Blog

  • ครั้งแรกในประเทศไทย Grande Centre Point Voyage Pattaya เปิดนิยามใหม่แห่งการเดินทาง สู่จุดหมายปลายทางที่หลอมรวมการพักผ่อน ความบันเทิง และประสบการณ์สำหรับทุกเจเนอเรชันไว้ในสถานที่เดียว

    ครั้งแรกในประเทศไทย Grande Centre Point Voyage Pattaya เปิดนิยามใหม่แห่งการเดินทาง สู่จุดหมายปลายทางที่หลอมรวมการพักผ่อน ความบันเทิง และประสบการณ์สำหรับทุกเจเนอเรชันไว้ในสถานที่เดียว

    พลิกโฉมอุตสาหกรรม Hospitality ไทย ด้วยแนวคิด Integrated Destination Hotel บนทำเลศักยภาพใจกลางพัทยา พร้อมมอบประสบการณ์การเข้าพักเหนือระดับที่ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยว ครอบครัว กลุ่มประชุมสัมมนา และนักเดินทางยุคใหม่อย่างครบวงจร เปิดให้บริการ 1 ตุลาคม 2569

    LH Mall & Hotel เตรียมเปิดตัว Grande Centre Point Voyage Pattaya โรงแรมแห่งที่ 10 ภายใต้แบรนด์ Grande Centre Point Hotels และเป็นหนึ่งในโครงการด้านการท่องเที่ยวและการบริการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 111,100 ตารางเมตร ใจกลางเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติที่มีศักยภาพเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Grande Centre Point Voyage Pattaya ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรม Hospitality ไทย ด้วยแนวคิด “The Borderless Journey” ที่เชื่อว่าการเดินทางในยุคปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนจุดหมายปลายทาง แต่คือการใช้เวลาร่วมกันในการค้นพบประสบการณ์ใหม่ และการสร้างความทรงจำที่มีความหมายสำหรับทุกช่วงวัย

    ทุกพื้นที่ภายในโครงการได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันให้เชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว ทั้งด้านสถาปัตยกรรม เทคโนโลยี ความบันเทิง และการบริการไว้ในจุดหมายเดียว Grande Centre Point Voyage Pattaya จึงเป็นมากกว่าโรงแรม และคือประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่สำหรับทุกเจเนอเรชัน

    ก้าวสู่โลกแห่งการค้นพบที่ไร้ขอบเขต

    หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Grande Centre Point Voyage Pattaya คือการนำเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับประสบการณ์การเข้าพักอย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่ระบบ Interactive Entertainment การนำเสนอคอนเทนต์ผ่านเทคโนโลยี Hologram ไปจนถึงกิจกรรมรูปแบบ Immersive ที่ออกแบบให้ผู้เข้าพักได้มีส่วนร่วมตลอดการเดินทาง

    ไฮไลต์สำคัญของโครงการคือ Time Traveller Water Park สวนน้ำที่มีขนาดกว่า 20,000 ตารางเมตร ซึ่งจะพาผู้เข้าพักเดินทางผ่านสองโลกแห่งจินตนาการ ได้แก่ Lost World และ Tomorrow Land เชื่อมโยงเรื่องราวของอดีตและอนาคตผ่านเครื่องเล่นทางน้ำ สไลเดอร์ขนาดยักษ์ สระคลื่น เลซี่ริเวอร์ และกิจกรรมสำหรับทุกช่วงวัย

    สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย Crimson Canyon Fitness Centre มอบพื้นที่ออกกำลังกายขนาดกว่า 1,400 ตารางเมตร พร้อมอุปกรณ์ Technogym รุ่นล่าสุด โซน Hybrid Training หน้าผาจำลอง Rock Climbing เวทีมวย Boxing Ring และกิจกรรมกีฬาอีกหลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงพื้นที่เวลเนส ทั้ง    จากุซซี่วิวทะเล สตรีม และซาวน่า เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ผู้รักสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ

    ภายในโรงแรมยังประกอบด้วย Voyage Circuit สนามโกคาร์ตไฟฟ้า และ Futsal Court สำหรับกิจกรรมกลุ่มและครอบครัว ตอกย้ำแนวคิดการเป็นจุดหมายปลายทางที่ทุกคนสามารถใช้เวลาร่วมกันได้ตลอดทั้งวัน

    อีกหนึ่งพื้นที่ที่โดดเด่นคือ Midnight Nebula ศูนย์รวมความบันเทิงขนาด เกือบ 1,000 ตารางเมตร  ที่รวบรวมเกมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ไว้ในบรรยากาศแห่งโลกอนาคต ไม่ว่าจะเป็น AI Interactive Games, PlayStation 5 หรือ Simulator Racing ที่มอบประสบการณ์การแข่งรถเสมือนจริง

    ขณะที่ The Sand Theatre จะนำเสนอ “The Guardians of Xentier” เรื่องราวต้นฉบับที่สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับ Grande Centre Point Voyage Pattaya พร้อมต่อยอดสู่คอลเลกชันของที่ระลึกและสินค้า     เอ็กซ์คลูซีฟภายใต้คอนเซ็ปต์ 12 Guardians ซึ่งจะมีจำหน่ายเฉพาะที่โรงแรมแห่งนี้เท่านั้น

    ประสบการณ์แห่งการพักผ่อนที่ออกแบบเพื่อทุกช่วงเวลา

    Grande Centre Point Voyage Pattaya ให้บริการห้องพักและห้องสวีทรวม 494 ห้อง ทุกห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างเต็มสายตา

    การออกแบบภายในเน้นความโปร่งสบาย ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับความสะดวกสบายตลอดการเข้าพัก ผ่านระบบ Smart Room และความบันเทิงภายในห้องที่ตอบโจทย์สมาชิกทุกช่วงวัยในครอบครัว

    พร้อมมอบประสบการณ์การต้อนรับในรูปแบบใหม่ผ่านตัวละคร Guardians ที่ปรากฏบน Smart TV ภายในห้องพัก สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและเติมสีสันให้กับการเดินทางตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้าห้อง

    ในด้านอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรมนำเสนอห้องอาหารและบาร์รวม 9 แนวคิด ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งนักชิม นักเดินทาง และผู้ที่มองหาประสบการณ์ด้านอาหารที่แตกต่าง

    ตั้งแต่ Blue Atlantis Rooftop Restaurant ห้องอาหารบนชั้นสูงที่มองเห็นวิวอ่าวไทยแบบพาโนรามา, The Portrait of Voyage Sky Bar จุดนัดพบแห่งใหม่ของเมืองพัทยา ไปจนถึง Chef Man Seafood ที่เตรียมเปิดตัวอาหารจีนภายใต้แนวคิดใหม่เป็นครั้งแรกที่นี่ รวมถึง Brooks Brunch & Bar ร้านบรันช์ชื่อดังที่นำบรรยากาศแบบ All-Day Social Dining ผสานไวน์บาร์ยามค่ำคืน

    จุดหมายแห่งใหม่สำหรับการประชุมและงานอีเวนต์ระดับนานาชาติ

    นอกเหนือจากการเป็นจุดหมายสำหรับการพักผ่อน Grande Centre Point Voyage Pattaya ยังได้รับการออกแบบให้รองรับตลาด MICE อย่างเต็มรูปแบบ

    Halo Hall ศูนย์ประชุมและพื้นที่จัดงานขนาดกว่า 5,000 ตารางเมตร สามารถรองรับการประชุมองค์กร งานเลี้ยงรับรอง งานเปิดตัวสินค้า และกาล่าดินเนอร์ขนาดใหญ่ได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยกระดับมาตรฐานงานอีเวนต์สู่ระดับสากล

    ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ Grande Centre Point Voyage Pattaya จึงไม่ใช่เพียงโรงแรมแห่งใหม่ของเมืองพัทยา แต่คือจุดหมายปลายทาง แห่งประสบการณ์ ที่รวบรวมการพักผ่อน ความสนุก การใช้เวลาร่วมกัน และการค้นพบสิ่งใหม่ไว้ในสถานที่เดียว

    Grande Centre Point Voyage Pattaya เปิดให้สำรองห้องพักโดยตรงกับโรงแรมตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 และพร้อมต้อนรับผู้เข้าพักอย่างเป็นทางการใน วันที่ 1 ตุลาคม 2569

    ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรม การจองและโปรโมชั่นพิเศษ ได้ที่

    #GrandeCentrePointVoyage # GrandeCentrePointVoyagePattaya #GrandeCentrePoint

  • ถ้าชีวิตไม่จำกัดแค่รั้วบ้านวันของคุณจะกว้างได้แค่ไหน? สำรวจสังคมยุคใหม่ใน 17 คอมมูนิตี้ จากแสนสิริ

    ถ้าชีวิตไม่จำกัดแค่รั้วบ้านวันของคุณจะกว้างได้แค่ไหน? สำรวจสังคมยุคใหม่ใน 17 คอมมูนิตี้ จากแสนสิริ

