Tag: Premium

  • ถ้าตอนเด็กๆเรามี“ฐานลับ” เป็นของตัวเอง 🌿 Dinosaur Kids Playroom by ARTRA INTERIOR

    ถ้าตอนเด็กๆเรามี“ฐานลับ” เป็นของตัวเอง 🌿 Dinosaur Kids Playroom by ARTRA INTERIOR

    ห้องนี้น่าจะทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอยากกลับไปเป็นเด็กอีกสักวัน 🦕

    มีฐานลับเป็นของตัวเอง แถมอยู่ในห้องไดโนเสาร์ที่ ARTRA INTERIOR ออกแบบไว้ให้เล่นได้ทุกมุม

    𝐖𝐡𝐚𝐭 𝐭𝐨 𝐊𝐧𝐨𝐰 🥤

    01 — ห้องแสนสนุก ได้เรียนรู้ผ่านการเล่น
    ทั้งพื้นที่ปีนป่าย ขุดค้น และสำรวจ ให้เด็กได้ใช้ร่างกาย ฝึกสังเกต และลองคิดเอง

    02 — ซ่อนดีเทลการฝึกพัฒนาการ
    ปีนป่ายได้ใช้ร่างกาย ขุดค้นได้ฝึกสังเกต ส่วนบทนักสำรวจก็เปิดให้จินตนาการทำงานเต็มที่

    03 — ARTRA INTERIOR กับโจทย์ห้องเด็กที่คิดไปถึงการใช้งานจริง
    ตั้งแต่พื้นที่เล่นต่างระดับ เฟอร์นิเจอร์เฉพาะธีม ไปจนถึงโครงสร้าง จุดยึด และรายละเอียดที่ต้องทำให้สิ่งที่อยู่ในแบบสามารถสร้างและเล่นได้จริง

    🦖 ฐานลับที่เคยใช้เก้าอี้กับผ้าห่ม

    ตอนเราเป็นเด็ก เก้าอี้ไม่กี่ตัว ผ้าผืนใหญ่สักผืน คลุมแล้วมุดเข้าไปข้างใต้ เท่านี้ก็มีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว ใครเคยเล่นน่าจะจำได้ว่าตอนนั้นเราสนุกขนาดไหน

    บ้านต้นไม้ในภาพยนตร์ Jurassic World ในห้องนี้ให้อารมณ์คล้ายกัน แต่มีเรื่องสนุกให้ทำอีกเยอะ ข้างบนขึ้นไปตั้งหอสังเกตการณ์ ข้างล่างมีถ้ำให้มุดพัก จะออกตามหาฟอสซิลหรือตั้งศูนย์สำรวจ ก็แล้วแต่เจ้าของห้องจะจินตนาการ

    โจทย์มาจากพ่อแม่ที่อยากให้ลูกมีพื้นที่เล่น ได้สำรวจธรรมชาติ และเลือกทำสิ่งที่สนใจ ทีม ARTRA INTERIOR เลยนำความชอบของลูกมาต่อยอด ว่าจะออกแบบห้องให้เล่นอะไรได้บ้าง

    💡 เล่นสนุก แล้วก็ได้เรียนรู้ไปด้วย

    เวลาปีน เด็กต้องลองว่าจะจับตรงไหน วางเท้ายังไง พอขุดค้นก็ได้สังเกตสิ่งที่เจอ ส่วนเวลาเล่นเป็นนักสำรวจ เรื่องราวจะไปต่อยังไงก็ต้องคิดเอง ได้ลอง ได้ตัดสินใจ โดยไม่ต้องมีใครมาคอยบอกทุกขั้นตอน

    รายงาน The Power of Play ของสมาคมกุมารแพทย์อเมริกัน (AAP) สรุปไว้ว่า การเล่นที่เหมาะกับวัยช่วยส่งเสริมพัฒนาการ ทั้งร่างกาย ความคิด ภาษา สังคม และอารมณ์

    พ่อแม่คงไม่ได้นึกถึงชื่อทักษะทุกครั้งที่เห็นลูกเล่น แค่เห็นลูกลองอีกครั้งจนทำสิ่งนั้นได้ หรือวิ่งมาเล่าว่าวันนี้ค้นพบอะไรใหม่ในฐานลับ ก็น่าดีใจแล้ว

    🌳 ARTRA ออกแบบห้องให้เป็นโลกของเด็ก

    ห้องไดโนเสาร์นี้มีโจทย์มาให้ ARTRA INTERIOR หลายอย่าง ตั้งแต่การวางผังห้อง บ้านเล่นสองชั้น ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์เฉพาะธีม แต่ละส่วนต้องถูกวางขนาดและตำแหน่งให้ใช้ด้วยกันได้ พร้อมเก็บงานดีไซน์ให้เข้ากันทั้งห้อง

    ⬩ วางผังจากกิจกรรมที่เด็กจะเล่น

    งาน Space Planning ของห้องนี้ใช้พื้นที่ทั้งแนวราบและแนวตั้ง บ้านเล่นสองชั้นเปิดมุมมองจากด้านบน ส่วนพื้นที่ขุดค้นอยู่ด้านล่าง มีบันได ตาข่ายปีน และสไลเดอร์เป็นทางขึ้นลงให้เลือก

    เรื่อง Circulation หรือเส้นทางใช้งานจึงต้องคิดไปพร้อมกับตำแหน่งกิจกรรม จะขึ้นบ้านเล่นตรงไหน ลงมาแล้วเจออะไร และไปเล่นจุดถัดไปอย่างไร การจัดผังเป็นส่วนที่ทำให้ของเล่นแต่ละชุดใช้ต่อกันได้

    ⬩ จากจินตนาการในแบบ สู่ของจริงที่เล่นได้

    ห้องเด็กแบบนี้เปิดพื้นที่ให้จินตนาการได้มาก แต่พอจะทำบ้านเล่นสองชั้น ทางปีนป่าย หรือสไลเดอร์ขึ้นมาจริง รายละเอียดหลายอย่างต้องคิดต่อจากภาพที่เราเห็น

    ตั้งแต่สัดส่วนของพื้นที่ที่เด็กจะปีนและลอดผ่าน ความลาดชันของทางเล่น ไปจนถึงโครงสร้าง จุดยึด และการรับน้ำหนัก เพราะรายละเอียดเหล่านี้มีผลต่อทั้งวิธีเล่นและความปลอดภัยโดยตรง

    จุดนี้ทำให้ประสบการณ์ด้านงานก่อสร้างของ ARTRA INTERIOR สำคัญขึ้นมา ทีมต้องมองต่อว่าแต่ละรูปทรงจะทำจริงอย่างไร เชื่อมกับโครงสร้างตรงไหน และต้องปรับรายละเอียดอะไรเมื่อเข้าสู่หน้างาน รวมถึงประสานการคำนวณและตรวจสอบทางวิศวกรรมในส่วนที่จำเป็น

    บ้านเล่นสองชั้นในห้องนี้จึงไม่ได้จบแค่การสร้างรูปทรงให้เหมือนโลกไดโนเสาร์ แต่ต้องทำให้เส้นทางขึ้นลง พื้นที่ปีน และองค์ประกอบแต่ละจุดทำงานร่วมกันได้จริง

    “จินตนาการจะไปได้ไกล ต้องมีความรู้และประสบการณ์รองรับในทุกรายละเอียด”

    ⬩ งาน Custom ที่ลงรายละเอียดถึงเฟอร์นิเจอร์

    ARTRA นำธีมไดโนเสาร์มาออกแบบรูปทรงโต๊ะ เก้าอี้ และช่องเปิดคล้ายถ้ำ รวมถึงพื้นที่ขุดค้น โครงกระดูก และรายละเอียดฟอสซิล ก่อนต่อขึ้นไปถึงเมฆ บอลลูน และสัตว์เลื้อยคลานบินได้จำลองบนเพดาน

    งาน Custom Design แบบนี้ต้องดูเรื่อง Scale & Proportion หรือขนาดและสัดส่วนขององค์ประกอบทั้งห้อง เลือกสี รูปทรง และตำแหน่งให้ต่อเนื่องกัน มองจากทางเข้าต้องเห็นภาพรวม พอเดินเข้าไปใกล้ก็ยังมีดีเทลให้ค้นต่อ

    ⬩ แบ่งโซนให้มีที่พักจากการเล่น

    การจัด Zoning ในห้องนี้มีทั้งพื้นที่ออกแรงและมุมกิจกรรมเงียบๆ โดยวางที่นั่ง หนังสือ และชั้นเก็บของไว้ใกล้พื้นที่เล่น เด็กสามารถแวะพัก หยิบอ่าน หรือเตรียมของสำหรับเล่นรอบต่อไปได้

    ทั้งการวางผัง Route ขึ้นลง งาน Custom ไปจนถึงการพัฒนาแบบให้แต่ละองค์ประกอบสร้างและใช้งานได้จริง ล้วนเป็นรายละเอียดที่ ARTRA INTERIOR ต้องคิดต่อเนื่องตั้งแต่ในแบบไปจนถึงหน้างาน

    ตอนสร้างหรือปรับปรุงบ้าน สิ่งที่ลูกชอบอาจเป็นไอเดียเริ่มต้นของห้องเด็ก อยากให้มีที่เล่นอะไรบ้าง มุมทำกิจกรรมแบบไหน แล้วค่อยนำไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กับพื้นที่สำหรับเด็ก เพื่อช่วยคิดต่อทั้งเรื่องผัง เฟอร์นิเจอร์ และรายละเอียดที่บางครั้งเราอาจไม่ทันนึกถึง

    ห้องนี้เป็นตัวอย่างงานของ ARTRA INTERIOR ที่ดูแลตั้งแต่การจัดการพื้นที่ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์เฉพาะธีม มุมเล่น มุมพัก และรายละเอียดที่ทำให้ภาพในแบบกลายเป็นพื้นที่จริง

    เมื่อฐานลับพร้อมแล้ว พ่อแม่คงได้เห็นวันที่ลูกปีนขึ้นไปเองได้เป็นครั้งแรก ได้ฟังเรื่องผจญภัยที่เขาคิดขึ้น และค่อยๆ เห็นว่าเขาทำอะไรได้มากกว่าเมื่อวาน

    และห้องนี้จะยังเก็บความทรงจำตอนเขายังเป็น ‘เจ้าตัวเล็ก’ ไว้ให้เราเสมอ 🙂

    . . .

    📍 𝐀𝐑𝐓𝐑𝐀 𝐈𝐍𝐓𝐄𝐑𝐈𝐎𝐑
    Luxury Interior Design & Full Service
    ปรึกษางานออกแบบ โทร. 02-114-8488
    หรือส่งข้อความทางเพจ ARTRA Interior

  • CENTRO เพชรเกษม – บางบอน เมื่อที่ดิน 100-200 ตร.ว. อยู่กับดีไซน์บ้านที่ใช้มันคุ้ม

    CENTRO เพชรเกษม – บางบอน เมื่อที่ดิน 100-200 ตร.ว. อยู่กับดีไซน์บ้านที่ใช้มันคุ้ม

    ที่ดินระดับ 100–200 ตร.วา เดี๋ยวนี้แทบไม่เจอในบ้านใกล้เมือง และสิ่งที่ดูเป็นไฮไลท์มากกว่าขนาด คือแบบบ้านที่ทำให้พื้นที่เหล่านี้มีความหมาย ทั้งสวนรอบบ้าน ช่องเปิดหลายด้าน และการดึงแสงธรรมชาติเข้าใกล้พื้นที่ใช้ชีวิต

    CENTRO เพชรเกษม-บางบอน
    แบบบ้านใหม่เชื่อมธรรมชาติ พร้อมที่ดินขนาดใหญ่

    What to Know 🥤

    01 — CENTRO ซีรีส์ที่เหนือกว่าเดิม
    บ้าน Series ใหม่ให้ความรู้สึกใหญ่และพรีเมียมขึ้น ทั้งสัดส่วนภายนอก Layout และคุณภาพพื้นที่โดยรวม

    02 — บ้านเดี่ยว มีพื้นที่ให้แยกกันใช้ชีวิต
    มี Living / Multi-purpose Area สูงสุด 4 โซน รองรับทั้งการพักผ่อน ทำงาน และกิจกรรมส่วนตัว โดยยังมีพื้นที่กลางไว้ใช้ร่วมกัน

    03 — เปิดบ้านเข้าหาสวนหลายด้าน
    ช่องเปิดจำนวนมากช่วยรับแสงธรรมชาติ และเปิดมุมมองสู่พื้นที่สีเขียว ทำให้บ้าน Scale ใหญ่ยังรู้สึกโปร่ง น่าอยู่

    📍 เริ่ม 9.99–15 ล้าน*
    ลงทะเบียนบนเว็บไซต์หรือ Add LINE โครงการ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2 แสน*

    CENTRO NEW DESIGN / NEW SERIES

    CENTRO รอบนี้ดูใหญ่และพรีเมียมขึ้นจากภาพจำเดิมชัดเจน ทั้งสัดส่วนภายนอก Scale ตัวบ้าน และ Layout ภายในที่ขยับเข้าใกล้บ้านระดับบน

    แนวคิด Nature Architect ถูกถ่ายทอดเป็นสเปซจริง ผ่านช่องเปิดหลายด้าน แสงธรรมชาติ และสวนรอบบ้านที่มองเห็นจากหลายมุมบ้าน

    พอรวมกับ AP CODE เรื่องสัดส่วนและ Flow พื้นที่ ภาพรวมจึงเป็นบ้านที่มีทั้งความใหญ่ ความสวย และ Space Quality ที่ใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน

