรือที่คนเกาหลีรู้จักดีในชื่อ HANAM PIG เป็นแบรนด์ปิ้งย่างตัวท็อปที่มีมากกว่า 200 สาขา สายซีรีส์จะคุ้นตากันดี เพราะไปโผล่ในซีรีส์ดังๆ หลายเรื่อง อย่าง Queen of Tears และ Hospital Playlist

    ใครเคยลองที่เกาหลีแล้วติดใจ ตอนนี้มาเปิดในไทยให้ได้กินกันแล้ว สาขาแรกที่ Central wOrld ชั้น 6

    กินครั้งแรก เริ่มสั่งเมนูไหนดี

    ถ้ามาครั้งแรก เมนูที่จะทำให้เข้าใจคาแรคเตอร์ของร้านได้ง่ายที่สุดคือ Signature Assortment เพราะรวมหมู 3 ส่วนมาให้ลองในจานเดียว มีทั้ง

    🥓 Samgyeopsal (หมูสามชั้น)
    🥓 Hangjungsal (คอหมู)
    🥓 Marinated Collar Butt (สันคอหมัก)

    ควรสั่งมาเปิดโต๊ะแบบไม่ต้องคิด แล้วค่อยๆ ลิ้มรสเนื้อสัมผัสส่วนที่ชอบมากที่สุด

    และจานที่อยากให้เผื่อท้องไว้หน่อย คือ Five Layer Pork Belly / Ogyeopsal หรือหมูห้าชั้น 🐖 เมนูไฮไลท์ของร้านที่หั่นมาหนาสะใจถึง 20 มม. ไขมันจะค่อยๆ ละลายตอนเคี้ยว เป็นหมูชิ้นหนาที่ต้องย่างดีๆ ถึงจะฟินสุดๆ

    ส่วนสายเนื้อแนะนำ! Bone-in Short Rib เนื้อติดซี่โครงที่นุ่มละลาย เสิร์ฟมาเป็นซี่โครงชิ้นใหญ่สะใจแบบเกาหลีแท้ๆ อีกอย่างเป็น Wagyu Diced เนื้อ A3 หั่นเต๋าพอดีคำ ชอบเท็กเจอร์แรร์ระดับไหนบอกพนักงานย่างได้

    กินให้ครบสูตรแบบเกาหลีแท้ 🇰🇷

    อีกกิมมิคที่ทำให้มื้อนี้คอมพลีทคือพวกเครื่องเคียง ใบมยองอี และผักย่าง เครื่องเคียงที่ขอเติมได้ไม่อั้น

    ใบมยองอีหรือใบกระเทียมดองเป็นสิ่งที่ห้ามพลาด ลองเอามาห่อหมู กินคู่กับกิมจิย่างและผักเคียง รสชาติจะเปรี้ยวหวานลงตัวช่วยตัดเลี่ยนได้ดีมาก

    ส่วนเมนูทานเล่นเอามาเสริมรอบโต๊ะก็มีให้เลือกเยอะ ทั้ง Potato Cheese, Cheese Steamed Egg และ Kimchi Stew ส่วนเครื่องดื่มปิดท้ายยกให้ Makgeolli Honey-comb Set มักกอลลีที่เสิร์ฟพร้อมรวงผึ้งสดๆ หรือถ้าอยากล้างปากตอนจบ ก็มี Vanilla Bean Ice-cream with Crispy Rice Cracker เป็นของหวานปิดมื้อ 🍨

    🔴 𝒊𝑼𝑹𝑩𝑨𝑵 𝑵𝒐𝒕𝒆

    สิ่งที่เราชอบมาก คือเป็นไม่กี่มื้อเลยนะที่กินปิ้งย่างหน้าเตาแล้วรู้สึกว่า เนื้อทุกชิ้นความสุกมันพอดีจริงๆ

    หมูยังฉ่ำ เนื้อมีเดียมแรร์ และแทบไม่มีรอยไหม้เกรียมเหมือนตอนนั่งย่างเอง เป็นดีเทลที่ตอบโจทย์การกินปิ้งย่างในยุคที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น อีกอย่างเค้าเช็ดกระทะให้บ่อยมาก สะอาดแบบไม่มีผงดำๆ เลย

    แม้จะดูแลสุขภาพอยู่ แต่เราไม่จำเป็นต้องเลิกกินปิ้งย่างของโปรด แค่ลองเปลี่ยนมาเป็นปิ้งย่างแบบที่มีคนคอยช่วยย่าง คุมไฟ คุมเท็กเจอร์การย่างให้เป๊ะขึ้น แค่นี้เราก็มีเพลิดเพลินกับมื้อปิ้งย่างที่ถือว่าเป็นมื้อเติมโปรตีนแบบดีต่อสุขภาพด้วย

    𝐇𝐀𝐍𝐀𝐌 𝐁𝐁𝐐 🥢🥩 Central wOrld ชั้น 6

    ใครอยากสัมผัสปิ้งย่างเกาหลีแบบที่มีคนคอยดูแลตลอดทั้งมื้อ ลองแวะไปกันได้เลย