    คนส่วนใหญ่มักใช้เวลาเป็นปี
    ไปกับการเลือกบ้านหรือคอนโดที่ใช่

    เพราะที่อยู่อาศัยคือเรื่องใหญ่ของชีวิต เลือกจนกว่าจะเจอโครงการที่ชอบ ทำเลดีกับชีวิต และสิ่งอำนวยความสะดวกครบตามความต้องการ

    จนเมื่อได้ย้ายเข้าไปใช้ชีวิตจริงๆ ก็จะเริ่มค้นพบว่าสิ่งที่ชี้วัดคุณภาพการอยู่อาศัยในแต่ละวัน กลับเป็นรายละเอียดไม่เล็กหลายอย่างที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้น ถนนที่ต้องผ่านทุกวัน เพื่อนบ้านที่บังเอิญเจอโดยไม่ได้นัด หรือบรรยากาศรอบๆ ที่มีผลต่อความรู้สึกในแต่ละวัน

    ทั้งหมดนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญที่กำหนดความหมายของคำว่า “home” ในยุคนี้ที่หมายถึงทั้งบ้านและคอนโด ซึ่งขยับจากพื้นที่ส่วนตัวไปสู่สภาพแวดล้อมและมักกลายเป็นเหตุผลง่ายๆ ที่ทำให้เราอยากกลับไปใช้เวลาในทุกวัน

    Sansiri Community – Biodiversity

    เมื่อผู้คนเริ่มพบความต้องการที่ไม่ใช่เรื่องตัวเลข

    จากที่ iURBAN ติดตามเทรนด์ที่อยู่อาศัยและงาน Urban Design อย่างต่อเนื่อง สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดขึ้นคือ นิยามของการอยู่อาศัยได้เปลี่ยนผ่าน จากอดีตที่เคยผูกไว้กับระดับของทำเล ความสะดวกในการเดินทาง หรือความโดดเด่นของสถาปัตยกรรม แม้สิ่งเหล่านั้นยังคงสำคัญ

    แต่บริบทของคนเมืองในปัจจุบันมีความต้องการที่ลึกซึ้งขึ้น บ้านที่เคยทำหน้าที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวเพื่อถอยออกจากความวุ่นวาย ต้องถูกยกระดับให้เป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับชีวิตรอบด้านได้ดีมากขึ้น เพราะสิ่งแวดล้อมรอบบ้านนั้นส่งผลต่อการใช้ชีวิต สุขภาวะ และคุณภาพชีวิตในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – Clubhouse and Shared Moment

    เมื่อไลฟ์สไตล์เปลี่ยน ทั้งการทำงานจากที่ไหนก็ได้ ความใส่ใจในสุขภาพที่มากขึ้น ตลอดจนความต้องการสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ความท้าทายใหม่ของงานสถาปัตยกรรมคือ การออกแบบที่ต้องเริ่มต้นจาก “การเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์และการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่”

    นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราสนใจแนวคิดการพัฒนาของ Sansiri Community

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – Multi-Generation

    More Experience สังคมที่ก่อตัวขึ้นอย่างธรรมชาติ

    เราต่างรู้ดีว่าความรู้สึกปลอดภัยที่จะคอนเนคกับใครสักคน ไม่ใช่สิ่งที่จะสั่งให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ และในแง่ของ Urban Design สังคมที่น่าอยู่เป็นผลลัพธ์ตามธรรมชาติที่มักจะเกิดขึ้นเอง เมื่อสเปซนั้นเอื้อให้ผู้คนขยับเข้าหากันโดยไร้แรงกดดัน

    ความเชื่อมโยงเล็กๆ ระหว่างผู้คนในคอมมูนิตี้แห่งนี้จึงค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายในวันธรรมดา ตั้งแต่การเริ่มจำชื่อกัน ทำความรู้จักกันมากขึ้น ไปจนถึงการมีเรื่องราวของเพื่อนบ้านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแบบไม่ตั้งใจ จำได้ว่าพี่คนนี้วิ่งออกกำลังทุกเช้า น้องหมาตัวที่เคยขอลูบได้ออกไปเดินทุกเย็น คนชั้นถัดไปที่ช่วยกดลิฟต์ให้กันตอนขึ้นคอนโด หรือป้าแม่บ้านที่ส่งยิ้มให้จนจำกันได้

    เรื่องราวเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีสภาพแวดล้อมถูกคิดมาอย่างดี ชีวิตจะจัดการส่วนที่เหลือเอง ซึ่งรวมถึงการออกแบบกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปีของ Sansiri Community ที่มีบทบาทในการเปิดโอกาสให้เกิดช่วงเวลาดีๆ ระหว่างครอบครัวและเพื่อนบ้านที่ได้ใช้เวลาพิเศษร่วมกันมากขึ้น

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – Pet Friendly Park

    More Space พื้นที่ที่คิดเผื่อทุกชีวิต

    ความรู้สึกกว้างขวางของที่อยู่อาศัยในวันนี้ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงพื้นที่ในรั้วบ้านอีกแล้ว ยังต้องคิดเผื่อเมื่อก้าวออกจากประตูบ้านด้วย ว่าเราจะมีพื้นที่รอบๆ แบบไหนให้ออกไปใช้ชีวิตได้บ้าง

    พื้นที่ส่วนกลางของ Sansiri Community ถูกออกแบบให้มีความต่อเนื่องกับชีวิตประจำวันของลูกบ้านมากขึ้น ตั้งแต่ Co-working Space ที่เงียบพอสำหรับการนั่งทำงานในตอนกลางวัน ลานกิจกรรมสำหรับครอบครัว สวนผัก Organic อย่าง Sansiri Backyard ไปจนถึง Everyday Wellness Routine ที่รองรับทั้งการเดินเล่น วิ่ง jogging หรือออกกำลังกายจริงจัง

    มีการออกแบบ Blue-Green Infrastructure โดยใช้ธรรมชาติช่วยบริหารจัดการสภาพแวดล้อม มีต้นไม้ใหญ่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพแบบ Biodiversity มาช่วยสร้างร่มเงา ลดทอนอุณหภูมิความร้อน และดักจับฝุ่นละออง

    ทั้งหมดส่งผลต่อสุขภาวะในระยะยาวผ่าน Outdoor Green Space for Multi-Generation ที่โอบรับทุกคน รวมถึง Pets Welcome Area และ Pet Park ที่ปลอดภัยสำหรับทั้งเด็กและสัตว์เลี้ยง* เป็นรายละเอียดที่ทำให้เห็นว่าแสนสิริมีวิธีคิดในการจัดสรรพื้นที่การใช้ชีวิตให้ขยายออกไปได้ไกลกว่าในรั้วบ้าน และยังสามารถใช้ร่วมกันได้ทุกวัย

    *เฉพาะบางโครงการ

    More Prosperity มูลค่าที่เพิ่มพูนตามกาลเวลา

    สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือสินทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในคอมมูนิตี้ที่มีการดูแลและบริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลางอย่างเป็นระบบแบบนี้ มีแนวโน้มที่จะเพิ่มพูนมูลค่าในระยะยาวได้ดีกว่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป

    คอมมูนิตี้ทั้ง 17 แห่งของแสนสิริที่เติบโตมานับทศวรรษ จึงเป็นสิ่งยืนยันถึงการรักษาเสถียรภาพของมูลค่าที่มีการดูแลอย่างต่อเนื่อง มากกว่าเพียงสถิติยอดขาย

    สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือสภาพแวดล้อมที่ยังคงน่าอยู่ ทรงคุณค่า และพร้อมที่จะส่งต่อเป็นมรดกแห่งความภาคภูมิใจจากรุ่นสู่รุ่น

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – LIV24 Security

    More Service & Security ความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ

    จะมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวได้ใช้ชีวิตในแบบที่กล่าวมาโดยไม่จำเป็นต้องนึกถึง..เมื่อสิ่งนั้นทำงานได้ดีพอ นั่นคือ ระบบรักษาความปลอดภัย

    แสนสิริมีเทคโนโลยี LIV-24 ที่ผสานระบบ AI เข้ากับทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยทำหน้าที่ดูแลแบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับระบบควบคุมการเข้าออก Double-Triple Gate* ที่เข้มงวด ทั้งหมดนี้ทำงานโดยไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของการอยู่อาศัย

    เพราะระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพที่สุด ควรเป็นระบบที่ทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างสมบูรณ์จนผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจจนลืมไปได้เลยว่ามันมีอยู่ ทุกวันที่คุณเลี้ยวรถเข้าโครงการจะมีความรู้สึกอุ่นใจเกิดขึ้นในทันที

    *เงื่อนไขการดูแลความปลอดภัยขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – Sansiri Backyard