    บ้านใหญ่ เพื่อให้ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเอง

    พื้นที่ในบ้านถูกจัดสรรเป็น Living Area, Working Space, Family Area และห้องนอนที่ให้ความเป็นส่วนตัวเต็มที่

    หลายพื้นที่ยังปรับเปลี่ยนหน้าที่ตามช่วงชีวิต วันนี้เป็นห้องทำงาน วันข้างหน้าปรับเป็นห้องเด็ก ห้องอ่านหนังสือ หรือพื้นที่กิจกรรมครอบครัว ผลคือทุกคนมีสเปซส่วนตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังมีพื้นที่กลางไว้ใช้ชีวิตร่วมกัน

    เชื่อมเพชรเกษม–บางบอน–กาญจนาภิเษก

    การเดินทางเลือกได้ทั้งฝั่งเพชรเกษม 69, เพชรเกษม 81 หรือกาญจนาภิเษกผ่านซอยร่มไทร และยังมาจาก ถ.เอกชัย – พระราม 2 ได้ รวมถึงเส้นทางย่อยอีกหลายสาย

    จุดเด่นของทำเลนี้คือได้บรรยากาศ Residential ที่เป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันยังเชื่อมออกถนนหลักและพื้นที่ใช้ชีวิตรอบๆ ได้หลายทิศทาง

    ใครกำลังมองหาบ้านหลังใหญ่ที่ได้ทั้งพื้นที่ในบ้านและพื้นที่รอบบ้านแบบจริงจัง ลองเข้ามาดู CENTRO เพชรเกษม–บางบอน กันได้ที่นี่เลย 📷

    ———

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    วันนี้เราจะพาไปดู CENTRO เพชรเกษม–บางบอน บ้านดีไซน์ใหม่ของเอพี ที่มีทั้งสัดส่วนภายนอกที่ดูลงตัว และ Layout ภายในที่น่าอยู่มาก หลายมุมเปิดรับแสงธรรมชาติ และเชื่อมพื้นที่สีเขียวเข้ามาใกล้การใช้ชีวิต ทำให้บ้านรู้สึกโปร่ง สบาย และมี Space Quality ที่ดีเกินคาด
    – iURBAN Why

    9 ดีเทลที่ทำให้ CENTRO เพชรเกษม–บางบอน เป็นมากกว่า “บ้านเดี่ยวหลังใหญ่”

    1. Nature Architecture
      บ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่ที่ดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผ่านช่องเปิด แสงธรรมชาติ มุมมองสวน และพื้นที่ Outdoor รอบตัวบ้าน
    2. More Ways to Live
      กระจายพื้นที่นั่งเล่นและมุมอเนกประสงค์ไว้สูงสุด 4 โซน ปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Family Area, Working Space หรือ Hobby Room
    3. Privacy for Everyone
      วาง Layout ให้ทุกห้องนอนมีสเปซเฉพาะตัว ได้ห้องขนาดใหญ่ ความเป็นส่วนตัวสูง และ Ensuite Bathroom ในห้องนอนหลัก
    4. Large Plot, More Outdoor Space
      ขนาดที่ดินใหญ่ถึง 100–200 ตร.วา ให้ระยะเว้นรอบบ้านที่โปร่งขึ้น เพิ่มพื้นที่สวน มุมพักผ่อน และเปิดรับวิวสวนจากในบ้านได้เต็มตา
    5. More Space & Function
      มี 3 แบบบ้านให้เลือก พื้นที่ใช้สอย 310–411 ตร.ม. พร้อม 4 ห้องนอน 2–4 ห้องนั่งเล่น และที่จอดรถ 3–4 คัน รองรับครอบครัวใหญ่ได้สบาย
    6. Everyday Function
      จัดวางสเปซที่ใช้จริงทุกวันอย่าง Kitchen, Dining และ Laundry ให้เชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหลและลงตัว
    7. Grand Master Bedroom
      Master Bedroom สเกลพิเศษที่รวม Sleeping Area, Living Area และ Walk-in Closet ไว้ในที่เดียว ได้อารมณ์พักผ่อนแบบ Master Suite
    8. Smart Living
      เสริมความสะดวกและความปลอดภัยด้วยสมาร์ทเทคโนโลยีในบ้าน ทั้งระบบแสงสว่าง การเชื่อมต่อ และคุณภาพอากาศ
    9. AP Facilities
      เติมเต็มชีวิตนอกบ้านด้วยส่วนกลางครบครัน ทั้ง Multi-function Clubhouse, ระบบรักษาความปลอดภัย และสวนขนาดใหญ่แบบฉบับเอพี
    maingate CENTRO เพชรเกษม - บางบอน

    โครงการนี้พิเศษ เราอยู่ร่วมทำเลกับ THE CITY โครงการบ้านหรูของเอพีอีกหนึ่งโครงการ ทั้ง Maingate ชิดกันและมีคาแรคเตอร์ที่ไปทางเดียวกัน

    แบบบ้าน

    โครงการนี้มีแบบบ้าน 3 แบบ เริ่มต้นด้วย FIORA ที่เป็นแบบบ้านขนาดใหญ่ ได้ 2 ห้องนั่งเล่นอยู่แล้วแม้จะเป็นขนาดเริ่มของที่นี่ก็ยังได้ฟังก์ชั่นใหญ่แบบเต็มๆ

    แบบบ้านที่ 2 PRIVA จะมีดีไซน์เหมือนแบบบ้านใหญ่กว่า VALLERIA เลย แต่ไม่มีส่วนเดียวที่ต่างกันคือ Living Area ที่อยู่มุมหน้าบ้าน แต่แบบบ้านนี้ก็จะได้ฟีลมุมรับสวนเป็นตัว L แทน (มุมขวาล่างของภาพ) ได้อารมณ์คนละแบบ

    VALLERIA แบบบ้านใหญ่ที่สุดของโครงการ CENTRO เพชรเกษม-บางบอน ได้ห้อง Living Corner หน้าบ้านชั้น 1 มาอีกห้อง พร้อมด้านบนเป็น “ระเบียง” ของห้อง Master Bedroom ขนาดใหญ่

    แบบบ้านนี้ใหญ่ถึง 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ห้องนั่งเล่น / 1 ห้องซักล้าง / 4 ที่จอดรถ

    ที่ CENTRO เพชรเกษม-บางบอน ความพิเศษอยู่ตรงที่จะขายบ้านพร้อมที่ดินขนาด 100-200 ตร.วา กันเลย ซึ่งหายากได้ในบ้านโครงการใหม่ใกล้เมืองยุคปัจจุบัน นี่เป็นจุดนึงที่ได้ทั้งบ้านดี บ้านสวย ของ Developer ระดับ AP และสวนขนาดใหญ่ไปพร้อมกัน

    บ้านตัวอย่าง VALLERIA

    CENTRO เพชรเกษม - บางบอน บ้านใหญ่

    บ้านตัวอย่างที่เราจะพาชมกันวันนี้คือ VALLERIA แบบบ้านขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ

    มาในสไตล์ Modern Tropical ที่ดูเรียบ สุภาพ และให้ความรู้สึกของบ้านสำหรับอยู่อาศัยระยะยาวได้อย่างชัดเจน ตัวบ้านหน้ากว้าง การแทรกช่องเปิดและหน้าต่างไว้หลายจุด ช่วยทอนความหนาหนักของ facade พร้อมเปิดรับแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในได้อย่างเต็มที่

    อีกจุดที่รู้สึกได้ตั้งแต่หน้าบ้านคือเรื่องสเกลของพื้นที่ ทั้งระยะเว้นรอบบ้านและสเปซภายในที่โปร่งกว้าง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของแนวคิด Living with Nature ในบ้านหลังนี้

    พื้นที่ภายในบ้าน ชั้น 1

    เปิดประตูเข้ามาจะพบ Living Room ห้องที่ 1 จะเห็นสเกลพื้นที่กว้างโปร่ง พร้อมการวางผังที่เปิดเชื่อมต่อไปถึง Dining Area ด้านใน จุดเด่นคือแนวสเปซที่เปิดยาวตลอดแนว ทำให้เห็นความต่อเนื่องของแต่ละฟังก์ชันได้ชัดเจน พื้นที่ส่วนกลางของบ้านจึงดูโปร่ง และใช้งานร่วมกันได้อย่างไม่อึดอัด

    อีกมุมจะเห็นประตูที่เป็นแนวช่องเปิดขนาดใหญ่ที่เชื่อมสเปซนั่งเล่นเข้ากับสวนด้านนอกโดยตรง ข้อดีคือได้ทั้งแสงธรรมชาติและวิวสีเขียวเข้าสู่พื้นที่ใช้งานหลัก ช่วยให้ห้องที่กว้างอยู่แล้วดูโปร่งและมีบรรยากาศสบายขึ้นไปอีก

    Living Room มุมนี้จะเห็นสเกลสเปซชัดขึ้น ทั้งระยะนั่งดูทีวี ความโปร่งกว้างของห้อง และการเชื่อมต่อไปยัง Dining Area ด้านหลัง
    การวางผังแบบ Open Plan ทำให้แต่ละฟังก์ชันใช้งานร่วมกันได้อย่างลื่นไหล พร้อมเปิดรับความโปร่งกว้างจากช่องเปิดรอบบ้านได้เต็มที่

    Dining Area วางต่อเนื่องกับ Living Room และเชื่อมต่อไปถึง Kitchen ในแนวเดียวกัน ทำให้สเปซส่วนกลางชั้น 1 มี Flow การใช้งานที่ไหลลื่น โต๊ะอาหารรองรับได้ถึง 8 ที่นั่ง โดยยังมีระยะเดินรอบโต๊ะที่โปร่งสบาย

    จุดนี้เป็นเหมือนศูนย์กลางของครอบครัว และของการไปสู่ห้องต่างๆ อีกด้วย แม้แต่ละฟังก์ชันจะเชื่อมต่อกันหมด แต่การแบ่งสเปซยังชัดเจน ทำให้รับรู้บทบาทของโซน Living, Dining และ Kitchen ได้อย่างเป็นส่วนตัว

    เราเริ่มชอบบ้านหลังนี้จากตรงนี้ design ที่เหมือนเรียบง่ายแต่ใช้ชีวิตดีจริง คือสิ่งหนึ่งที่ AP CODE สร้างสรรค์ออกมาได้เป็นอย่างดี

    ถัดเข้ามาจาก Dining Area คือ Kitchen ที่วางตำแหน่งต่อเนื่องกัน ทำให้การเตรียมอาหารและจัดเสิร์ฟลื่นไหล สะดวกกับการใช้งานจริงในทุกๆ วัน

    สเปซครัวให้มากว้างขวาง จัดวางเคาน์เตอร์รอบห้องพร้อม Island ตรงกลาง ช่วยเพิ่มทั้งพื้นที่เตรียมอาหารและ Storage เก็บของ ขณะเดียวกันก็มีช่องเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศดูโปร่ง ไม่อึดอัด

    เป็นอีกมุมที่สะท้อนแนวคิด Everyday Function ของบ้านหลังนี้ได้ชัดเจน คือให้สเปซใช้งานจริงมาเต็มที่ และเชื่อมต่อกับ Dining Area ได้โดยตรง

    ถ้าสังเกตภาพล่างเราจะเห็นประตูออกไปอีกห้อง เป็นห้อง Laundry

    ห้อง Laundry ขนาดใหญ่มากจนเราคิดว่าสามารถกั้นห้องทำครึ่งนึงเป็นห้องนอนแม่บ้านได้ด้วย (ในกรณีมีแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงเด็กอยู่ประจำ) พร้อมช่องเปิดขนาดใหญ่ที่เตรียมมาให้ ทำให้ออกแบบได้หลายไอเดีย บางคนอาจใช้ห้องนี้แทนห้องนอนน้องหมาก็ได้เหมือนกัน

    Living Area ที่ 2 ของบ้านนี้อีกจุดของชั้น 1 ถูกออกแบบให้เป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นว่าพื้นที่อเนกประสงค์ของบ้านสามารถปรับตามไลฟ์สไตล์ได้อย่างยืดหยุ่น

    มุมนี้เปิดรับช่องเปิดหลายด้าน ทั้งแสงธรรมชาติและ Green View รอบบ้าน ทำให้แม้จะใช้เป็น Working Space ก็ยังได้บรรยากาศที่โปร่งและสบายตา เป็นตัวอย่างของแนวคิด More Ways to Live ที่ไม่ได้ล็อกหน้าที่ของพื้นที่ไว้ตายตัว แต่เปิดโอกาสให้แต่ละครอบครัวออกแบบการใช้งานในแบบของตัวเอง

    ภายในบ้าน CENTRO เพชรเกษม - บางบอน

    Living Area จุดที่ 3 เป็นหนึ่งในสเปซที่ทำให้ VALLERIA แตกต่างจากแบบบ้านไซส์กลางอย่าง PRAVIA เพราะพื้นที่โซนนี้จะมีเพิ่มเข้ามาเฉพาะในแบบบ้านสเกลใหญ่เท่านั้น

    สเปซถูกจัดเป็นมุมนั่งเล่นที่มีความเป็นส่วนตัวสูง พร้อมช่องเปิดขนาดใหญ่สองด้านที่เปิดรับทั้งแสงธรรมชาติและวิวสวนได้เต็มตา ห้องนี้จึงใช้งานได้ยืดหยุ่นมาก ปรับเป็นได้ทั้ง Family Room, Reading Room หรือพื้นที่พักผ่อนแยกจาก Living Room หลักได้อย่างลงตัว

    พื้นที่บล็อกทางขึ้นบันได จะรวม 4 ฟังก์ชั่นด้วยกัน คือ

    1. ประตูออกไปโรงจอดรถ
    2. ห้องน้ำแขกชั้นล่าง
    3. บันไดขึ้นชั้น 2
    4. ห้องนอนชั้นล่าง

    ห้องนอนชั้นล่างให้สเปซมาโปร่งกว้างกว่าห้องนอนชั้นล่างที่พอเจอทั่วไป วางเตียงขนาดใหญ่ได้สบาย โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับมุมนั่งเล่นหรือฟังก์ชันเสริมภายในห้อง มีห้องน้ำส่วนตัวเช่นเดียวกับห้องนอนทุกห้อง เหมาะทั้งสำหรับผู้สูงอายุ สมาชิกในบ้าน หรือเป็น Guest Bedroom เมื่อมีแขกมาพัก

    อีกจุดเด่นคือประตูที่เชื่อมออกไปยังสวนหลังบ้านโดยตรง ทำให้ห้องนี้เปิดรับทั้งแสงธรรมชาติ และเชื่อมต่อกับสวนภายนอกได้อย่างลงตัว

    บันไดที่มีจุดพักขนาดใหญ่และช่องแสง เป็นการออกแบบที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในทุกวัน

    พื้นที่ภายในบ้าน ชั้น 2

    ชั้น 2 ภายในบ้าน CENTRO เพชรเกษม - บางบอน

    Living Area จุดที่ 4 บนชั้น 2 ทำหน้าที่เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนกลางของครอบครัวอีกหนึ่งจุด แยกออกจากพื้นที่รับแขกชั้นล่างอย่างเป็นสัดส่วน

    สเกลห้องโปร่งกว้าง วางโซฟาชุดใหญ่ได้สบาย ตำแหน่งของห้องตั้งอยู่ใกล้โซนห้องนอนชั้นบน จึงให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น ช่วยกระจายพื้นที่ใช้งานในบ้านหลังใหญ่ได้อย่างลงตัว โดยไม่ต้องรวมทุกกิจกรรมไว้ที่ชั้น 1

    ห้องนอนรองบนชั้น 2 ตกแต่งเป็นห้องลูกสาว สเปซภายในโปร่งสบาย จัดวางเตียงใหญ่ โต๊ะทำงาน และมุมนั่งเล่นได้ครบถ้วน

    ห้องนอนรองอีกห้องบนชั้น 2 ยังคงให้สเกลที่โปร่งกว้าง จัดวางเตียงใหญ่ โต๊ะทำงาน และมุมนั่งเล่นเล็กๆ ได้ครบถ้วนในห้องเดียว

    จุดที่เห็นได้ชัดจากห้องนอนรองทั้งสองห้องคือ CENTRO ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัวของสมาชิกทุกคนอย่างแท้จริง โดยไม่ได้ทอนสเกลห้องนอนรองลงจนรู้สึกว่าเป็นพื้นที่รองของบ้าน

    มาถึง Grand Master Bedroom ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของ VALLERIA ห้องนี้ให้สเปซมาโปร่งกว้างแบบสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวเข้ามา

    รอบห้องมีช่องเปิดหลายด้าน เปิดรับแสงธรรมชาติและดึงมุมมองพื้นที่สีเขียวรอบบ้านเข้ามาได้จากหลายมุม ช่วยให้ห้องขนาดใหญ่ยังคงความโปร่ง กว้าง และน่าอยู่อย่างลงตัว

    พื้นที่ Sleeping Area จัดวางแยกออกจากมุมนั่งเล่นและโซนแต่งตัวอย่างเป็นสัดส่วน ให้บรรยากาศพักผ่อนที่ใกล้เคียงกับ Master Suite และสำหรับแบบบ้านนี้จะมีระเบียงขนาดใหญ่ให้เข้าออกจากจุดนี้ได้ด้วย

    ต่อเป็น Walk-in Closet ที่ให้สเปซมาโปร่งกว้าง เกินคำว่าแค่ “โซนแต่งตัว” ไปพอสมควร

    พื้นที่ตรงกลางกว้างพอสำหรับวางเก้าอี้พักผ่อนหรือจัดเป็นมุมนั่งเล่นได้จริง ขณะที่ตู้เสื้อผ้าจัดวางล้อมรอบหลายด้าน ทำให้สเปซนี้ใช้งานได้ทั้งแต่งตัว เก็บของ และเป็น Private Living Area ภายในห้องนอนได้ในตัว

    สเกลพื้นที่ตรงนี้ช่วยยกบรรยากาศของ Grand Master Bedroom ให้มีความใกล้เคียง Master Suite ยิ่งขึ้นไปอีกระดับ

    Master Bathroom ของ VALLERIA ให้พื้นที่มาค่อนข้างใหญ่ และจัดฟังก์ชันแยกกันชัด ทั้งโซนอาบน้ำ Shower Area, อ่างล้างหน้า และอ่างอาบน้ำ

    จุดเด่นคือมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่เพิ่มเข้ามา ทำให้ห้องน้ำหลักมีบรรยากาศแบบ Private Retreat มากขึ้น เหมาะกับการใช้งานในห้องนอนหลักที่ต้องการทั้งความสะดวกและความผ่อนคลาย และยังคงได้ช่องเปิดรับแสงธรรมชาติ ช่วยให้พื้นที่ห้องน้ำขนาดใหญ่ดูสว่างและไม่ทึบ

    เทคโนโลยีภายในบ้าน CENTRO เพชรเกษม – บางบอน

    เทคโนโลยีของบ้านหลังนี้ใส่มาให้อย่างครบครัน ครอบคลุมทั้งเรื่องการประหยัดพลังงาน ความปลอดภัย และคุณภาพอากาศภายในบ้าน

    • Solar Cell Support
      เตรียมระบบรองรับการติดตั้ง Solar Cell ช่วยต่อยอดการใช้พลังงานสะอาดของบ้านในระยะยาว
    • Smart Home
      มี Smart Station เป็นศูนย์กลาง เชื่อมต่ออุปกรณ์อย่าง Outdoor Camera, Smart Plug, Smoke Detector, Smart Door Lock และระบบควบคุมแสงสว่าง
    • Security
      ยกระดับความปลอดภัยด้วยกล้องภายนอก, Smart Door Lock และ Magnetic sensors ทั้ง 2 ชั้นที่ทำงานร่วมกับระบบ Smart Home
    • Smart Lighting & Connectivity
      สั่งการอุปกรณ์และระบบแสงสว่างผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกและลื่นไหลขึ้น
    • OXY AIRFLOW
      ระบบเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่บ้าน พร้อมกรอง PM2.5 ด้วย HEPA Filter และช่วยหมุนเวียนระบายอากาศเก่า เพื่อลดความอับชื้นและสร้างคุณภาพอากาศที่ดีภายในบ้าน

    ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิด Smart Living ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาซัพพอร์ตการอยู่อาศัยจริง มากกว่าการเป็นแค่ Gadget เสริมที่ใส่เข้ามาในบ้าน

    พื้นที่ส่วนกลาง

    ขยับจากส่วนตัวบ้านมาต่อกันที่ CENTRO CLUB อาคาร Clubhouse ของโครงการ CENTRO เพชรเกษม – บางบอน ที่จัดวางไว้ที่ Main Gate ออกแบบมาในสเกลที่โปร่งกว้าง พร้อมเปิดรับแสงธรรมชาติหลายทิศทาง

    ฟังก์ชันภายในจัดเต็ม รองรับการอยู่อาศัยในชีวิตประจำวันครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ, Fitness, Lounge, Meeting Room, Kid Room และ Yoga Room

    สระว่ายน้ำเป็นพื้นที่พักผ่อนแบบ Semi-outdoor พร้อม Daybed สำหรับนั่งชิลหรือพักผ่อนหลังออกกำลังกาย

    Lounge สำหรับนั่งพักผ่อนและ Kid Room ที่ออกแบบเป็นพื้นที่เล่นของเด็กๆ โดยเฉพาะ เป็นส่วนกลางที่รองรับการใช้งานได้ทุกเจน ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ไปจนถึงการใช้เวลาพักผ่อนร่วมกันของสมาชิกทุกคนในครอบครัว

    Co-working Space บนชั้น 2 ของ CENTRO CLUB จัดเป็นพื้นที่ทำงานและนั่งอ่านหนังสือที่เงียบสงบ แยกออกจากโซนกิจกรรมหลักด้านล่างอย่างเป็นสัดส่วน

    จุดเด่นคือช่องเปิดกระจกแบบ Full Height ตลอดสองฝั่ง ที่ดึงแสงธรรมชาติเข้ามาได้เต็มที่ พร้อมเปิดรับมุมมองพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ ช่วยสร้างบรรยากาศโปร่งสบาย ให้นั่งทำงานต่อเนื่องได้ยาวนาน ตอบโจทย์ทั้งการ Work from Home, อ่านหนังสือ ใช้เป็นพื้นที่เรียนพิเศษเวลามี Private Tutor มาช่วยสอนการบ้านให้ลูกๆ หรือใช้เป็นสเปซเปลี่ยนบรรยากาศจากการทำงานภายในตัวบ้าน

    Meeting Room เชื่อมต่อจาก Co-working Space บนชั้น 2 ออกแบบมาสำหรับการประชุม คุยงาน หรือทำงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง ตัวห้องกั้นแยกเป็นสัดส่วน ช่วยให้ใช้งานจริงจังได้ดีกว่าโซน Co-working ด้านนอก ขณะเดียวกันงานอินทีเรียภายในยังคงเลือกใช้โทนสีอบอุ่น ให้ความรู้สึกเป็นผ่อนคลายและเข้าถึงง่าย

    เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคนี้ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะวันที่ต้องการ Work from Home แต่ยังอยากแยกสเปซทำงานออกจากตัวบ้าน

    CENTRO CLUB ทั้งหมดนี้ถูกจัดวางให้เป็นส่วนหนึ่งของ Main Gate ทำให้อาคารส่วนกลางเป็นองค์ประกอบสำคัญของ First Impression เมื่อก้าวเข้าสู่โครงการ

    ดีไซน์ Main Gate ถ่ายทอดผ่านเส้นสายโค้งมนและช่องเปิดขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับภาษาสถาปัตยกรรมของ Clubhouse อย่างลงตัว ทำให้ภาพรวมดูหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว พร้อมมอบทั้งความสง่างามและความทันสมัยในเวลาเดียวกัน

    ต่อมาคือ Park ส่วนกลางที่วางแยกเข้ามาบริเวณโซนด้านในโครงการ โดยไม่รวมอยู่กับ Clubhouse ด้านหน้า

    ข้อดีของการกระจายพื้นที่สีเขียวในลักษณะนี้ คือช่วยให้ลูกบ้านโซนด้านในเข้าถึงพื้นที่พักผ่อนได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางกลับไปใช้ส่วนกลางบริเวณ Main Gate เพียงอย่างเดียว

    ภายในจัดเต็มด้วยสนามเด็กเล่น ทางเดินพักผ่อน และ Landscape ที่ร่มรื่น ทำหน้าที่เป็นสเปซพักผ่อนใกล้บ้าน ตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกๆ วัน

    Park ส่วนกลางถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ Multi-function ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบในจุดเดียว

    Landscape ครอบคลุมทั้งทางเดินชมสวนและไม้ดอก สำหรับเดินเล่นหรือออกกำลังกาย, มุมนั่งพักผ่อน, Kid Playground สำหรับเด็กๆ ไปจนถึง Dog Playground สำหรับสัตว์เลี้ยง

    อีกจุดที่น่าสนใจคือโครงการมี Pet Playground แยกไว้โดยเฉพาะ ช่วยตอบโจทย์บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงให้ใช้งานได้จริง

    ภายในจัดสรรสเปซสำหรับวิ่งเล่น พร้อมติดตั้งอุปกรณ์กิจกรรมสำหรับลูกสี่ขา เป็นรายละเอียดที่เข้ามาเติมเต็มภาพการอยู่อาศัยของครอบครัวยุคใหม่ให้สมบูรณ์ขึ้น เพราะรองรับทั้งเด็กและสมาชิกสี่ขาได้อย่างเท่าเทียมในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ

    ทำเลโครงการ

    LOCATION จุดเด่นคือทำเลที่ขยับลึกเข้ามาเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวและความสงบในการอยู่อาศัย แต่ยังเชื่อมต่อได้หลายทิศทางอย่างคล่องตัว

    เส้นทางหลักเน้นใช้ออกทางซอยเพชรเกษม 69 เพื่อเชื่อมต่อถนนเพชรเกษม และเข้าถึง Victoria Gardens ได้ในเวลาประมาณ 10 นาที ขณะเดียวกันยังมีเส้นทางเชื่อมออกสู่ถนนกาญจนาภิเษกผ่านซอยร่มไทร ช่วยให้การเดินทางมุ่งหน้าฝั่งวงแหวนหรือ Motorway ทำได้สะดวกยิ่งขึ้น

    อีกหนึ่งข้อดีคือการไม่ต้องพึ่งพาถนนใหญ่เพียงเส้นเดียว เพราะมีซอยย่อยและเส้นทางลัดหลายทิศทางให้เลือกปรับใช้ ทำให้ทำเลนี้มีความยืดหยุ่นสูง ทั้งในแง่การเดินทางและการเข้าถึงไลฟ์สไตล์รอบทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ หรือแหล่งจับจ่ายใช้สอยหลักในย่าน

    ที่น่าสนใจคือ บริเวณทางเข้าโครงการ CENTRO และ THE CITY ใช้ถนนทางเข้าช่วงเดียวกันจากถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ ก่อนจะแยกเข้าสู่แต่ละโครงการด้านใน