    Sansiri Community

    การให้ความสำคัญกับบรรยากาศและผู้คนรอบบ้าน ถือเป็นแกนหลักที่กำหนดทิศทางคุณภาพชีวิตและเปลี่ยนนิยามของการอยู่อาศัยแบบเดิมไปโดยสิ้นเชิง

    รายละเอียดทั้งหมดของสภาพแวดล้อมนอกรั้วบ้านที่ได้รับการคิดคำนวณมาอย่างดี คือโครงสร้างพื้นฐานที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงกิจวัตรประจำวัน วิธีคิด และสุขภาวะของทุกครอบครัวให้เติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว


    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ Every Day... Life is Good
  • UNIQLO x Cecilie Bahnsen แบรนด์สาวเฟมินีน สู่ชุดที่ใส่ได้ทุกวัน

    UNIQLO x Cecilie Bahnsen แบรนด์สาวเฟมินีน สู่ชุดที่ใส่ได้ทุกวัน

    ชื่อของ Cecilie Bahnsen อาจยังไม่ใช่แบรนด์ที่แมสในไทย แต่ในโลกแฟชั่นเธอเป็นดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์กที่ถูกพูดถึงมากจากเสื้อผ้าสไตล์เฟมินีน โรแมนติก และมีงานดีเทลที่จำได้ทันที ทั้งเดรสทรงฟู ซิลูเอต แขนพอง ลายดอกไม้ ระบาย และการจับจีบที่ทำให้เสื้อผ้าดูเหมือนอยู่ระหว่าง everyday wear กับเสื้อผ้าในจินตนาการ จนหลายคนอาจรู้สึกว่า น่ารักมาก แต่จะใส่ตอนไหนดี? นี่เป็นเหตุผลที่การจับมือกับ UNIQLO ครั้งนี้เลยน่าสนใจ เป็นการแปลภาษาแฟชั่นของ Cecilie Bahnsen ให้ใช้ได้ชีวิตประจำวันมากขึ้น

    UNIQLO x Cecilie Bahnsen ครั้งแรก

    เป็นการจับมือกันครั้งแรกระหว่างยูนิโคล่กับ Cecilie Bahnsen โดยเอาความโรแมนติก งานฝีมือ และซิลูเอตเฉพาะตัวของ Cecilie มาผสมกับแนวคิด LifeWear ของยูนิโคล่ ที่เน้นใส่สบาย และใส่ได้ทุกวัน

    การ Collab นี้ เริ่มจากความประทับใจปี 2019

    ฝั่ง UNIQLO เล่าว่าได้พบ Cecilie ครั้งแรกตอนเปิดสาขาแรกที่โคเปนเฮเกนในปี 2019 และประทับใจในงานดีไซน์ของเธอ ก่อนจะต่อยอดความสัมพันธ์มาสู่คอลเลคชันนี้หลังผ่านมาหลายปี

    คอลนี้มีชื่อว่า Shapes of Poetry

    ถึงชื่อจะดูโรแมนติก แต่คอลนี้ก็ไม่ได้มาแนวแฟชั่นจัด ออกแบบให้เป็นเสื้อผ้าที่ผู้หญิงใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ผ่านผ้าคอตตอนคุณภาพดีและวัสดุที่ยืดหยุ่น มีทั้งเดรส เสื้อ และกระโปรง พร้อมดีเทลอย่างลายดอกไม้ แขนพอง ระบาย และการจับจีบที่น่ารักถูกใจสาวๆ

    ราคาเข้าถึงง่าย

    ปกติ Cecilie Bahnsen ราคาหลักหมื่น แต่ถ้าร่วมกับ UNIQLO ราคาน่าจะอยู่ในระดับหลักร้อยถึงหลักพัน ทำให้คนทั่วไปมีโอกาสจะแตะโลกโรแมนติกของแบรนด์นี้ได้ง่ายขึ้น

    มีไลน์เด็กผู้หญิงครั้งแรก

    ถือเป็นไฮไลต์เลยที่ Cecilie Bahnsen เปิดตัวเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงเป็นครั้งแรกในคอลเลคชันนี้ มีทั้งเดรส เสื้อยืด และ skorts หรือกระโปรงกางเกง ดีไซน์น่ารัก ใส่สบาย และออกแบบให้สามารถแต่งแบบ matching แม่-ลูกได้

    เมื่อยูนิโคล่เข้าไป collab ในโลกของดีไซเนอร์แนว romantic & poetic ทำให้เราได้เห็นเดรสและเสื้อผ้าผู้หญิงที่มีดีเทลสวยๆ แต่ใส่สบายในทุกวัน ความเฟมินีนที่ match กับความ practical ของยูนิโคล่ เลยเป็นคอลที่สาวๆ น่าจะตั้งตารอ วางขายที่ไทย 29 พฤษภาคมนี้

  • อิเกียพาส่อง 3 ดีไซน์ใหม่จาก IKEA PS 2026 คอลเล็กชั่นใหม่ที่ผสานฟังก์ชั่นและความสนุก พร้อมเติมเต็มสีสันให้ทุกวันธรรมดาพิเศษขึ้น

    อิเกียพาส่อง 3 ดีไซน์ใหม่จาก IKEA PS 2026 คอลเล็กชั่นใหม่ที่ผสานฟังก์ชั่นและความสนุก พร้อมเติมเต็มสีสันให้ทุกวันธรรมดาพิเศษขึ้น

    อิเกีย ประเทศไทย เผยโฉม 3 ดีไซน์แรกจากคอลเล็กชั่น IKEA PS 2026/อิเกีย พีเอส 2026 รุ่นล่าสุด ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ โดยทั้ง 3 ชิ้นสะท้อนแนวคิดการออกแบบที่ผสานฟังก์ชั่นการใช้งานเข้ากับความสนุกและความคิดสร้างสรรค์ ประกอบด้วย เก้าอี้นวมแบบเป่าลม เก้าอี้โยก และโคมไฟตั้งพื้นที่ปรับทิศทางแสงได้ 3 รูปแบบ

    คอลเล็กชั่น IKEA PS/อิเกีย พีเอส เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1995 ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ภายใต้แนวคิด “Democratic Design” และถือเป็นพื้นที่ทดลองไอเดียใหม่ ๆ ของอิเกียตลอดมา โดยทั้ง 9 อิดิชั่นที่ผ่านมาคอลเล็กชั่นนี้ได้นำเสนอผลงานดีไซน์สแกนดิเนเวียร่วมสมัยที่ทั้งใช้งานได้จริงและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สำหรับอิดิชั่นที่ 10 ซึ่งเป็นอิดิชั่นล่าสุดของคอลเล็กชั่นนี้มีการออกแบบภายใต้แนวคิด “เล่นสนุกทุกฟังก์ชั่น (Playful Functionality)” หรือการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งาน พร้อมเติมลูกเล่นที่สร้างความสนุกและชวนให้เกิดปฏิสัมพันธ์กับสินค้าในชีวิตประจำวัน

    ก่อนจะมีการเปิดตัวคอลเล็กชั่น IKEA PS/อิเกีย พีเอสในระดับโลกในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ อิเกียได้เผยภาพผลิตภัณฑ์บางส่วนออกมาเรียกน้ำย่อย นำโดย เก้าอี้นวมแบบเป่าลม และเก้าอี้โยก ซึ่งออกแบบโดยดีไซเนอร์ของอิเกียอย่าง Mikael Axelsson และ Marta Krupińska และโคมไฟตั้งพื้นที่ปรับได้ 3 ทิศทาง ผลงานการออกแบบของ Lex Pott ดีไซเนอร์จากรอตเตอร์ดัม

    หนึ่งในไฮไลต์คือเก้าอี้นวมแบบเป่าลม ซึ่งเป็นแนวคิดที่อิเกียพัฒนามาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 ก่อนจะสำเร็จในคอลเล็กชั่นนี้ ตัวเก้าอี้ใช้โครงสร้างช่องอากาศ 2 ชิ้น เชื่อมด้วยโครงโครเมียม ช่วยให้มีทั้งความมั่นคง น้ำหนักเบา และจัดเก็บได้สะดวก มาในผ้าหุ้มสีเขียวมรกต พร้อมที่สูบลมแบบเท้าเหยียบ และผ่านมาตรฐานการทดสอบความทนทานเช่นเดียวกับเก้าอี้มีที่พักแขนของอิเกีย

    อีกหนึ่งชิ้นเด่นคือโคมไฟตั้งพื้นที่สามารถหมุนปรับการใช้งานได้ 3 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสปอตไลต์ ไฟอ่านหนังสือ หรือไฟส่องเพดาน ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศของพื้นที่เดียวกันได้ง่าย ๆ ผ่านการหมุนปรับเพียงครั้งเดียว ตัวโคมไฟโดดเด่นด้วยรูปทรงเรขาคณิตเรียบคม และมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเขียวอมเหลือง สีแดงเบอร์กันดี และสีน้ำเงินโคบอลต์

    ด้านเก้าอี้โยกสะท้อนแนวคิด Playful Functionality ได้อย่างชัดเจน ด้วยฟังก์ชั่นการโยกตัวเบา ๆ ที่มอบความผ่อนคลาย ขณะเดียวกันยังใช้งานเป็นม้านั่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผลิตจากไม้สนโชว์ลายธรรมชาติ ให้กลิ่นอายดีไซน์สแกนดิเนเวียที่เรียบง่ายและอบอุ่น

    คอลเล็กชั่น IKEA PS/อิเกีย พีเอส จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในระดับโลกในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่งาน Democratic Design Days ณ เมืองอัลมุต ประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นเมืองต้นกำเนิดของคอลเล็กชั่นนี้ สำหรับประเทศไทย อิเกีย ก็เตรียมนำสินค้าในคอลเล็กชั่น IKEA PS/อิเกีย พีเอสมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบโดยสามารถติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากทางอิเกียได้ในเร็ว ๆ นี้

  • Grand Seafood Lunch Buffet สัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติอาหารทะเลที่ห้องอาหารเดอะสแควร์

    Grand Seafood Lunch Buffet สัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติอาหารทะเลที่ห้องอาหารเดอะสแควร์

    ทุกวันเสาร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ อิมแพ็ค ขอเชิญคุณมาสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติที่ ห้องอาหารเดอะสแควร์ กับ บุฟเฟ่ต์อาหารทะเลมื้อกลางวัน สุดพิเศษ ที่คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่จากท้องทะเล รังสรรค์เป็นเมนูเลิศรสหลากหลายสไตล์

    เติมเต็มความอร่อยไม่รู้จบ:

    • อาหารทะเลสด: อิ่มอร่อยไม่อั้นกับกุ้ง กั้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก หอยนางรมสดนำเข้า และอีกมากมาย พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเฉพาะของทางร้าน
    • อาหารทะเลนานาชาติ: ตื่นตาตื่นใจกับเมนูอาหารทะเลไทยและนานาชาติ ที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน
    • อาหารญี่ปุ่น: ลิ้มลองความสดใหม่ของแซลมอนซาซิมิและทูน่าซาซิมิ พร้อมอาหารญี่ปุ่นเลิศรสอื่น ๆ
    • ซุ้มอาหารพิเศษประจำสัปดาห์: สั่งอาหารจานโปรดจากเมนูพิเศษแต่ละสัปดาห์ และชมการปรุงสดใหม่ทุกจาน
    • เครื่องดื่มไม่อั้น: เพลิดเพลินกับน้ำอัดลมและเครื่องดื่มสมุนไพรไม่อั้น

    บุฟเฟ่ต์เปิดให้บริการทุกวันเสาร์ เวลา 12.00 น. – 15.00 น.

    ข้อเสนอพิเศษสำหรับการจองออนไลน์:

    ราคาปกติ 999 บาทสุทธิ/ท่าน (สมาชิก Accor Plus รับคะแนนและส่วนลดสมาชิกตามสิทธิ์ จากราคาปกติ เมื่อจองล่วงหน้า 2 วัน และชำระมัดจำ 50%)

    ข้อเสนอพิเศษออนไลน์: จองล่วงหน้า 2 วัน เหลือเพียง 899 บาทสุทธิ/ท่าน (เมื่อจองล่วงหน้า 2 วัน และชำระมัดจำ 50%)

    สำรองที่นั่งผ่านช่องทางออนไลน์ ล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน รับส่วนลดพิเศษ เหลือเพียง 899 บาทสุทธิ/ท่าน

    หลังจากได้รับอีเมลยืนยันการจองแล้ว กรุณายืนยันการจองของคุณโดยชำระเงินมัดจำ 50% ผ่าน Line: @NovotelIMPACT หรือ bit.ly/LineNovotelIMPACT

  • บุราสิริ จตุโชติ บ้านหรูสไตล์ New England เข้าเมืองง่าย 5 นาทีถึงทางด่วน 1 ใน Chatuchot Community ของแสนสิริ 

    บุราสิริ จตุโชติ บ้านหรูสไตล์ New England เข้าเมืองง่าย 5 นาทีถึงทางด่วน 1 ใน Chatuchot Community ของแสนสิริ 

    ทกวันนี้คำว่า “ใกล้เมือง” อาจไม่ได้แปลว่าต้องอยู่ใจกลางกรุงเทพเสมอไป นิยามคำนี้ในยุคนี้อาจตีความได้เป็น “ความคล่องของชีวิต” คนรุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มขยับออกจากโซนคับแคบในเมือง ขยับออกมาอีกหน่อย เพื่อแลกกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พื้นที่กว้างขึ้น อากาศที่โปร่งขึ้น และเวลาที่ได้กลับคืนมาในทุกวัน

    “จตุโชติ” คืออีกหนึ่งทำเลที่เปลี่ยนภาพจำเดิมอย่างชัดเจน จากย่านเงียบสงบในกรุงเทพตอนเหนือ วันนี้พื้นที่นี้กำลังกลายเป็น “เมืองใหม่” ของชีวิตคุณภาพที่ต้องการทั้งความสงบและการเชื่อมต่อในเวลาเดียวกัน 

    บุราสิริ จตุโชติ คือโครงการที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดเจนที่สุด บ้านเดี่ยวที่ให้ทั้งสไตล์แบบรีสอร์ตและความสะดวกระดับใจกลางเมือง ด้วยเส้นทางการเดินทางที่สะดวกมากในปัจจุบัน

    คลิปวิดีโอรีวิวโครงการ

    อาจเข้าเมืองเร็วกว่าหลายโครงการชั้นใน

    ทำเลของบุราสิริ จตุโชติ คือจุดสมดุลระหว่าง “ความสงบ” และ “การเดินทางที่สะดวก” เพราะตั้งอยู่เพียง 2.5 กิโลเมตร จากด่านทางด่วนฉลองรัช ซึ่งหมายความว่าจากบ้านถึง “เอกมัย” หรือ “พระราม 9” จะใช้เวลาไม่นานกว่าหลายย่านที่ใกล้เมืองกว่าด้วยซ้ำ 

    infographic แสดงการ เดินทางเข้าเมืองจาก บุราสิริ จตุโชติ ง่ายและรวดเร็ว ผ่านทางพิเศษฉลองรัช

    หน้าโครงการห่างจากจุดขึ้นทางด่วนแค่ประมาณ 3-5 นาทีเท่านั้นเอง แค่คิดจะเดินทางก็ขึ้นด่วนได้เลย สะดวกมาก

    ส่วนขากลับบ้านก็ราบรื่น เพิ่มทางเลือกด้วย “มอเตอร์เวย์” วงแหวนรอบนอก ที่มีจุดลงใกล้โครงการ ช่วยให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วในทุกทิศทาง

    ใครที่ขับผ่านทางด่วนเส้นนี้ทุกวันอาจไม่รู้ว่า ทำเลนี้คือหนึ่งในโซนกรุงเทพเหนือที่กำลังโตเร็วที่สุด ทั้งจากโครงสร้างพื้นฐานใหม่อย่าง ทางด่วนฉลองรัชต่อขยาย จตุโชติ–ลำลูกกา (คาดเปิดปี 2570) และการเติบโตของโซนรามอินทรา–วัชรพล–สายไหม ที่เริ่มมีศูนย์การค้า โรงเรียน และโรงพยาบาลระดับพรีเมียมรายล้อมอยู่ครบ

    ทำเล ‘จตุโชติ’ ในวันนี้จึงไม่ได้เป็นโซนที่ดูห่างไกลอีกต่อไป กลับกลายเป็นทำเลที่กำลังเคลื่อนสู่สถานะ “ชานเมืองชั้นใน” ที่ทั้งน่าอยู่และพร้อมเติบโตต่อในระยะยาว ถือว่าเป็นทำเลที่ทั้งอยู่สบายในวันนี้และมีมูลค่าในอนาคต

    3 แบบบ้านสไตล์ New England Colonial 

    สถาปัตยกรรมของโครงการนี้คือการตีความใหม่ของสไตล์ “New England Colonial” บ้านคลาสสิกจากอเมริกายุคอาณานิคมที่ขึ้นชื่อเรื่องความสมมาตร เรียบแต่ภูมิฐาน เส้นสายมั่นคงและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

    การออกแบบ บุราสิริ จตุโชติ นี้ แสนสิริเลือกจะไม่ยึดติดกับแบบดั้งเดิมของ New England Colonial แต่ reinterpret ให้ร่วมสมัยมากขึ้น ด้วย facade สีเทา-ขาวอ่อน วัสดุตีเกล็ดแนวนอนแบบ clapboard ที่ใช้วัสดุแบบใหม่และทนทานกว่า หลังคาทรงจั่วซ้อนหลายชั้นที่ทำให้บ้านดูมีมิติมากขึ้น ขณะที่รายละเอียดกรอบหน้าต่าง เสากรอบ และบัวแนวตั้งยังคงให้ความรู้สึก classic สวยและเบาสบาย สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือการ “เปิดบ้านให้รับธรรมชาติ” หน้าต่างพร้อมกระจกเต็มบานรอบทิศทาง ใช้ชีวิตได้แบบสดชื่นทุกวัน เปิดโล่งรับอากาศให้ถ่ายเทได้ในทุกมุมของบ้าน