    ข้อดีคือถนนทางเข้าหลักช่วงนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับ 2 โครงการโดยเฉพาะ พร้อมจัดวางวงเวียนกลับรถอย่างเป็นสัดส่วน โดยไม่ใช่ถนนสาธารณะเปิดที่มีปริมาณรถสัญจรพลุกพล่าน

    จากภาพจะเห็นตำแหน่งของ CENTRO ตั้งอยู่ต่อเนื่องกับ THE CITY เสริมให้ภาพรวมของโซนนี้มีบรรยากาศเป็น Residential Community ของ AP อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันแต่ละโครงการยังคงมีพื้นที่และ Main Gate จัดการของตัวเองแยกเป็นส่วนตัว

    สรุป

    ภาพรวมของโครงการนี้ จุดที่เราชอบคือการเอาเรื่อง “บ้านหลังใหญ่” ไปต่อยอดมากกว่าแค่ขนาด ทั้ง Layout ที่โปร่ง พื้นที่ใช้งานหลายรูปแบบ ห้องนอนที่ให้ความเป็นส่วนตัว และการดึงแสงธรรมชาติกับพื้นที่สีเขียวเข้ามาอยู่ใกล้ชีวิตประจำวัน

    รวมกับ Clubhouse, Park และฟังก์ชันส่วนกลางที่กระจายอยู่ในโครงการ ทำให้ CENTRO เพชรเกษม–บางบอน เป็นอีกโครงการที่ให้ภาพของการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ค่อนข้างครบ

    เริ่มต้น 9.99 ล้านบาท*

  • อยู่สุขุมวิทกันแบบไหนให้น้องวิ่งเล่นได้ทุกวัน? Aspire Sukhumvit 103 คอนโด Pet-Living ที่คิดตั้งแต่ห้องจนถึงพื้นที่ใช้ชีวิต

    อยู่สุขุมวิทกันแบบไหนให้น้องวิ่งเล่นได้ทุกวัน? Aspire Sukhumvit 103 คอนโด Pet-Living ที่คิดตั้งแต่ห้องจนถึงพื้นที่ใช้ชีวิต

    คนเลี้ยงสัตว์ในคอนโดไม่ได้ต้องการแค่ป้าย “Pet Friendly” เพราะในชีวิตจริงมีรายละเอียดเยอะกว่านั้นมาก

    น้องจะวิ่งเล่นตรงไหน.. ถ้าเห่าจะรบกวนเพื่อนบ้านไหม พื้นห้องจะเป็นรอยง่ายรึเปล่า จะจัดการเรื่องกลิ่น ขน และความสะอาดยังไง แล้วถ้าวันหนึ่งต้องพาไปหาหมอ หรืออยากพาน้องไปเดินเล่นใกล้บ้าน ย่านนี้จะตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้จริงไหม..

    เกือบทุกคำถามเหล่านี้ คือเหตุผลที่เราอยากพาคุณไปดู Aspire Sukhumvit 103 คอนโดใหม่ย่านอุดมสุขที่คิดมาครบ เพื่อ Urban Pet Living

    ห้อง Petpal คิดมาเพื่อบ้านที่มีน้อง

    การออกแบบห้องพักใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เป็น Pet-Friendly แบบมีดีเทลที่หาไม่ได้ในคอนโดทั่วไป ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่ทนรอยและทำความสะอาดง่าย ผนังที่ช่วยลดเสียงรบกวน ราวกันตกที่เพิ่มความถี่เพื่อความปลอดภัยให้สัตว์เลี้ยง ไปจนถึงการจัดการเรื่องขนและกลิ่นในชีวิตประจำวัน ช่วยให้การอยู่อาศัยร่วมกับน้องในคอนโดง่ายขึ้น

    แยกอาคาร Pet เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว

    โครงการไม่ได้ทำ Pet Friendly แบบรวมทุกคนไว้ในตึกเดียวกัน แต่เลือกแยกอาคารสำหรับลูกบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง และอาคารสำหรับผู้ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ออกจากกันอย่างชัดเจน ข้อดีคือ ใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ ทั้งฝั่งคนเลี้ยงน้องและคนไม่เลี้ยงสัตว์ด้วยเช่นกัน

    ส่วนกลางกว่า 6,000 ตร.ม.* มีพื้นที่ให้น้องรองรับทุกกิจกรรม

    บนที่ดินประมาณ 10 ไร่ มาพร้อมส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 6,000 ตร.ม.* ที่จัดสรรพื้นที่สำหรับ Pet Living ไว้ครบครัน ทั้ง Play Yard, Furground, Sky Pal Garden, Cloud Pal, Pal Grooming และ Palductive Space ไม่ได้มีแต่สนามหญ้าให้วิ่งเล่น ยังให้ฟังก์ชันที่รองรับชีวิตประจำวันของน้องมาครบ ตั้งแต่พื้นที่เล่น อาบน้ำ เป่าขน ไปจนถึงสเปซให้เจ้าของได้นั่งทำงานและใช้เวลาร่วมกับน้องไปพร้อมกัน

    อุดมสุข ย่านที่ดีกับ Pet Family มากกว่าที่หลายคนคิด

    หน้าซอยเชื่อมสุขุมวิท ท้ายซอยทะลุบางนา-ตราด และศรีนครินทร์  ใกล้ BTS อุดมสุข แถมมีรถรับส่งถึงสถานี และอยู่ในทำเลที่มี Pet-Friendly Space เติบโตขึ้นเรื่อยๆ รอบโครงการรายล้อมด้วย True Digital Park, The 66 Cottage, PARC Bangna, โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7, Rainbow Ville และยังเชื่อมต่อไปยังพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อย่างสวนหลวง ร.9 และบึงหนองบอนได้ง่าย สำหรับคนเลี้ยงสัตว์ ที่นี่จึงไม่ใช่แค่ทำเลที่เดินทางสะดวก แต่เป็นย่านที่มีตัวช่วยในการเลี้ยงน้องอยู่รอบตัว

    ศักยภาพทำเลและโอกาสในอนาคต

    ด้วยอิทธิพลจากการเติบโตของ Bangkok Mall กำลังขับเคลื่อนให้ย่านนี้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ Aspire สุขุมวิท 103 จึงเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการได้หลากหลายมิติ

    • คอนโดสุขุมวิทในราคาและทำเลที่จับต้องได้จริง
    • คอนโดใหม่ย่านอุดมสุข ใกล้ BTS พร้อมทางเชื่อมต่อไปยังบางนา
    • ลงตัวทั้งการอยู่อาศัยเองและการลงทุนเพื่ออนาคต
    • คอนโด Pet Friendly ที่ออกแบบจากความเข้าใจ 
    • สเปซในเมืองที่ให้ทั้งคนและน้องได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเต็มที่

    หากคุณกำลังมองหาคอนโดสุขุมวิทที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง และอยากให้ชีวิตของน้องไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยม โพสต์นี้คือคำตอบ เพราะ Aspire สุขุมวิท 103 อาจเป็นคอนโดที่เปลี่ยน “อุดมสุข” ให้เป็นย่านที่รักคนเลี้ยงสัตว์อย่างที่คุณคาดไม่ถึง

    Aspire สุขุมวิท 103
    คอนโดใหม่ย่านอุดมสุข เริ่ม 2.79 ล้านบาท*

    ลงทะเบียน / ดูรายละเอียดโครงการ
    https://apthai.ly/Hz3Qls

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด​

    Pet Park in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    จุดเริ่มต้นที่น่าสนใจมากของโครงการนี้ คือ Aspire Sukhumvit 103 ทำเป็นคอนโด low rise 8 ชั้น ทำให้ได้ความรู้สึกโปร่ง ในขณะเดียวกันเขาแบ่งเป็น 6 อาคาร เพื่อรองรับ 1,126 ยูนิต บนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ทำให้สิ่งที่ตามมาคือ Facilities ขนาดใหญ่ที่ไม่ต้องลอยสูงเหนือฟ้าเพียงอย่างเดียว 

    ในรูปเราจะเห็นว่านอกจากสวนขนาดใหญ่แล้ว ยังมี Play Yard & Furground เป็นพื้นที่ล้อมรั้วมิดชิดให้น้องๆ สัตว์เลี้ยงเดินวิ่งเล่นแบบ off-leash ได้อย่างอิสระแบบที่ไม่ต้องไป Pet Park ทุกวันก็ยังให้น้องได้ออกกำลัง เข้าสังคมได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องพื้นฐานที่ทำให้น้องๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เมื่ออยู่ในเมือง 

    iURBAN Why

    ถ้าให้มองแบบเร็วๆ เราคิดว่า Aspire Sukhumvit 103 เป็นคอนโด Pet Friendly ที่ ใช้ข้อได้เปรียบของ scale ใหญ่ เปลี่ยนเป็นพื้นที่ชีวิตจริงสำหรับคนเลี้ยงสัตว์ ในราคาที่หาไม่ง่ายบนสุขุมวิท – แค่ได้ Pet Facilities จุใจในทำเลใกล้ Bangkok Mall แบบนี้ก็เยี่ยมแล้ว นี่ยังเปิดราคามาที่ 2.79* ล้านเท่านั้นเอง

    7 จุดน่าสนใจที่ทำให้คอนโดนี้ไม่ใช่แค่ “เลี้ยงสัตว์ได้”

    ASPIRE สุขุมวิท 103 ดูไม่ใช่โครงการที่หวือหวาตั้งแต่แรกเห็น แต่พอเจาะรายละเอียดทุกอย่างผสมกัน ทุกองค์ประกอบกลับสนับสนุนกันอย่างลงตัว ทั้งทำเล ขนาดโครงการ ส่วนกลาง ห้องพัก และพื้นที่ที่เอื้อให้ชีวิตกับสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น

    1. ทำเลใกล้ Bangkok Mall – ตอนแรกอาจคิดว่าอยู่ถึงสุขุมวิทตอนปลาย แต่กลายเป็นความเจริญ + การมาของ Bangkok Mall ทำให้ย่านนี้กลับมาเป็นศูนย์กลางที่ดันมีของครบถ้วน แถมอยู่สบาย แล้วยังเชื่อมต่อไปยังบางนา อุดมสุข ศรีนครินทร์ได้สะดวก หรือการใกล้แหล่งงานอย่าง True Digital Park – Cloud11 
    2. จำนวน 1,126 ยูนิต – อาจคิดว่าไม่เป็นส่วนตัว แต่แก้ด้วยการแบ่งอาคารเป็น 6 อาคาร ได้ความโปร่งของ Low Rise แถมขนาดระดับนี้ทำให้มีพื้นที่ส่วนกลางกว่า 6,000 ตร.ม.* ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นมาก 
    3. Pet Area Facilities – ส่วนกลางของสัตว์เลี้ยงเลยได้พื้นที่เพิ่มตามมาด้วย ยากที่จะหาคอนโดสุขุมวิทในราคานี้ ที่มีส่วนกลางสัตว์เลี้ยงให้เยอะแบบนี้ มีทั้งสนาม และ Co-working Space เปิดแอร์ที่น้องเข้าได้ และห้อง Grooming ในโครงการด้วย 
    4. แยกอาคาร Pet-Friendly – เป็นการทำคอนโดแนวใหม่ที่ดีมาก การแบ่งอาคารสำหรับผู้เลี้ยง และคนไม่เลี้ยง ทำให้คนเลี้ยงสัตว์ก็ใช้ชีวิตได้สบายใจขึ้น เกิดความชัดเจน และคนที่ไม่เลี้ยงอีกถึง 4 อาคาร ก็จะเป็น main traffic ให้คอนโดนี้มี demand หมุนเวียนได้ดีกว่า
    5. ทำเลซอยอุดมสุข – การไม่ได้อยู่ติดรถไฟฟ้า เข้ามา 900 เมตร* และมีรถ shuttle รับ-ส่งถึงสถานี BTS กลายเป็นสงบมากขึ้น ใกล้มุมใช้ชีวิตสบายๆ แถมยังใกล้ทางลัดไปกลับ Bangkok Mall ด้วย ข้อดีคือยังเชื่อมต่อชีวิตประจำวันไปถึงโซนศรีนครินทร์–บางนา ซึ่งมีครบทั้งคาเฟ่ พื้นที่เดินเล่น Grooming และโรงพยาบาลสัตว์ 24 ชั่วโมง 
    6. ห้องแบบ Petpal – ออกแบบโดยคำนึงถึงรายละเอียดของพื้นที่ วัสดุ และความปลอดภัย เพื่อให้คนและน้องอยู่ร่วมกันได้สบายขึ้นในทุกตารางเมตร 
    7. ราคาเริ่ม 2.79 ล้าน* – เมื่อรวมทำเลสุขุมวิท ส่วนกลางขนาดใหญ่ และฟังก์ชัน Pet-Friendly ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ราคาเริ่มต้นระดับนี้ถือว่ามี Value ที่น่าสนใจมาก

    ที่เอาภาพรวมนี้มาให้ทุกคนดูก่อน เพราะ ASPIRE สุขุมวิท 103 ไม่ได้โดดเด่นแค่ข้อใดข้อหนึ่งแบบสุดโต่ง แต่พอรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน แต่ที่นี่กลายเป็นอีกคอนโดที่น่าสนใจมากๆ 

    Petpal Room

    คุณอาจเคยดูห้องตัวอย่างของคอนโดปกติมาเยอะแล้ว แต่รอบนี้เราจะพาชมห้องที่ออกแบบมาสำหรับสัตว์เลี้ยง 

    Petpal in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    ใน Sales Gallery จะมีห้องตัวอย่างจะมี 2 แบบ Petpal และ Normal 1 Bedroom ทั้งคู่มาในขนาดเท่ากัน 30.5 ตร.ม. ไปดูห้อง Petpal กันก่อนเลย 

    สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ ขนาดของห้องที่แบ่งเป็นสัดส่วน ได้สเปซใช้ชีวิตที่ flexible จะอยู่แบบเป็นสัดส่วนก็ได้ จะเชื่อมต่อกันทั้งสเปซก็ง่าย

    พื้นที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 ตอน จากภาพทางเข้าจะอยู่ขวามือ เราจะเจอกับครัวและห้องน้ำก่อน ตรงกลางคือ Living + Dining Area และส่วนติดระเบียงคือ Bedroom

    ถ้าดูการแต่งห้องตัวอย่างนี้ จะจัดเต็มให้เราใช้พื้นที่มุมต่างๆ ได้ทุกบริบทชีวิต ไม่ว่าจะทำงานในห้อง เล่นกันกับน้อง ทั้งหมดจบได้ที่นี่

    Pet Pal Room in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    ในห้อง Petpal เอพีได้เพิ่มรายละเอียดที่ใส่ใจการอยู่อาศัยของคุณกับน้องๆ เข้าไปไว้อีกเพียบ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่กับน้องๆ อยู่กันปลอดภัยมากขึ้น สุขภาพดีมากขึ้น และยังดูแลรักษาได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม – เดี๋ยวเราไปดูภาพจริงกันเลยดีกว่า! 🐶

    Special Feature for Petpal Room อย่างแรกที่ไม่ค่อยเห็นคือ Toilet Petdoor สิ่งนี้เกิดจากความอยากให้น้องปลอดภัยมากขึ้นจากการไม่ต้องขับถ่ายที่ระเบียง + อยากจัดการกลิ่นในวันที่คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่บ้านไปทำงาน เขาจึงเกิดไอเดียให้วางจุดขับถ่ายหรือ Pet Toilet ไว้ในห้องน้ำ และติดตั้ง Pet Door ให้สัตว์เลี้ยงเข้าออกไปเข้าในห้องน้ำแทน อาจจะต้องฝึกใหม่กันหน่อย แต่ก็เป็นไอเดียการออกแบบที่น่าสนใจ

    อีก Special Feature คือ พื้น SPC ที่แข็งแรงกว่า ไม่เกิดรอยขีดข่วนง่ายๆ ช่วยให้คอนโดสวยเหมือนวันแรกไปอีกนานแม้จะอยู่ร่วมกับน้องๆ แถมยังทำความสะอาดง่าย ไม่บวมพอง  

    Special Feature for Petpal Room ที่อยู่บนผนังมี 2 อย่าง

    1. การใช้ สี Organic Care เพราะสัตว์เลี้ยงอย่างน้องหมามีจมูกที่ดีกว่ามนุษย์ถึง 10,000 เท่า กลิ่นอะไรนิดเดียวก็รู้ ถ้าเป็นกลิ่นที่ไม่ดีต่อร่างกายจะยิ่งแย่ คอนโดนี้เขาเลยใช้สีที่มีส่วนผสมจากพืช ลดสาร Formaldehyde ในอากาศที่ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง

    2. ผนังมวลเบาหนา 2 ชั้น เพราะแม้จะน้องสุภาพแค่ไหน แต่สัญชาตญานหมาก็คือหมา จะให้ไม่เห่าเลยคงไม่เป็นธรรมชาติของเขา คอนโดอาคาร Petpal ต่างๆ เลยใช้ผนังที่หนาขึ้นถึง 2 ชั้น ช่วยแก้ปัญหาตั้งแต่การออกแบบ 

    และ Special Feature สำหรับน้องหมาน้องแมวที่ซนหน่อย คือ ผิวปิดครัวลามิเนต ที่ทนต่อรอยขีดข่วนจากสัตว์เลี้ยงมากกว่าเดิม

    Special Feature เราชอบมากๆ คือ ราวกันตกที่ถี่ขึ้น เทียบกับห้องปกติจะเห็นชัดว่าราวกันตกนั้นซี่ถี่มากขึ้น ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในคอนโดได้ เพราะอากาศริมระเบียงมันดี และน้องหมาก็มักชอบนอนอาบแดดทุกวันด้วย

    ในห้องน้ำยังมี Special Feature คือ Floor Drain เก็บขนและกันกลิ่น ที่จะมีเฉพาะในห้อง Petpal และ กระเบื้อง Anti-slip ผิวไม่ลื่น ดีกับทั้งน้องหมาและคุณแม่ด้วย 

    ส่วนพื้นที่ใต้อ่างล้างมือ เขาก็คิดมาว่า ตรงนี้มีความสูงพอที่จะให้น้องมาทำธุระได้ หรือ วาง Pet Toilet สำหรับน้องแมวได้

    เป็นสเปซห้องสำหรับการอยู่ในสุขุมวิทที่กว้างพอจะใช้ชีวิตกันได้จริงๆ กับงบเริ่มเบาๆ

    มีบานเลื่อนแบบใสทำให้พื้นที่ Bedroom & Living เชื่อมต่อและยังคงได้ความ private เมื่อต้องใช้งาน

    Normal 1 Bedroom (Non-Pet Building)

    และถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ได้มีสัตว์เลี้ยงก็ยังสามารถอยู่คอนโดนี้ได้สบาย เพราะเขาแบ่งออกเป็นคนละอาคารไปเลย นี่เป็นห้องขนาดเดียวกัน 30.5 ตร.ม. ในรูปแบบปกติ ไปชมกันได้เลย

    Layout นี้เขาให้พื้นที่ส่วนแรกของห้องเป็น Living Area เต็มๆ และด้านหลังเป็น Bedroom เข้าใจง่าย ใช้ชีวิตง่าย

    ซึ่งประมาณ 30% ด้านข้างของห้อง จะถูกใช้ทำห้องน้ำ โต้ะทำงาน มุมครัว Pantry และระเบียง ห้องนอนนี้จะได้สเปซใหญ่ขึ้นเล็กน้อย และเป็นบานเลื่อนเชื่อมต่อเช่นเดียวกัน

    ด้วยรูปแบบ layout จะได้พื้นที่ตรงกลางห้องเชื่อมต่อกันจะค่อนข้างกว้าง ข้อดีของคอนโด AP คือ ทุกฟังก์ชันที่ออกแบบใส่มา มักจะเป็นส่วนที่เราได้ใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง

    Facilities & Design

    มาดูที่สถาปัตยกรรมและการออกแบบส่วนกลางกันบ้าง เพราะนี่คือส่วนที่ Aspire Sukhumvit 103 ทำได้โดยเด่นมากๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ Green Odyssey ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวและการเชื่อมต่อธรรมชาติ เราจะสัมผัสได้ตั้งแต่การออกแบบภายนอกที่พยายามจะทำให้ Asymmetry หรือ “ไม่สมมาตร” ในธรรมชาติเราจะพบความลงตัวของความไม่ตั้งใจผสมอยู่ตลอด ที่นี่เลยได้อาคารที่ลายสลับกัน

    ข้อดีคือ การแบ่งพื้นที่สัตว์เลี้ยงเข้าได้ เดินผ่านได้ และพื้นที่ที่เดินผ่านไม่ได้ด้วย เพื่อการรักษาความสะอาดที่ดีต่ออนาคตระยะยาว แต่เมื่อจำนวนอาคารที่เยอะ ทำให้น้องๆ สัตว์เลี้ยงเองมีพื้นที่เล่นอีกเยอะมาก 2 สวนบนชั้น Rooftop นี่ก็ของพวกเขา Sky Pal Garden และ Cloud Pal เป็น 2 พื้นที่สีเขียวที่ให้น้องๆ มาปล่อยพลังได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องออกไป Dog Park เพียงอย่างเดียว

    การวางอาคารที่ไม่ตรงเส้น ทั้งหมดนี้เมื่อรวมกันทำให้ทุกการกลับบ้าน รู้สึกเหมือนเรากำลังเดินเข้าป่าบ้านของเราขนาดย่อมๆ ใจกลางเมือง แต่มันไม่ใช่ป่ารกร้าง ถ้าดูในดีเทลเขาผสมความหรูหราของโครงสร้างและรายละเอียดไว้ มีการยกระดับพื้นที่ส่วนกลางหลายจุด เพื่อไม่ให้เกิดมิติ มุมนี้เป็นอีกภาพตัวอย่างที่ออกแบบมาได้สวยงามอย่างน่าทึ่ง

    ภายในอาคารส่วนกลางถูกออกแบบและตกแต่งมาอย่างหรูหรา แต่ยังคงแฝงความหรูนั้นให้ blend ไปกับ keyword of natures. โทนสีต่างๆ ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย แม้จะเป็นวัสดุที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี

    Pal Grooming in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    พีคมากกับห้อง Pal Grooming ที่น้องๆ สัตว์เลี้ยงสามารถใช้อาบน้ำเป่าขนกันได้จบในคอนโดตัวเองเลย! ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อมูลเปิดเผยว่าจะมีช่างให้บริการ หรือจะเป็นพื้นที่เจ้าของสามารถอาบเองได้นะ แต่การมีพื้นที่แบบนี้ในคอนโด ทำให้น้องสะอาดอยู่เสมอๆ มันช่วยได้หลายอย่างเลย ตั้งแต่สุขภาวะของน้องๆ เอง ไปจนถึงกลิ่นในคอนโดกับการอยู่อาศัยร่วมกัน

    Co-working Space in Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    และห้องนี้คือที่สุด Palductive Space ห้องแอร์เย็นๆ ที่ให้น้องหมาเข้ามาเล่นได้ 

    ทุกคนอาจไม่รู้ว่า “ย่านสุขุมวิท” เอง ยังมี Demand คนหา Co-Working Space ที่ให้น้องหมาเข้าได้อยู่เสมอ แต่มีน้อยมากหาแทบไม่ได้ ห้องแบบนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถนั่งทำงานได้​โดยปล่อยให้ลูกๆ ไม่ต้องเบื่อ น้องก็สนุกกับเพื่อนๆ ไปได้ระหว่างรอ 

    และยังมีพื้นที่ facilities ให้ลูกบ้านใช้งานอีกเยอะมากๆ หลายจุดก็ออกแบบบนความเข้าใจ modern lifestyle เช่น ห้อง Meeting ก็อออกแบบไว้ให้ถ่าย VLOG, ถ่าย Live สวยๆ ได้ด้วย อยู่คอนโดนี้ครบครันจุใจทั้งคนทั่วไปและพ่อแม่น้องๆ จะหาเยอะกว่านี้ก็ไม่ง่ายแล้ว

    6 อาคาร (2 Pet Friendly) – Building Plan

    Building - Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk

    จากแปลนอาคาร หน้าถนนอยู่ซ้ายมือ จะเห็นว่า เขามี Pet-Friendly ให้ 2 อาคารอยู่ท้ายคอนโดนะ ได้ความสงบจากเสียงรถที่ผ่านไปมาหน้าถนน (ดีกับน้องๆ) และคนทั่วไปอยู่ใกล้สระว่ายน้ำมากกว่า (ส่วนที่สัตว์เลี้ยงเข้าไม่ได้) ก็จัดว่าออกแบบมาได้คิดครบดีมาก 

    (กำหนดการสร้างเสร็จประมาณเดือน 06/2570)

    Pet Policy

    นโยบายการรับสัตว์เลี้ยงของที่คอนโดนี้ ดีมากๆ ที่ออกมาตั้งแต่วันแรก เพราะความชัดเจนทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน เรา highlight ส่วนสำคัญไว้ให้แล้ว

    Location of Aspire Sukhumvit 103

    ทำเลคอนโดเป็นจุดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะขายได้ที่ราคานี้ เพราะหลังจากที่ Bangkok Mall เปิด ศูนย์การค้านี้จะมีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีทั้ง Concert Hall ที่น่าจะดึงกิจกรรมและผู้คนมาได้จากหลากหลายทิศทาง 

    ตำแหน่งของคอนโด Aspire Sukhumvit 103 เป็นมุมที่น่าสนใจมากเพราะ คร่อม 2 ซอยลัด ในการไปกลับจาก Bangkok Mall แล้วเผลอๆ จะได้กลุ่มผู้ปกครองโรงเรียน Berkeley เช่าหรือซื้อไว้รอรับลูกกลับบ้านได้ด้วย 

    อีกความน่าสนใจคือ ความสงบที่พอดีๆ จากหน้าถนนสุขุมวิทประมาณ 900 เมตร* ตรงนี้ไม่ลึกไป ยังคงมีของกินขายตลอด 2 ข้างทาง แต่เริ่มได้ความสงบในการพักผ่อนแล้ว ที่นี่เลยเป็นอีกหนึ่งคอนโดที่น่าจะดีกับชีวิตคนอยู่จริง

    คนเลี้ยงน้องที่ยังสงสัยในทำเลอุดมสุข ขอบอกว่าสำหรับ Pet Family ที่จริงดีมากๆ ไม่เพียงแค่หน้าซอยเป็นสุขุมวิท ท้ายซอยยังเชื่อมศรีนครินทร์-บางนา ย่านที่เติมเต็ม Pet Lifestyle ได้ยิ่งกว่าในเมือง

    ดูแลสุขภาพ-เหตุด่วนฉุกเฉิน คุณสามารถพาน้องไปโรงพยาบาลสัตว์ชั้นนำที่เปิด 24h อย่าง “Phayathai 7” และมีศูนย์การค้าที่มี Dog Park ข้างใน จูงเดินได้ทั่วอย่าง “PARC Bangna” หรือจะไป สวนสาธารณะใหญ่ที่สุดในกรุงเทพแถมยังสัตว์เลี้ยงเข้าได้อย่าง “บึงหนองบอน” ชีวิตก็ดีไปเลย 