    ผสาน Double Volume Living Room และเฉลียงที่กว้างขวางทำให้แสงแดดยามเช้าและลมเย็นยามเย็นกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในบ้านได้จริงๆ ทุกองค์ประกอบตั้งใจออกแบบให้คุณ “รู้สึกดีขึ้นทุกครั้งที่กลับบ้าน” Double Volume มีให้ตั้งแต่แบบบ้านเริ่มต้นเลย ทำให้บ้านดูมีมูลค่าขึ้น บ้านที่มี Double Volume มักถูกจัดอยู่ใน segment ที่สูงกว่าบ้านทั่วไป เมื่อมีคนเดินเข้ามาในบ้านแล้วเห็นเป็นสิ่งแรกก็จะจำว่าเป็นบ้านหรูไปทันที นอกจากเพิ่มความสง่างามให้บ้านแล้ว ยังอยู่สบาย ความสูงโปร่งไม่ทำให้อึดอัด เพิ่มการหมุนเวียนอากาศ และช่วยเรื่องอุณหภูมิภายในบ้านให้ไม่อบร้อน

    อีกหนึ่งรายละเอียดเล็กๆ อย่างการจัดวางช่องแสง เส้นขอบระแนงไม้ หรือโทนสีของผนัง ล้วนสะท้อนความประณีตแบบบ้านที่ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนจริงๆ มีโทนสีที่สงบ เรียบง่าย สบายตา อยู่อาศัยได้โดยไม่ต้องสวมบทบาทอะไรในพื้นที่ของตัวเอง พักผ่อนได้เต็มที่ในทุกวัน

    โครงการบุราสิริ จตุโชติมีบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ พื้นที่ใช้สอย 246–384 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 71–138 ตร.วา รองรับครอบครัวได้ทุกช่วงวัย ตั้งแต่คู่แต่งงานที่เริ่มต้นชีวิตใหม่ไปจนถึงครอบครัวใหญ่หลายเจนที่มีผู้สูงอายุ โดยอีก 2 แบบบ้านจะเป็น Type เล็กลงมา คือ

    บ้าน WINONA (วิโนนา) พื้นที่ใช้สอย 279 ตร.ม.

    4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน พร้อมฟังก์ชัน Double Volume

    บ้าน ASHFORD (แอชฟอร์ด) พื้นที่ใช้สอย 246 ตร.ม.

    4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน พร้อมฟังก์ชัน Double Volume

    Facility & Living Experience

    ทุกพื้นที่ในบุราสิริ จตุโชติ ถูกคิดให้เป็น “พื้นที่ชีวิต” มากกว่าแค่พื้นที่ส่วนกลาง ด้วยสวนกว่า 5 ไร่ ที่แวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ สนามหญ้ากว้างใหญ่ และทะเลสาบที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็น สร้าง mood ของรีสอร์ตที่ผ่อนคลายได้ในทุกวัน

    Clubhouse ของโครงการเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นในเชิงดีไซน์ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม New England Colonial เช่นเดียวกัน แต่เพิ่มความโปร่งด้วยโครงหลังคาไม้และกระจกเต็มบาน เปิดมุมมองสู่สระว่ายน้ำวิวทะเลสาบ ภายในยังมีพื้นที่รับรองและฟิตเนสที่ออกแบบด้วยเส้นสายเรียบแต่สง่างาม

    บรรยากาศโดยรอบให้ความรู้สึกเหมือนบ้านพักตากอากาศริมเนินเขาในเมืองชายฝั่ง แต่อยู่ใกล้เมืองเพียงไม่กี่นาที และยังมีทั้ง backyard และ pet park ที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนในครอบครัว รวมถึงสัตว์เลี้ยงก็ได้มีพื้นที่ของตัวเอง สามารถปล่อยให้น้องวิ่งเล่นได้อย่างอิสระบนพื้นที่ขนาดใหญ่

    ภาพของเด็กที่วิ่งเล่นกันบนสนามหญ้า เสียงนกร้องในตอนเช้า และแสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกใหญ่ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ความเรียบง่ายที่มีความหมาย และนี่คือความรู้สึกที่แสนสิริตั้งใจจะมอบให้คุณและครอบครัวได้สัมผัสในทุกวัน

    Chatuchot Community | จตุโชติ คอมมูนิตี้

    อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้บุราสิริ จตุโชติ พิเศษกว่าบ้านเดี่ยวทั่วไป คือการเป็นส่วนหนึ่งของ Sansiri Chatuchot Community คอมมูนิตี้ขนาดใหญ่กว่า 185 ไร่ ที่รวมสามโครงการไว้ใน ecosystem เดียวกัน ทั้งในแง่ดีไซน์ บรรยากาศ และความปลอดภัย

    นี่คือ “สังคมอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบแห่งแรกของกรุงเทพเหนือ” ที่แสนสิริสร้างขึ้นโดยยึดแนวคิดเดียวกับคอมมูนิตี้ระดับเรือธงในโซนอื่นของกรุงเทพ สังคมที่ไม่พลุกพล่านแต่มีชีวิตชีวา สงบแต่ไม่โดดเดี่ยว

    ในยุคที่ผู้คนมองหาทั้งความเป็นส่วนตัวและ sense of belonging – Sansiri Chatuchot Community ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นั้นอย่างลงตัว คุณสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระในบ้านของตัวเอง ขณะเดียวกันก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีเพื่อนบ้านที่ “เข้าใจวิถีเดียวกัน”

    และในเชิงเมือง แสนสิริไม่ได้แค่ขยายเมืองออกไปทางเหนือ แต่กำลังสร้าง archetype ใหม่ของ “northern suburb” ที่มีคุณภาพครบถ้วนในตัวเอง เป็นเมืองเล็กๆ ที่เติบโตอย่างมีจังหวะ

  • รูปปั้นที่ไม่มีชื่อในบูธ AP มีความหมายอะไร? ICONIC PEOPLE x ICONIC SPACE ที่งาน FaraTalk 2025 

    รูปปั้นที่ไม่มีชื่อในบูธ AP มีความหมายอะไร? ICONIC PEOPLE x ICONIC SPACE ที่งาน FaraTalk 2025 

    พื้นที่ที่ดีอาจไม่ได้เปลี่ยนโลก แต่เปลี่ยนคนหนึ่งคน ซึ่งอาจเปลี่ยนโลกเล็กๆ ของใครอีกหลายคนได้ 

    What’s in a name? ชื่อนั้นสำคัญไฉน

    เป็นธีมของงาน FaraTalk 2025 ปีนี้ ว่าด้วยเรื่องราวของ ‘ชื่อ’ ทั้งที่เรารู้จักดีและชื่อที่เราอาจไม่เคยนึกถึง แต่กลับซ่อนประวัติศาสตร์และความคิดที่ทรงพลังบางอย่างไว้

    หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือบูธของ AP หนึ่งในพื้นที่เงียบที่สุด แต่สั่นสะเทือนถึงหัวใจ

    นิทรรศการ “ICONIC PEOPLE x ICONIC SPACE” หยิบแนวคิดจากรายการ People You May Know ที่ชาวช่องชื่นชอบในการเล่าเรื่องบุคคลสำคัญของโลกอย่าง Nefertiti, John Lennon, Audrey Hepburn, Nostradamus หรือ Queen Victoria คนที่เราไม่เคยพบหน้า แต่เรื่องราวของเขาอาจเปลี่ยนวิธีที่เรามองชีวิตไปตลอดกาล 

    คำถามเล็กๆ ที่อาจได้คำตอบที่ยิ่งใหญ่

    เราเดินอยู่ท่ามกลางรูปปั้นของบุคคลในตำนาน แต่สิ่งที่ทำให้เราหยุดนิ่งกลับไม่ใช่รูปปั้นที่มีชื่อเสียง แต่เป็น “รูปปั้นสีแดงหนึ่งเดียว” ที่ไม่มีชื่อ ไม่มีคำอธิบาย

    เหมือนจะบอกเราว่าพื้นที่ตรงนั้น…อาจเป็นของเรา ไม่ใช่เพื่อจะเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” คนที่กล้าที่จะเป็นตัวเองมากขึ้น เพื่อเป็น “บุคคลสำคัญของตัวคุณเอง“

    และเมื่อคนคนหนึ่งเริ่มใช้ชีวิตในแบบที่จริงกับตัวเอง ไม่ต้องยิ่งใหญ่ ไม่ต้องระดับโลก แต่มีความสุขมากขึ้น เข้าใจตัวเองมากขึ้น คนรอบข้างและคนที่คุณรัก แฟน ลูก พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนสนิท ก็จะได้รับผลนั้นไปด้วย 

    เพราะคนที่กล้ารักตัวเอง มักจะกล้ารักคนอื่นได้ลึกขึ้น และคนที่เคารพพื้นที่ของตัวเอง ก็มักจะสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยให้คนอื่นได้เช่นกัน คุณอาจเป็นคนสำคัญที่ดีขึ้นในโลกใบเล็กๆ ของใครสักคนที่จารึกอยู่ในหัวใจ นั่นอาจยิ่งใหญ่ไม่แพ้การจารึกนามในประวัติศาสตร์

    บูธบ้านที่ไม่ได้ขายบ้าน 

    เราชอบที่ AP ไม่ได้ใช้บูธนี้เพื่อขายบ้าน แต่ใช้มันเพื่อส่งต่อพลังบางอย่าง พลังที่ไม่ได้มาจากสิ่งก่อสร้าง แต่จากความเชื่อว่า “พื้นที่ที่ดี” จะ Empower ให้คนกล้าเป็นตัวเอง

    และนั่นคือเหตุผลที่เราอยากพูดถึงบูธนี้ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า AP ไม่ได้เป็นแค่ผู้นำในด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังเลือกจะสนับสนุน Farose และ People You May Know ในฐานะแพลตฟอร์มของ “Edutainment เชิงความคิด” ที่ช่วยให้คนจำนวนมากกล้าตั้งคำถามกับชีวิตตัวเอง

    และนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของที่อยู่ แต่คือเรื่องของชีวิต

  • รีวิว Shark CleanSense IQ+ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เทฝุ่นอัตโนมัติ แรงแต่เบา No.1 จากอเมริกา ใช้ได้ทั้งบ้านและในรถยนต์

    รีวิว Shark CleanSense IQ+ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เทฝุ่นอัตโนมัติ แรงแต่เบา No.1 จากอเมริกา ใช้ได้ทั้งบ้านและในรถยนต์

    ซื้อเครื่องดูดฝุ่นดีๆ มาทั้งที แต่ทำไมรู้สึกว่าเหนื่อยกว่าเดิม? หลายคนซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สายแพงๆ เพราะหวังมาช่วยลดงานในชีวิต แต่กลายเป็นว่าใช้งานจริงแล้วงานงอก

    ไม่ว่าจะน้ำหนักเยอะไปจนเมื่อยแขน, ต้องยุ่งเทฝุ่นทิ้งบ่อยแบบเกือบทุกรอบ, ฝุ่นก็เลอะภูมิแพ้กำเริบอีก หรือแรงดูดที่แรงแค่แรกๆ แต่แป๊บเดียวก็เบาลง ยิ่งบ้านมีสัตว์เลี้ยงด้วยแล้วหวังให้ดูดขนแต่ดันไม่จบ..เป็นบ่อยเลย

    วันนี้ Shark แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลพื้นอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกา มาถึงเมืองไทยแล้ว ผ่านการนำเข้าของ Power Buy พร้อมกับตัวท็อปเครื่องดูดฝุ่นไร้สายอัจฉริยะรุ่นล่าสุด

    รีวิว Shark CleanSense IQ+ สรุปฟีเจอร์สำคัญ

    Shark CleanSense IQ+
    ตอบโจทย์ทุกความยุ่งยากในการดูแลบ้าน

    • ไม่ต้องคอยเทฝุ่นเองทุกวัน Auto-Empty System เทฝุ่นอัตโนมัติ เก็บได้นาน 30 วัน พร้อมแผ่นกรอง HEPA ดักจับสารก่อภูมิแพ้ 99.99% ให้บ้านสะอาดไร้กังวล
    • ไม่ต้องก้มจนปวดหลัง ด้วยด้ามจับ Multi-Flex งอได้ 90 องศา เข้าถึงใต้เฟอร์นิเจอร์ง่าย ทำความสะอาดสะดวกขึ้น ลดอาการเมื่อยล้า
    • ไม่ต้องยุ่งยากกับเส้นผมพันแปรง Hybrid Clean Brush ป้องกันการพันกัน ใช้ได้ทุกพื้นผิว แถบซิลิโคนช่วยขจัดฝุ่นฝังลึก ส่วนแปรงกำมะหยี่ช่วยให้พื้นสะอาดเงางาม
    • ไม่ต้องปรับแรงดูดเอง SMART IQ PRO มีเซ็นเซอร์อัจฉริยะ 4 ตัว ตรวจจับฝุ่นอัตโนมัติ ปรับแรงดูดให้เหมาะสมกับขอบมุม พื้นต่างชนิด และจุดที่มืด
    • ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หรือโหมดใช้งาน หน้าจอ LED แสดงข้อมูลเรียลไทม์ ทั้งระดับฝุ่น แบตเตอรี่ และโหมด (ECO, IQ, BOOST)

    เพราะบ้านที่สะอาด ไม่ได้วัดกันที่แรงดูดแค่ตอนเปิดเครื่อง แต่วัดกันที่คุณใช้มันได้จริงทุกวันแบบไม่ต้องเหนื่อยเพิ่ม ไปดูฟีเจอร์ทั้งหมดที่เตรียมไว้เพื่อเปลี่ยนชีวิตคุณให้ดีขึ้นในโพสต์นี้ได้เลย

    เบอร์หนึ่งในอเมริกา ที่เพิ่งมาให้เราลอง

    นี่เป็นครั้งแรกในไทยของ Shark แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลพื้นอันดับ 1 ในสหรัฐฯ ที่ขึ้นชื่อเรื่องนวัตกรรมและดีไซน์ใช้งานง่าย ขวัญใจคนใช้งานจริง พร้อมเทคโนโลยีล้ำๆ ที่ทำให้การทำความสะอาดไม่ใช่เรื่องลำบากอีกต่อไป 

    เพื่อนสนิทคู่บ้านของคนรักความสะอาด

    Shark CleanSense IQ+ ออกแบบมาให้คุณหยิบใช้งานได้ง่าย พร้อมใช้งานทันทีทุกครั้งที่ต้องการ จนคุณรู้สึกอยากหยิบใช้บ่อยๆ โดยไม่ต้องลังเล 

    ดูแลบ้านได้เกือบทุกรูปแบบ โดยเฉพาะบ้านที่มีน้องหมาน้องแมว ที่มักจะมีปัญหาเรื่องขนสัตว์ที่พันกับหัวแปรงเครื่องดูดซะเอง เครื่องนี้พร้อมจัดการได้หมด สะอาดง่าย ใช้งานสะดวก จนกลายเป็นอุปกรณ์ที่คุณจะขาดไม่ได้

    ฉลาดพอจะคิดแทนคุณได้ โดยที่คุณแทบไม่ต้องทำอะไรเลย

    เซ็นเซอร์อัจฉริยะ 4 ตัวในระบบ Smart IQ Pro ทั้งตรวจจับฝุ่น-ความสกปรก ชนิดพื้นผิว ขอบมุม และความสว่าง 

    โดยระบบจะ ปรับกำลังดูดให้อัตโนมัติแบบ real-time เพื่อให้สะอาดได้เร็วกว่า ประหยัดแบตมากกว่า และที่สำคัญ ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนโหมดเองบ่อยๆ เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ในมือคุณ แต่เหมือนมีผู้ช่วยเฉพาะทางคอยจัดการให้ตลอดทาง

    ใช้งานทุกวัน แต่เทฝุ่นแค่เดือนละครั้งก็พอ

    Shark CleanSense IQ+ มาพร้อม Auto Empty Dock ที่จะดูดฝุ่นจากตัวเครื่องไปเก็บไว้ในฐานโดยอัตโนมัติ เก็บได้ยาวถึง 30 วัน โดยที่คุณไม่ต้องเปิดถังทิ้งเอง แถมยังมี ฟิลเตอร์ HEPA กันฝุ่นย้อนกลับ ป้องกันไม่ให้ฝุ่นละเอียดฟุ้งกระจายกลับเข้าบ้าน

    เป็นระบบที่ไม่แค่ช่วยให้บ้านสะอาดขึ้น แต่ช่วยหลายอย่าง เช่น ให้คุณสัมผัสฝุ่นน้อยลง ทิ้งฝุ่นง่ายขึ้น, ให้เครื่องดูดฝุ่นพร้อมใช้งานเสมอ (ไม่ใช่พอจะใช้ต้องมาทำความสะอาด), ช่วยให้แรงดูดเต็มที่แบบไม่มีฝุ่นเก่ามาขวาง ทั้งหมดนี้ดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ฟีเจอร์นี้ช่วยได้เยอะเลย

    ถังเก็บฝุ่นของตัวฐาน Auto Empty Dock สามารถรองรับฝุ่นได้ยาวนานถึง 30 วัน โดยไม่ต้องเทบ่อย แค่ยกออกมา เททิ้ง และล้างน้ำได้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้ถุงอะไหล่ (บางทีลืมซื้อ) ไม่ต้องกังวลเรื่องฝุ่นฟุ้งกระจาย จุดเล็กน้อยที่เปลี่ยนประสบการณ์ดูดฝุ่นของคุณไปตลอดกาล