    แอบบอกว่าในซอยอุดมสุขเองยังมี Dog Community เปิดใหม่ชื่อ Rainbow Ville เป็นสวนน้ำ, cafe, petshop, dog park ไปจนถึงกายภาพบำบัดที่นี่ก็มีครบ หรืออยากเดินเย็นๆ ในที่สงบๆ ก็มี “SAMA Garden” ที่ Bitec – อยากอาบน้ำตัดขนเจ้าใหม่ หลัง “Paradise Park” ก็มีหลายร้าน นี่ยังไม่รวมว่า Bangkok Mall มีรูปแล้วว่าพยายามจะทำให้เป็น Pet-Friendly และจะมีอะไรรองรับแค่ไหนอีกนะ ย่านนี้มันสวรรค์ของน้องๆ ที่อยู่ในเมืองเลย 

    (Some) Pet Friendly Neighborhoods Around Udomsuk

    True Digital Park

    สิ่งสำคัญคือแหล่งงานย่านนี้ลงทุนในความ Pet Friendly อย่างจริงจังชัดมากนะ อย่างเช่น True Digital Park เขาก็มี Pet Park กว้างเบ่อเริ่ม (แถมยังโดนเงาตึกบังให้ไม่ร้อนด้วยนะ) และสเปซระหว่างเดินขึ้นมาผ่านร้านอาหารต่างๆ ก็เดินจูงน้องได้เลย หลายร้านก็มีโซนให้นั่งกินด้วยกันได้ 

    The 66 Cottage

    หนึ่งคาเฟ่ที่เราชอบมาก อยู่ฝั่งตรงข้ามอุดมสุขนี่เอง The 66 Cottage ในซอยสุขุมวิท 66 พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ระดับ hidden gem แม้น้องหมาเข้าห้องแอร์ไม่ได้ แต่ว่าพื้นที่ข้างนอกก็ไม่ร้อนนัก ให้น้องได้เดินดมหญ้ารอบคาเฟ่ก็แฮปปี้แล้ว 

    Rainbow Ville

    และพระเอกใหม่ที่มาเติม Pet Living ย่านอุดมสุขให้ complete คือนี่เลย Rainbow Ville ให้น้องหมาได้ว่ายน้ำ ออกกำลังกล้ามเนื้อแบบสนุกๆ ก่อนจะกลับบ้านพร้อมขนหอมฟุ้ง ข้างๆ เองก็เป็นศูนย์กายภาพฟื้นฟูด้วย เรียกว่าอุดมสุขกำลังขยับความสุขของพวกเราให้นานขึ้นกว่าเดิมแล้ว

    หากคุณกำลังมองหาคอนโดสุขุมวิทที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง และอยากให้ชีวิตของน้องไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยม โพสต์นี้คือคำตอบ เพราะ Aspire สุขุมวิท 103 อาจเป็นคอนโดที่เปลี่ยน “อุดมสุข” ให้เป็นย่านที่รักคนเลี้ยงสัตว์อย่างที่คุณคาดไม่ถึง

    Aspire สุขุมวิท 103
    คอนโดใหม่ย่านอุดมสุข เริ่ม 2.79 ล้านบาท*

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด​

    Aspire Sukhumvit 103  is The Pet Friendly Condo Udomsuk
  • รีวิว HANAM BBQ หรือ HANAM PIG ปิ้งย่างเกาหลีสายซีรีส์ สาขาแรกในไทย Central wOrld ชั้น 6

    รีวิว HANAM BBQ หรือ HANAM PIG ปิ้งย่างเกาหลีสายซีรีส์ สาขาแรกในไทย Central wOrld ชั้น 6

    HANAM BBQ ร้านปิ้งย่างเกาหลีที่มีมือโปรมาย่างให้แบบเป๊ะทุกคำ ซีเรียสระดับที่ว่ามีเครื่องวัดความร้อนเตา ก่อนจะลงเนื้อแต่ละรอบด้วย เริ่มแรกเชฟจะย่างเตาถ่านจากครัวกลางก่อน พอให้ได้กลิ่นถ่านและมีรอยเบิร์นเลเยอร์นอก แล้วพนักงานก็จะยกมาย่างต่อให้ที่โต๊ะ คอยพลิก ตัด และคีบเสิร์ฟให้เป็นชิ้นพอดีคำ

    ปิ้งย่างจะอร่อยสุดก็ตอนนุ่มชุ่มฉ่ำ 🥩
    หมูกัดแล้วนุ่ม เนื้อยังมีความแรร์อยู่

    มื้อนี้สนุกตรงที่เรายังได้นั่งหน้าเตา ได้ถ่ายคอนเทนท์ เห็นควันไฟ หอมกลิ่นกระทะ คีบหมูและเนื้อกินไปเพลินๆ ในเท็กเจอร์ที่เป๊ะ แบบไม่ต้องมัวย่างเอง 🥢

    จาก HANAM PIG 🇰🇷 สู่สาขาแรกในไทย 🇹🇭

    HANAM BBQ หรือที่คนเกาหลีรู้จักดีในชื่อ HANAM PIG เป็นแบรนด์ปิ้งย่างตัวท็อปที่มีมากกว่า 200 สาขา สายซีรีส์จะคุ้นตากันดี เพราะไปโผล่ในซีรีส์ดังๆ หลายเรื่อง อย่าง Queen of Tears และ Hospital Playlist

    ใครเคยลองที่เกาหลีแล้วติดใจ ตอนนี้มาเปิดในไทยให้ได้กินกันแล้ว สาขาแรกที่ Central wOrld ชั้น 6

    กินครั้งแรก เริ่มสั่งเมนูไหนดี

    ถ้ามาครั้งแรก เมนูที่จะทำให้เข้าใจคาแรคเตอร์ของร้านได้ง่ายที่สุดคือ Signature Assortment เพราะรวมหมู 3 ส่วนมาให้ลองในจานเดียว มีทั้ง

    🥓 Samgyeopsal (หมูสามชั้น)
    🥓 Hangjungsal (คอหมู)
    🥓 Marinated Collar Butt (สันคอหมัก)

    ควรสั่งมาเปิดโต๊ะแบบไม่ต้องคิด แล้วค่อยๆ ลิ้มรสเนื้อสัมผัสส่วนที่ชอบมากที่สุด

    และจานที่อยากให้เผื่อท้องไว้หน่อย คือ Five Layer Pork Belly / Ogyeopsal หรือหมูห้าชั้น 🐖 เมนูไฮไลท์ของร้านที่หั่นมาหนาสะใจถึง 20 มม. ไขมันจะค่อยๆ ละลายตอนเคี้ยว เป็นหมูชิ้นหนาที่ต้องย่างดีๆ ถึงจะฟินสุดๆ

    ส่วนสายเนื้อแนะนำ! Bone-in Short Rib เนื้อติดซี่โครงที่นุ่มละลาย เสิร์ฟมาเป็นซี่โครงชิ้นใหญ่สะใจแบบเกาหลีแท้ๆ อีกอย่างเป็น Wagyu Diced เนื้อ A3 หั่นเต๋าพอดีคำ ชอบเท็กเจอร์แรร์ระดับไหนบอกพนักงานย่างได้

    กินให้ครบสูตรแบบเกาหลีแท้ 🇰🇷

    อีกกิมมิคที่ทำให้มื้อนี้คอมพลีทคือพวกเครื่องเคียง ใบมยองอี และผักย่าง เครื่องเคียงที่ขอเติมได้ไม่อั้น

    ใบมยองอีหรือใบกระเทียมดองเป็นสิ่งที่ห้ามพลาด ลองเอามาห่อหมู กินคู่กับกิมจิย่างและผักเคียง รสชาติจะเปรี้ยวหวานลงตัวช่วยตัดเลี่ยนได้ดีมาก

    ส่วนเมนูทานเล่นเอามาเสริมรอบโต๊ะก็มีให้เลือกเยอะ ทั้ง Potato Cheese, Cheese Steamed Egg และ Kimchi Stew ส่วนเครื่องดื่มปิดท้ายยกให้ Makgeolli Honey-comb Set มักกอลลีที่เสิร์ฟพร้อมรวงผึ้งสดๆ หรือถ้าอยากล้างปากตอนจบ ก็มี Vanilla Bean Ice-cream with Crispy Rice Cracker เป็นของหวานปิดมื้อ 🍨

    🔴 𝒊𝑼𝑹𝑩𝑨𝑵 𝑵𝒐𝒕𝒆

    สิ่งที่เราชอบมาก คือเป็นไม่กี่มื้อเลยนะที่กินปิ้งย่างหน้าเตาแล้วรู้สึกว่า เนื้อทุกชิ้นความสุกมันพอดีจริงๆ

    หมูยังฉ่ำ เนื้อมีเดียมแรร์ และแทบไม่มีรอยไหม้เกรียมเหมือนตอนนั่งย่างเอง เป็นดีเทลที่ตอบโจทย์การกินปิ้งย่างในยุคที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น อีกอย่างเค้าเช็ดกระทะให้บ่อยมาก สะอาดแบบไม่มีผงดำๆ เลย

    แม้จะดูแลสุขภาพอยู่ แต่เราไม่จำเป็นต้องเลิกกินปิ้งย่างของโปรด แค่ลองเปลี่ยนมาเป็นปิ้งย่างแบบที่มีคนคอยช่วยย่าง คุมไฟ คุมเท็กเจอร์การย่างให้เป๊ะขึ้น แค่นี้เราก็มีเพลิดเพลินกับมื้อปิ้งย่างที่ถือว่าเป็นมื้อเติมโปรตีนแบบดีต่อสุขภาพด้วย

    𝐇𝐀𝐍𝐀𝐌 𝐁𝐁𝐐 🥢🥩 Central wOrld ชั้น 6

    ใครอยากสัมผัสปิ้งย่างเกาหลีแบบที่มีคนคอยดูแลตลอดทั้งมื้อ ลองแวะไปกันได้เลย


  • ถ้าชีวิตไม่จำกัดแค่รั้วบ้านวันของคุณจะกว้างได้แค่ไหน? สำรวจสังคมยุคใหม่ใน 17 คอมมูนิตี้ จากแสนสิริ

    ถ้าชีวิตไม่จำกัดแค่รั้วบ้านวันของคุณจะกว้างได้แค่ไหน? สำรวจสังคมยุคใหม่ใน 17 คอมมูนิตี้ จากแสนสิริ

    คนส่วนใหญ่มักใช้เวลาเป็นปี
    ไปกับการเลือกบ้านหรือคอนโดที่ใช่

    เพราะที่อยู่อาศัยคือเรื่องใหญ่ของชีวิต เลือกจนกว่าจะเจอโครงการที่ชอบ ทำเลดีกับชีวิต และสิ่งอำนวยความสะดวกครบตามความต้องการ

    จนเมื่อได้ย้ายเข้าไปใช้ชีวิตจริงๆ ก็จะเริ่มค้นพบว่าสิ่งที่ชี้วัดคุณภาพการอยู่อาศัยในแต่ละวัน กลับเป็นรายละเอียดไม่เล็กหลายอย่างที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้น ถนนที่ต้องผ่านทุกวัน เพื่อนบ้านที่บังเอิญเจอโดยไม่ได้นัด หรือบรรยากาศรอบๆ ที่มีผลต่อความรู้สึกในแต่ละวัน

    ทั้งหมดนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญที่กำหนดความหมายของคำว่า “home” ในยุคนี้ที่หมายถึงทั้งบ้านและคอนโด ซึ่งขยับจากพื้นที่ส่วนตัวไปสู่สภาพแวดล้อมและมักกลายเป็นเหตุผลง่ายๆ ที่ทำให้เราอยากกลับไปใช้เวลาในทุกวัน

    Sansiri Community – Biodiversity

    เมื่อผู้คนเริ่มพบความต้องการที่ไม่ใช่เรื่องตัวเลข

    จากที่ iURBAN ติดตามเทรนด์ที่อยู่อาศัยและงาน Urban Design อย่างต่อเนื่อง สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดขึ้นคือ นิยามของการอยู่อาศัยได้เปลี่ยนผ่าน จากอดีตที่เคยผูกไว้กับระดับของทำเล ความสะดวกในการเดินทาง หรือความโดดเด่นของสถาปัตยกรรม แม้สิ่งเหล่านั้นยังคงสำคัญ

    แต่บริบทของคนเมืองในปัจจุบันมีความต้องการที่ลึกซึ้งขึ้น บ้านที่เคยทำหน้าที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวเพื่อถอยออกจากความวุ่นวาย ต้องถูกยกระดับให้เป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับชีวิตรอบด้านได้ดีมากขึ้น เพราะสิ่งแวดล้อมรอบบ้านนั้นส่งผลต่อการใช้ชีวิต สุขภาวะ และคุณภาพชีวิตในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – Clubhouse and Shared Moment

    เมื่อไลฟ์สไตล์เปลี่ยน ทั้งการทำงานจากที่ไหนก็ได้ ความใส่ใจในสุขภาพที่มากขึ้น ตลอดจนความต้องการสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ความท้าทายใหม่ของงานสถาปัตยกรรมคือ การออกแบบที่ต้องเริ่มต้นจาก “การเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์และการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่”

    นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราสนใจแนวคิดการพัฒนาของ Sansiri Community

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – Multi-Generation

    More Experience สังคมที่ก่อตัวขึ้นอย่างธรรมชาติ

    เราต่างรู้ดีว่าความรู้สึกปลอดภัยที่จะคอนเนคกับใครสักคน ไม่ใช่สิ่งที่จะสั่งให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ และในแง่ของ Urban Design สังคมที่น่าอยู่เป็นผลลัพธ์ตามธรรมชาติที่มักจะเกิดขึ้นเอง เมื่อสเปซนั้นเอื้อให้ผู้คนขยับเข้าหากันโดยไร้แรงกดดัน

    ความเชื่อมโยงเล็กๆ ระหว่างผู้คนในคอมมูนิตี้แห่งนี้จึงค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายในวันธรรมดา ตั้งแต่การเริ่มจำชื่อกัน ทำความรู้จักกันมากขึ้น ไปจนถึงการมีเรื่องราวของเพื่อนบ้านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแบบไม่ตั้งใจ จำได้ว่าพี่คนนี้วิ่งออกกำลังทุกเช้า น้องหมาตัวที่เคยขอลูบได้ออกไปเดินทุกเย็น คนชั้นถัดไปที่ช่วยกดลิฟต์ให้กันตอนขึ้นคอนโด หรือป้าแม่บ้านที่ส่งยิ้มให้จนจำกันได้

    เรื่องราวเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีสภาพแวดล้อมถูกคิดมาอย่างดี ชีวิตจะจัดการส่วนที่เหลือเอง ซึ่งรวมถึงการออกแบบกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปีของ Sansiri Community ที่มีบทบาทในการเปิดโอกาสให้เกิดช่วงเวลาดีๆ ระหว่างครอบครัวและเพื่อนบ้านที่ได้ใช้เวลาพิเศษร่วมกันมากขึ้น

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – Pet Friendly Park

    More Space พื้นที่ที่คิดเผื่อทุกชีวิต

    ความรู้สึกกว้างขวางของที่อยู่อาศัยในวันนี้ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงพื้นที่ในรั้วบ้านอีกแล้ว ยังต้องคิดเผื่อเมื่อก้าวออกจากประตูบ้านด้วย ว่าเราจะมีพื้นที่รอบๆ แบบไหนให้ออกไปใช้ชีวิตได้บ้าง

    พื้นที่ส่วนกลางของ Sansiri Community ถูกออกแบบให้มีความต่อเนื่องกับชีวิตประจำวันของลูกบ้านมากขึ้น ตั้งแต่ Co-working Space ที่เงียบพอสำหรับการนั่งทำงานในตอนกลางวัน ลานกิจกรรมสำหรับครอบครัว สวนผัก Organic อย่าง Sansiri Backyard ไปจนถึง Everyday Wellness Routine ที่รองรับทั้งการเดินเล่น วิ่ง jogging หรือออกกำลังกายจริงจัง

    มีการออกแบบ Blue-Green Infrastructure โดยใช้ธรรมชาติช่วยบริหารจัดการสภาพแวดล้อม มีต้นไม้ใหญ่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพแบบ Biodiversity มาช่วยสร้างร่มเงา ลดทอนอุณหภูมิความร้อน และดักจับฝุ่นละออง

    ทั้งหมดส่งผลต่อสุขภาวะในระยะยาวผ่าน Outdoor Green Space for Multi-Generation ที่โอบรับทุกคน รวมถึง Pets Welcome Area และ Pet Park ที่ปลอดภัยสำหรับทั้งเด็กและสัตว์เลี้ยง* เป็นรายละเอียดที่ทำให้เห็นว่าแสนสิริมีวิธีคิดในการจัดสรรพื้นที่การใช้ชีวิตให้ขยายออกไปได้ไกลกว่าในรั้วบ้าน และยังสามารถใช้ร่วมกันได้ทุกวัย

    *เฉพาะบางโครงการ

    More Prosperity มูลค่าที่เพิ่มพูนตามกาลเวลา

    สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือสินทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในคอมมูนิตี้ที่มีการดูแลและบริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลางอย่างเป็นระบบแบบนี้ มีแนวโน้มที่จะเพิ่มพูนมูลค่าในระยะยาวได้ดีกว่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป

    คอมมูนิตี้ทั้ง 17 แห่งของแสนสิริที่เติบโตมานับทศวรรษ จึงเป็นสิ่งยืนยันถึงการรักษาเสถียรภาพของมูลค่าที่มีการดูแลอย่างต่อเนื่อง มากกว่าเพียงสถิติยอดขาย

    สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือสภาพแวดล้อมที่ยังคงน่าอยู่ ทรงคุณค่า และพร้อมที่จะส่งต่อเป็นมรดกแห่งความภาคภูมิใจจากรุ่นสู่รุ่น

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – LIV24 Security

    More Service & Security ความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ

    จะมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวได้ใช้ชีวิตในแบบที่กล่าวมาโดยไม่จำเป็นต้องนึกถึง..เมื่อสิ่งนั้นทำงานได้ดีพอ นั่นคือ ระบบรักษาความปลอดภัย

    แสนสิริมีเทคโนโลยี LIV-24 ที่ผสานระบบ AI เข้ากับทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยทำหน้าที่ดูแลแบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับระบบควบคุมการเข้าออก Double-Triple Gate* ที่เข้มงวด ทั้งหมดนี้ทำงานโดยไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของการอยู่อาศัย

    เพราะระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพที่สุด ควรเป็นระบบที่ทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างสมบูรณ์จนผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจจนลืมไปได้เลยว่ามันมีอยู่ ทุกวันที่คุณเลี้ยวรถเข้าโครงการจะมีความรู้สึกอุ่นใจเกิดขึ้นในทันที

    *เงื่อนไขการดูแลความปลอดภัยขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ

    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ – Sansiri Backyard

    Sansiri Community

    การให้ความสำคัญกับบรรยากาศและผู้คนรอบบ้าน ถือเป็นแกนหลักที่กำหนดทิศทางคุณภาพชีวิตและเปลี่ยนนิยามของการอยู่อาศัยแบบเดิมไปโดยสิ้นเชิง

    รายละเอียดทั้งหมดของสภาพแวดล้อมนอกรั้วบ้านที่ได้รับการคิดคำนวณมาอย่างดี คือโครงสร้างพื้นฐานที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงกิจวัตรประจำวัน วิธีคิด และสุขภาวะของทุกครอบครัวให้เติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว


    Sansiri Community แสนสิริ คอมมูนิตี้ Every Day... Life is Good
  • บุราสิริ จตุโชติ บ้านหรูสไตล์ New England เข้าเมืองง่าย 5 นาทีถึงทางด่วน 1 ใน Chatuchot Community ของแสนสิริ 

    บุราสิริ จตุโชติ บ้านหรูสไตล์ New England เข้าเมืองง่าย 5 นาทีถึงทางด่วน 1 ใน Chatuchot Community ของแสนสิริ 

    ทกวันนี้คำว่า “ใกล้เมือง” อาจไม่ได้แปลว่าต้องอยู่ใจกลางกรุงเทพเสมอไป นิยามคำนี้ในยุคนี้อาจตีความได้เป็น “ความคล่องของชีวิต” คนรุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มขยับออกจากโซนคับแคบในเมือง ขยับออกมาอีกหน่อย เพื่อแลกกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พื้นที่กว้างขึ้น อากาศที่โปร่งขึ้น และเวลาที่ได้กลับคืนมาในทุกวัน

    “จตุโชติ” คืออีกหนึ่งทำเลที่เปลี่ยนภาพจำเดิมอย่างชัดเจน จากย่านเงียบสงบในกรุงเทพตอนเหนือ วันนี้พื้นที่นี้กำลังกลายเป็น “เมืองใหม่” ของชีวิตคุณภาพที่ต้องการทั้งความสงบและการเชื่อมต่อในเวลาเดียวกัน 

    บุราสิริ จตุโชติ คือโครงการที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดเจนที่สุด บ้านเดี่ยวที่ให้ทั้งสไตล์แบบรีสอร์ตและความสะดวกระดับใจกลางเมือง ด้วยเส้นทางการเดินทางที่สะดวกมากในปัจจุบัน

    คลิปวิดีโอรีวิวโครงการ

    อาจเข้าเมืองเร็วกว่าหลายโครงการชั้นใน

    ทำเลของบุราสิริ จตุโชติ คือจุดสมดุลระหว่าง “ความสงบ” และ “การเดินทางที่สะดวก” เพราะตั้งอยู่เพียง 2.5 กิโลเมตร จากด่านทางด่วนฉลองรัช ซึ่งหมายความว่าจากบ้านถึง “เอกมัย” หรือ “พระราม 9” จะใช้เวลาไม่นานกว่าหลายย่านที่ใกล้เมืองกว่าด้วยซ้ำ 

    infographic แสดงการ เดินทางเข้าเมืองจาก บุราสิริ จตุโชติ ง่ายและรวดเร็ว ผ่านทางพิเศษฉลองรัช

    หน้าโครงการห่างจากจุดขึ้นทางด่วนแค่ประมาณ 3-5 นาทีเท่านั้นเอง แค่คิดจะเดินทางก็ขึ้นด่วนได้เลย สะดวกมาก

    ส่วนขากลับบ้านก็ราบรื่น เพิ่มทางเลือกด้วย “มอเตอร์เวย์” วงแหวนรอบนอก ที่มีจุดลงใกล้โครงการ ช่วยให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วในทุกทิศทาง

    ใครที่ขับผ่านทางด่วนเส้นนี้ทุกวันอาจไม่รู้ว่า ทำเลนี้คือหนึ่งในโซนกรุงเทพเหนือที่กำลังโตเร็วที่สุด ทั้งจากโครงสร้างพื้นฐานใหม่อย่าง ทางด่วนฉลองรัชต่อขยาย จตุโชติ–ลำลูกกา (คาดเปิดปี 2570) และการเติบโตของโซนรามอินทรา–วัชรพล–สายไหม ที่เริ่มมีศูนย์การค้า โรงเรียน และโรงพยาบาลระดับพรีเมียมรายล้อมอยู่ครบ

    ทำเล ‘จตุโชติ’ ในวันนี้จึงไม่ได้เป็นโซนที่ดูห่างไกลอีกต่อไป กลับกลายเป็นทำเลที่กำลังเคลื่อนสู่สถานะ “ชานเมืองชั้นใน” ที่ทั้งน่าอยู่และพร้อมเติบโตต่อในระยะยาว ถือว่าเป็นทำเลที่ทั้งอยู่สบายในวันนี้และมีมูลค่าในอนาคต

    3 แบบบ้านสไตล์ New England Colonial 

    สถาปัตยกรรมของโครงการนี้คือการตีความใหม่ของสไตล์ “New England Colonial” บ้านคลาสสิกจากอเมริกายุคอาณานิคมที่ขึ้นชื่อเรื่องความสมมาตร เรียบแต่ภูมิฐาน เส้นสายมั่นคงและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

    การออกแบบ บุราสิริ จตุโชติ นี้ แสนสิริเลือกจะไม่ยึดติดกับแบบดั้งเดิมของ New England Colonial แต่ reinterpret ให้ร่วมสมัยมากขึ้น ด้วย facade สีเทา-ขาวอ่อน วัสดุตีเกล็ดแนวนอนแบบ clapboard ที่ใช้วัสดุแบบใหม่และทนทานกว่า หลังคาทรงจั่วซ้อนหลายชั้นที่ทำให้บ้านดูมีมิติมากขึ้น ขณะที่รายละเอียดกรอบหน้าต่าง เสากรอบ และบัวแนวตั้งยังคงให้ความรู้สึก classic สวยและเบาสบาย สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือการ “เปิดบ้านให้รับธรรมชาติ” หน้าต่างพร้อมกระจกเต็มบานรอบทิศทาง ใช้ชีวิตได้แบบสดชื่นทุกวัน เปิดโล่งรับอากาศให้ถ่ายเทได้ในทุกมุมของบ้าน

    ผสาน Double Volume Living Room และเฉลียงที่กว้างขวางทำให้แสงแดดยามเช้าและลมเย็นยามเย็นกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในบ้านได้จริงๆ ทุกองค์ประกอบตั้งใจออกแบบให้คุณ “รู้สึกดีขึ้นทุกครั้งที่กลับบ้าน” Double Volume มีให้ตั้งแต่แบบบ้านเริ่มต้นเลย ทำให้บ้านดูมีมูลค่าขึ้น บ้านที่มี Double Volume มักถูกจัดอยู่ใน segment ที่สูงกว่าบ้านทั่วไป เมื่อมีคนเดินเข้ามาในบ้านแล้วเห็นเป็นสิ่งแรกก็จะจำว่าเป็นบ้านหรูไปทันที นอกจากเพิ่มความสง่างามให้บ้านแล้ว ยังอยู่สบาย ความสูงโปร่งไม่ทำให้อึดอัด เพิ่มการหมุนเวียนอากาศ และช่วยเรื่องอุณหภูมิภายในบ้านให้ไม่อบร้อน

    อีกหนึ่งรายละเอียดเล็กๆ อย่างการจัดวางช่องแสง เส้นขอบระแนงไม้ หรือโทนสีของผนัง ล้วนสะท้อนความประณีตแบบบ้านที่ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนจริงๆ มีโทนสีที่สงบ เรียบง่าย สบายตา อยู่อาศัยได้โดยไม่ต้องสวมบทบาทอะไรในพื้นที่ของตัวเอง พักผ่อนได้เต็มที่ในทุกวัน

    โครงการบุราสิริ จตุโชติมีบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ พื้นที่ใช้สอย 246–384 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 71–138 ตร.วา รองรับครอบครัวได้ทุกช่วงวัย ตั้งแต่คู่แต่งงานที่เริ่มต้นชีวิตใหม่ไปจนถึงครอบครัวใหญ่หลายเจนที่มีผู้สูงอายุ โดยอีก 2 แบบบ้านจะเป็น Type เล็กลงมา คือ

    บ้าน WINONA (วิโนนา) พื้นที่ใช้สอย 279 ตร.ม.