    ชาร์จทุกครั้งที่คุณวาง พร้อมทุกครั้งที่หยิบใช้

    Shark CleanSense IQ+ จะชาร์จแบตให้อัตโนมัติทันทีเมื่อคุณวางกลับแท่นวาง เมื่อแบตเต็มจะพร้อมใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 42 นาที (ในโหมด ECO) ครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 90 ตร.ม. หรือเทียบเท่าบ้าน 3 ห้องนอน 

    ถ้าหากนั่นยั่งไม่พอจะซื้อเพิ่มแบตเสริมก็ได้ อนาคตแบตเสื่อมลงตามอายุ ตัวแบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนได้ง่ายสุดๆ คิดแบบมืออาชีพมาก

    เบาพอจะถือมือเดียว แต่แรงพอจะดูดทั้งบ้าน

    ด้วยน้ำหนักเพียง 2.2 กิโลกรัม และ โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ ที่ทั้งแข็งแรงและเบาเป็นพิเศษ ทำให้แม้แต่คุณผู้หญิงหรือผู้ใหญ่ ก็ใช้งานได้อย่างคล่องตัว ไม่ว่าจะยกขึ้นดูดฝ้า หรือถือทำความสะอาดยาวๆ แบบไม่เมื่อยมือ เหมาะกับทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุที่อยากได้เครื่องเบาๆ หรือคนรุ่นใหม่ที่ชอบอะไรที่ทั้งเบาและมีพลัง

    แรงพอให้ฝุ่นหายไปตั้งแต่จังหวะแรกที่ปัดผ่าน

    Shark CleanSense IQ+ มาพร้อมมอเตอร์พลังสูงในระบบ TurboDrive ที่ออกแบบจากประเทศญี่ปุ่น ให้แรงดูดเสถียรต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นหนัก ขนสัตว์ หรือเศษผงขนาดเล็ก — แรงดูดยังคงสม่ำเสมอทุกจุดที่เคลื่อนผ่าน

    ดูดขนสัตว์ได้สะอาดจริง โดยไม่ต้องมานั่งแกะเส้นผมทีหลัง

    หัวแปรง HybridClean ออกแบบให้มี แถบซิลิโคนและกำมะหยี่ ที่ช่วยทั้งปัดพรม เช็ดพื้น และป้องกันเส้นผมหรือขนสัตว์ไม่ให้พันติดหัวแปรง ถอดออกมาล้างทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องงัด ไม่ต้องแกะ ไม่ต้องปาดเส้นผมให้หงุดหงิดใจ เป็นหัวแปรงที่เข้าใจชีวิตจริงของบ้านที่คนผมยาวหรือมีสัตว์เลี้ยง ทำให้คุณไม่ต้องมานั่งเคลียร์งานซ้ำซ้อนหลังดูดฝุ่นจบ

    ไม่ต้องก้ม ไม่ต้องย่อ ก็สะอาดถึงใต้โซฟาได้สบาย ๆ

    Shark CleanSense IQ+ กับด้าม Multi-Flex งอได้ 90 องศา

    ด้าม Multi-Flex ออกแบบให้ พับได้ถึง 90 องศา ช่วยให้คุณดูดใต้ตู้ เตียง หรือโซฟาได้โดยไม่ต้องโน้มตัวดูดฝุ่นท่ายาก เพราะการดูดฝุ่นที่ดี ไม่ควรต้องแลกกับอาการปวดหลัง หรือความวุ่นวายหลังใช้งานเสร็จ ซึ่งค่านวดทั้งปีแพงกว่าแน่ๆ 

    ไม่ได้ดูแลแค่พื้น แต่ดูแลได้ทั้งบ้าน

    Shark CleanSense IQ+ มาพร้อม หัวแปรง 5 แบบที่เปลี่ยนได้ง่าย ครอบคลุมทุกพื้นผิวและทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะดูดโซฟา พรม ผ้าม่าน ซอกแคบ หรือขนสัตว์ หัวแปรงแต่ละแบบออกแบบมาให้ตอบโจทย์เฉพาะทางโดยไม่ต้องพยายามไปแงะ DIY เองให้วุ่นวาย 1 เครื่อง แต่ใช้งานได้ถึง 5 รูปแบบ

    ใช้นอกบ้านก็ทรงพลัง

    ความคุ้มมากคือ การใช้งานได้หลากหลายสถานที่ โดยเฉพาะในรถยนต์! พร้อมแรงดูดระดับ TurboDrive ที่เหนือกว่าเครื่องดูดไร้สายทั่วไปแบบคนละชั้น จะดูดขนสัตว์บนเบาะ ดูดเศษทราย เศษขนมที่หก หรือฝุ่นเล็กในซอกเบาะรถ ก็เอาอยู่หมด โดยไม่ต้องมีเครื่องอีกตัวแยกสำหรับในรถ

    เครื่องดูดฝุ่นทุกเครื่อง ยังไงก็ต้องคอยทำความสะอาดตัวมันเอง

    ถ้าทำง่ายก็ไม่เหนื่อย ยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น เครื่องนี้ถูกออกแบบมาให้ ถอดล้างง่ายในทุกจุดที่สำคัญ ทั้งฟิลเตอร์ ถังฝุ่น หัวแปรง และท่อดูด ไม่ต้องแกะซับซ้อน ไม่ต้องใช้เครื่องมือช่าง ทุกอย่างออกแบบมาเพื่อให้คุณดูแลเองได้ง่ายๆ ในไม่กี่นาที หลายชิ้นก็เอาไปล้างน้ำได้

    มั่นใจได้มากกว่า ด้วยการรับประกัน 2 ปีเต็ม

    และมั่นใจโดย PowerBuy ในเครือเซ็นทรัลดูแล

    Shark CleanSense IQ+ พร้อมให้คุณทดลองความสะอาดแบบใหม่แล้ววันนี้ มีจำหน่ายที่ PowerBuy รวมถึงบน Shopee และ Lazada

    “เพราะความใส่ใจ… อยู่ในทุกดีเทลของการออกแบบ” ทุกชิ้น ทุกมุมของ Shark CleanSense IQ+ ถูกคิดมาเพื่อให้คุณใช้งานได้จริง และใช้งานได้นาน

  • ศุภาลัย ชูกลยุทธ์ธุรกิจปี 68 มุ่งสู่ Multi-National Company ความแข็งแกร่งทางการเงิน พร้อมดันยอดขายทะลุเป้า 32,000 ล้านบาท

    ศุภาลัย ชูกลยุทธ์ธุรกิจปี 68 มุ่งสู่ Multi-National Company ความแข็งแกร่งทางการเงิน พร้อมดันยอดขายทะลุเป้า 32,000 ล้านบาท

    บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เผยทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2568 ด้วยกลยุทธ์สำคัญของบริษัทฯ ชูสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง รองรับการขยายตัวสู่การเป็น Multi-National Company นำเทคโนโลยีเสริมทัพในการดำเนินธุรกิจ ตั้งเป้ายอดขาย 32,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม รวม 36 โครงการ ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค รวมมูลค่า 46,000 ล้านบาท

    ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568 คาดว่าจะมีการขยายตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยผู้ประกอบการยังคงเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการเติบโตของตลาด หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงคือ การลดลงของ Supply จากบริษัทต่างๆ เปิดโครงการลดลง ที่ดินทำเลดีหายากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ที่ให้ความสนใจในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบสนองต่อเทรนด์สีเขียว และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง AI และ IoT โดยมีความท้าทายที่ต้องจับตา เช่น อัตราดอกเบี้ย ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่ยังคงมีโอกาสสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด โดยเฉพาะจากการลงทุนจากต่างชาติ และการขยายตัวของเมืองรอง ในทำเลศักยภาพใหม่ที่น่าจับตามอง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตได้

    ภาพรวมของบริษัทฯ ปี 2568  บมจ.ศุภาลัยได้ก้าวสู่การเป็นบริษัทข้ามชาติจากการขยายการลงทุนในประเทศออสเตรเลียในปลายปี 2567 ซึ่งถือเป็นปีสำคัญแห่งการเติบโตขยายศักยภาพในทุกมิติ ด้วยศักยภาพและความพร้อมของส่วนของผู้ถือหุ้นที่สูงที่สุดและหนี้สินต่อทุนที่อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ โดยได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจากทริสเรทติ้งที่ระดับ A ต่อเนื่อง 11 ปี สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและความสามารถในการเติบโตทางธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 97,876 ล้านบาท และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของ   ผู้ถือหุ้น อยู่ที่ 51% อีกทั้งมีทุนหรือส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 52,929 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพียง 0.85 เท่า และยังสามารถสร้างกำไรสุทธิ 4,201 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือน ปี 2567 ซึ่งสูงสุดเมื่อเทียบกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในอุตสาหกรรม แสดงถึงความมั่นคงและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

    บมจ.ศุภาลัย มีแผนการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้จะมีโครงการระหว่างพัฒนารวมเกือบ 300 โครงการ ทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันศุภาลัยได้ลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศออสเตรเลียแล้ว 24 โครงการ รวมมูลค่าโครงการทั้งหมด 185,500 ล้านบาท ด้วยเงินลงทุนของศุภาลัย 22,300 ล้านบาท     โดยยอดขายในปี 2567 เติบโตจากปี 2566 สูงถึง 49% ซึ่งเป็นการเติบโตเป็นที่น่าพึงพอใจ สำหรับในปี 2568 คาดว่ายอดขายในประเทศออสเตรเลียมีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นได้มากถึง 100% ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานรายได้ของบริษัทฯ ในต่างประเทศ สำหรับการลงทุนในประเทศ กำหนดงบประมาณการจัดซื้อที่ดิน 8,000 ล้านบาท เพื่อขยายการพัฒนาโครงการในทำเลใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ ซึ่งครอบคลุมมากถึง 30 จังหวัด โดยเพิ่มจังหวัดใหม่ ได้แก่ ลพบุรี สุพรรณบุรี รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจของภาคใต้อย่างเกาะสมุย อีกทั้งมีการพัฒนาบ้านและคอนโดมิเนียม ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ แบบบ้านใหม่ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพสินค้า นวัตกรรมที่อยู่อาศัยรักษ์โลก ส่งมอบบ้านและการบริการที่ดีที่สุด ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

    นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง ผลการ       ดำเนินงานปี 2567 ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกปีที่มีความท้าทาย แต่บริษัทฯ ก็สามารถก้าวผ่านมาได้อย่างมั่นคง ด้วยความพร้อมทางต้นทุนทางการเงิน และความสามารถในการบริหารความเสี่ยง โดยมีการเปิดตัวโครงการทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม รวม 41 โครงการ มูลค่ารวม 52,380 ล้านบาท มียอดขายรวม 26,743 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 37 โครงการ (กรุงเทพฯ และปริมณฑล 16 โครงการ, ภูมิภาค 21 โครงการ) และโครงการคอนโดมิเนียม 4 โครงการ 

    สำหรับแผนงานปี 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายยอดขาย 32,000 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้ 30,000 ล้านบาท โดยวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 36 โครงการ แบ่งเป็น โครงการแนวราบ 28 โครงการ และโครงการคอนโดมิเนียม 8 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 46,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้จะมีการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ในหลากหลายด้าน เพื่อปรับตัวทำการตลาดให้โดนใจลูกค้า และการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง 

    • ด้านสินค้าและผลิตภัณฑ์  พัฒนาโครงการแนวราบในราคาที่เข้าถึงได้ เจาะกลุ่มตลาดระดับราคา 3-5 ล้านบาท มีการพัฒนาแบบบ้านใหม่ เพิ่มการลงทุนในที่ดินขนาดใหญ่ เพื่อสร้างคอมมูนิตี้แห่งการอยู่อาศัยทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค รวมถึงมุ่งมั่นการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ และเพิ่มระยะเวลารับประกัน โดยโครงการคอนโดมิเนียม โครงสร้างจากเดิม 5 ปี เพิ่มเป็น 10 ปี และส่วนควบจากเดิม 2 ปี เพิ่มเป็น 3 ปี รวมทั้งโครงการแนวราบ ส่วนควบจากเดิม 1 ปี เพิ่มเป็น 3 ปี โดยบริษัทฯ ได้นำร่องที่โครงการคอนโดมิเนียม คือ ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ, ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ และโครงการแนวราบที่ศุภาลัย เอสเซ้นส์ บางนา-สุวรรณภูมิ เพื่อตอบโจทย์ความมั่นใจในการอยู่อาศัยในโครงการศุภาลัย
    • ด้านการตลาด  มีการนำ AI และเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านการตลาด โดยการนำข้อมูลมาวิคราะห์ เพื่อมอบประสบการณ์การซื้อที่อยู่อาศัยที่ง่าย สะดวก และตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม
    • ด้านนวัตกรรมดิจิทัล  ผสานนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด Smart Village เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย
    • ด้านสิ่งแวดล้อม  มุ่งสู่ความยั่งยืนในการสร้างความร่วมมือกับคู่ค้า ด้วยการจัดเก็บข้อมูลการปล่อยคาร์บอนฯ ของวัสดุที่ใช้ในทุกกระบวนการของธุรกิจ 100% ในปี 2568 มุ่งสู่เป้าหมายการจัดซื้อวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Procurement)
    • ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ด้วยความโปร่งใสและจริยธรรม พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายและจรรยาบรรณทางธุรกิจ

    ทั้งนี้ ในไตรมาสแรก เตรียมพบกับไฮไลต์โครงการแนวราบ บ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่ “Romantic Charm” ปักหมุดโครงการแรกบนถนนอุทยาน กับโครงการ “ศุภาลัย พรีมา วิลล่า ถนนอุทยาน” มอบความทันสมัย หรูหรา ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียวและธรรมชาติ และทำเลใกล้เมือง ในราคาเริ่มต้น 17.9 ล้านบาท พร้อมเปิดขายในวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์นี้

    คาดว่าปี 2568 นี้ จะเป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายในหลายมิติ ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตทางด้านรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ และเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว

  • 5 เทคนิคการโปรโมทบ้านบน Airbnb ให้โดดเด่นและจองเต็ม

    5 เทคนิคการโปรโมทบ้านบน Airbnb ให้โดดเด่นและจองเต็ม

    การโปรโมทที่พักของคุณบน Airbnb ให้โดดเด่นและดึงดูดผู้จองมากขึ้นเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของที่พักทุกคนควรให้ความสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยให้ที่พักของคุณมีผู้สนใจมากขึ้นแล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้จองเต็มในเวลารวดเร็วอีกด้วย นี่คือ 5 เทคนิคที่คุณสามารถนำไปใช้เพื่อให้ที่พักของคุณโดดเด่นและประสบความสำเร็จในการโปรโมท

    1. ใช้ภาพถ่ายที่โดดเด่น

    ภาพถ่ายเป็นสิ่งแรกที่ผู้เข้าชม Airbnb เห็น ดังนั้นควรใช้ภาพที่มีคุณภาพสูงและสื่อถึงบรรยากาศที่พักอย่างชัดเจน เน้นมุมที่แสดงถึงความสะดวกสบายและความพิเศษของที่พัก ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือพื้นที่กลางแจ้งที่น่าดึงดูด

    • หากคุณต้องการภาพถ่ายที่มีคุณภาพระดับมืออาชีพ การใช้ บริการถ่ายภาพบ้าน สามารถช่วยเพิ่มความน่าสนใจและเพิ่มโอกาสในการจองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    2. เขียนคำอธิบายที่พักให้โดนใจ

    คำอธิบายที่พักควรชัดเจน กระชับ และน่าสนใจ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ที่กำลังมองหาที่พัก ควรเน้นจุดเด่นที่ทำให้ที่พักของคุณพิเศษกว่า เช่น ใกล้สถานที่ท่องเที่ยว ห้องที่ตกแต่งมีสไตล์ หรือการบริการเสริมที่ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกพิเศษ

    3. ใช้โปรโมชั่นดึงดูดใจ

    การเสนอโปรโมชั่น เช่น ลดราคาสำหรับการจองหลายวัน หรือให้ส่วนลดสำหรับผู้ที่จองในช่วงแรก ๆ สามารถช่วยเพิ่มความสนใจและทำให้ที่พักของคุณถูกจองได้เร็วขึ้น อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยได้คือการ ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ผ่าน iURBAN เพื่อโปรโมทที่พักและข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น

    4. ทำ SEO ให้ที่พักของคุณ

    นอกจากการใช้ Airbnb SEO คำอธิบายและหัวข้อของที่พักควรมีคำสำคัญ (Keywords) ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทำเลที่ตั้ง สไตล์การตกแต่ง หรือประเภทของที่พัก เพื่อเพิ่มโอกาสในการปรากฏในผลการค้นหาบน Airbnb และ Google นอกจากนี้ยังควรให้ความสำคัญกับการได้รับรีวิวดี ๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

    5. สร้างโปรไฟล์เจ้าของที่พักให้ดึงดูด

    การสร้างความไว้วางใจระหว่างคุณกับผู้เข้าพักเป็นสิ่งสำคัญ ควรสร้างโปรไฟล์เจ้าของที่พักที่น่าเชื่อถือ มีข้อมูลส่วนตัวที่เพียงพอ เช่น ความเป็นกันเอง ประสบการณ์ในการให้บริการ และการตอบกลับคำถามรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าพักรู้สึกมั่นใจในการจองที่พักของคุณมากยิ่งขึ้น