    4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน พร้อมฟังก์ชัน Double Volume

    บ้าน ASHFORD (แอชฟอร์ด) พื้นที่ใช้สอย 246 ตร.ม.

    4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน พร้อมฟังก์ชัน Double Volume

    Facility & Living Experience

    ทุกพื้นที่ในบุราสิริ จตุโชติ ถูกคิดให้เป็น “พื้นที่ชีวิต” มากกว่าแค่พื้นที่ส่วนกลาง ด้วยสวนกว่า 5 ไร่ ที่แวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ สนามหญ้ากว้างใหญ่ และทะเลสาบที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็น สร้าง mood ของรีสอร์ตที่ผ่อนคลายได้ในทุกวัน

    Clubhouse ของโครงการเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นในเชิงดีไซน์ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม New England Colonial เช่นเดียวกัน แต่เพิ่มความโปร่งด้วยโครงหลังคาไม้และกระจกเต็มบาน เปิดมุมมองสู่สระว่ายน้ำวิวทะเลสาบ ภายในยังมีพื้นที่รับรองและฟิตเนสที่ออกแบบด้วยเส้นสายเรียบแต่สง่างาม

    บรรยากาศโดยรอบให้ความรู้สึกเหมือนบ้านพักตากอากาศริมเนินเขาในเมืองชายฝั่ง แต่อยู่ใกล้เมืองเพียงไม่กี่นาที และยังมีทั้ง backyard และ pet park ที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนในครอบครัว รวมถึงสัตว์เลี้ยงก็ได้มีพื้นที่ของตัวเอง สามารถปล่อยให้น้องวิ่งเล่นได้อย่างอิสระบนพื้นที่ขนาดใหญ่

    ภาพของเด็กที่วิ่งเล่นกันบนสนามหญ้า เสียงนกร้องในตอนเช้า และแสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกใหญ่ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ความเรียบง่ายที่มีความหมาย และนี่คือความรู้สึกที่แสนสิริตั้งใจจะมอบให้คุณและครอบครัวได้สัมผัสในทุกวัน

    Chatuchot Community | จตุโชติ คอมมูนิตี้

    อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้บุราสิริ จตุโชติ พิเศษกว่าบ้านเดี่ยวทั่วไป คือการเป็นส่วนหนึ่งของ Sansiri Chatuchot Community คอมมูนิตี้ขนาดใหญ่กว่า 185 ไร่ ที่รวมสามโครงการไว้ใน ecosystem เดียวกัน ทั้งในแง่ดีไซน์ บรรยากาศ และความปลอดภัย

    นี่คือ “สังคมอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบแห่งแรกของกรุงเทพเหนือ” ที่แสนสิริสร้างขึ้นโดยยึดแนวคิดเดียวกับคอมมูนิตี้ระดับเรือธงในโซนอื่นของกรุงเทพ สังคมที่ไม่พลุกพล่านแต่มีชีวิตชีวา สงบแต่ไม่โดดเดี่ยว

    ในยุคที่ผู้คนมองหาทั้งความเป็นส่วนตัวและ sense of belonging – Sansiri Chatuchot Community ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นั้นอย่างลงตัว คุณสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระในบ้านของตัวเอง ขณะเดียวกันก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีเพื่อนบ้านที่ “เข้าใจวิถีเดียวกัน”

    และในเชิงเมือง แสนสิริไม่ได้แค่ขยายเมืองออกไปทางเหนือ แต่กำลังสร้าง archetype ใหม่ของ “northern suburb” ที่มีคุณภาพครบถ้วนในตัวเอง เป็นเมืองเล็กๆ ที่เติบโตอย่างมีจังหวะ

  • รูปปั้นที่ไม่มีชื่อในบูธ AP มีความหมายอะไร? ICONIC PEOPLE x ICONIC SPACE ที่งาน FaraTalk 2025 

    รูปปั้นที่ไม่มีชื่อในบูธ AP มีความหมายอะไร? ICONIC PEOPLE x ICONIC SPACE ที่งาน FaraTalk 2025 

    พื้นที่ที่ดีอาจไม่ได้เปลี่ยนโลก แต่เปลี่ยนคนหนึ่งคน ซึ่งอาจเปลี่ยนโลกเล็กๆ ของใครอีกหลายคนได้ 

    What’s in a name? ชื่อนั้นสำคัญไฉน

    เป็นธีมของงาน FaraTalk 2025 ปีนี้ ว่าด้วยเรื่องราวของ ‘ชื่อ’ ทั้งที่เรารู้จักดีและชื่อที่เราอาจไม่เคยนึกถึง แต่กลับซ่อนประวัติศาสตร์และความคิดที่ทรงพลังบางอย่างไว้

    หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือบูธของ AP หนึ่งในพื้นที่เงียบที่สุด แต่สั่นสะเทือนถึงหัวใจ

    นิทรรศการ “ICONIC PEOPLE x ICONIC SPACE” หยิบแนวคิดจากรายการ People You May Know ที่ชาวช่องชื่นชอบในการเล่าเรื่องบุคคลสำคัญของโลกอย่าง Nefertiti, John Lennon, Audrey Hepburn, Nostradamus หรือ Queen Victoria คนที่เราไม่เคยพบหน้า แต่เรื่องราวของเขาอาจเปลี่ยนวิธีที่เรามองชีวิตไปตลอดกาล 

    คำถามเล็กๆ ที่อาจได้คำตอบที่ยิ่งใหญ่

    เราเดินอยู่ท่ามกลางรูปปั้นของบุคคลในตำนาน แต่สิ่งที่ทำให้เราหยุดนิ่งกลับไม่ใช่รูปปั้นที่มีชื่อเสียง แต่เป็น “รูปปั้นสีแดงหนึ่งเดียว” ที่ไม่มีชื่อ ไม่มีคำอธิบาย

    เหมือนจะบอกเราว่าพื้นที่ตรงนั้น…อาจเป็นของเรา ไม่ใช่เพื่อจะเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” คนที่กล้าที่จะเป็นตัวเองมากขึ้น เพื่อเป็น “บุคคลสำคัญของตัวคุณเอง“

    และเมื่อคนคนหนึ่งเริ่มใช้ชีวิตในแบบที่จริงกับตัวเอง ไม่ต้องยิ่งใหญ่ ไม่ต้องระดับโลก แต่มีความสุขมากขึ้น เข้าใจตัวเองมากขึ้น คนรอบข้างและคนที่คุณรัก แฟน ลูก พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนสนิท ก็จะได้รับผลนั้นไปด้วย 

    เพราะคนที่กล้ารักตัวเอง มักจะกล้ารักคนอื่นได้ลึกขึ้น และคนที่เคารพพื้นที่ของตัวเอง ก็มักจะสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยให้คนอื่นได้เช่นกัน คุณอาจเป็นคนสำคัญที่ดีขึ้นในโลกใบเล็กๆ ของใครสักคนที่จารึกอยู่ในหัวใจ นั่นอาจยิ่งใหญ่ไม่แพ้การจารึกนามในประวัติศาสตร์

    บูธบ้านที่ไม่ได้ขายบ้าน 

    เราชอบที่ AP ไม่ได้ใช้บูธนี้เพื่อขายบ้าน แต่ใช้มันเพื่อส่งต่อพลังบางอย่าง พลังที่ไม่ได้มาจากสิ่งก่อสร้าง แต่จากความเชื่อว่า “พื้นที่ที่ดี” จะ Empower ให้คนกล้าเป็นตัวเอง

    และนั่นคือเหตุผลที่เราอยากพูดถึงบูธนี้ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า AP ไม่ได้เป็นแค่ผู้นำในด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังเลือกจะสนับสนุน Farose และ People You May Know ในฐานะแพลตฟอร์มของ “Edutainment เชิงความคิด” ที่ช่วยให้คนจำนวนมากกล้าตั้งคำถามกับชีวิตตัวเอง

    และนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของที่อยู่ แต่คือเรื่องของชีวิต

  • รีวิว Shark CleanSense IQ+ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เทฝุ่นอัตโนมัติ แรงแต่เบา No.1 จากอเมริกา ใช้ได้ทั้งบ้านและในรถยนต์

    รีวิว Shark CleanSense IQ+ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เทฝุ่นอัตโนมัติ แรงแต่เบา No.1 จากอเมริกา ใช้ได้ทั้งบ้านและในรถยนต์

    ซื้อเครื่องดูดฝุ่นดีๆ มาทั้งที แต่ทำไมรู้สึกว่าเหนื่อยกว่าเดิม? หลายคนซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สายแพงๆ เพราะหวังมาช่วยลดงานในชีวิต แต่กลายเป็นว่าใช้งานจริงแล้วงานงอก

    ไม่ว่าจะน้ำหนักเยอะไปจนเมื่อยแขน, ต้องยุ่งเทฝุ่นทิ้งบ่อยแบบเกือบทุกรอบ, ฝุ่นก็เลอะภูมิแพ้กำเริบอีก หรือแรงดูดที่แรงแค่แรกๆ แต่แป๊บเดียวก็เบาลง ยิ่งบ้านมีสัตว์เลี้ยงด้วยแล้วหวังให้ดูดขนแต่ดันไม่จบ..เป็นบ่อยเลย

    วันนี้ Shark แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลพื้นอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกา มาถึงเมืองไทยแล้ว ผ่านการนำเข้าของ Power Buy พร้อมกับตัวท็อปเครื่องดูดฝุ่นไร้สายอัจฉริยะรุ่นล่าสุด

    รีวิว Shark CleanSense IQ+ สรุปฟีเจอร์สำคัญ

    Shark CleanSense IQ+
    ตอบโจทย์ทุกความยุ่งยากในการดูแลบ้าน

    • ไม่ต้องคอยเทฝุ่นเองทุกวัน Auto-Empty System เทฝุ่นอัตโนมัติ เก็บได้นาน 30 วัน พร้อมแผ่นกรอง HEPA ดักจับสารก่อภูมิแพ้ 99.99% ให้บ้านสะอาดไร้กังวล
    • ไม่ต้องก้มจนปวดหลัง ด้วยด้ามจับ Multi-Flex งอได้ 90 องศา เข้าถึงใต้เฟอร์นิเจอร์ง่าย ทำความสะอาดสะดวกขึ้น ลดอาการเมื่อยล้า
    • ไม่ต้องยุ่งยากกับเส้นผมพันแปรง Hybrid Clean Brush ป้องกันการพันกัน ใช้ได้ทุกพื้นผิว แถบซิลิโคนช่วยขจัดฝุ่นฝังลึก ส่วนแปรงกำมะหยี่ช่วยให้พื้นสะอาดเงางาม
    • ไม่ต้องปรับแรงดูดเอง SMART IQ PRO มีเซ็นเซอร์อัจฉริยะ 4 ตัว ตรวจจับฝุ่นอัตโนมัติ ปรับแรงดูดให้เหมาะสมกับขอบมุม พื้นต่างชนิด และจุดที่มืด
    • ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หรือโหมดใช้งาน หน้าจอ LED แสดงข้อมูลเรียลไทม์ ทั้งระดับฝุ่น แบตเตอรี่ และโหมด (ECO, IQ, BOOST)

    เพราะบ้านที่สะอาด ไม่ได้วัดกันที่แรงดูดแค่ตอนเปิดเครื่อง แต่วัดกันที่คุณใช้มันได้จริงทุกวันแบบไม่ต้องเหนื่อยเพิ่ม ไปดูฟีเจอร์ทั้งหมดที่เตรียมไว้เพื่อเปลี่ยนชีวิตคุณให้ดีขึ้นในโพสต์นี้ได้เลย

    เบอร์หนึ่งในอเมริกา ที่เพิ่งมาให้เราลอง

    นี่เป็นครั้งแรกในไทยของ Shark แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลพื้นอันดับ 1 ในสหรัฐฯ ที่ขึ้นชื่อเรื่องนวัตกรรมและดีไซน์ใช้งานง่าย ขวัญใจคนใช้งานจริง พร้อมเทคโนโลยีล้ำๆ ที่ทำให้การทำความสะอาดไม่ใช่เรื่องลำบากอีกต่อไป 

    เพื่อนสนิทคู่บ้านของคนรักความสะอาด

    Shark CleanSense IQ+ ออกแบบมาให้คุณหยิบใช้งานได้ง่าย พร้อมใช้งานทันทีทุกครั้งที่ต้องการ จนคุณรู้สึกอยากหยิบใช้บ่อยๆ โดยไม่ต้องลังเล 

    ดูแลบ้านได้เกือบทุกรูปแบบ โดยเฉพาะบ้านที่มีน้องหมาน้องแมว ที่มักจะมีปัญหาเรื่องขนสัตว์ที่พันกับหัวแปรงเครื่องดูดซะเอง เครื่องนี้พร้อมจัดการได้หมด สะอาดง่าย ใช้งานสะดวก จนกลายเป็นอุปกรณ์ที่คุณจะขาดไม่ได้

    ฉลาดพอจะคิดแทนคุณได้ โดยที่คุณแทบไม่ต้องทำอะไรเลย

    เซ็นเซอร์อัจฉริยะ 4 ตัวในระบบ Smart IQ Pro ทั้งตรวจจับฝุ่น-ความสกปรก ชนิดพื้นผิว ขอบมุม และความสว่าง 

    โดยระบบจะ ปรับกำลังดูดให้อัตโนมัติแบบ real-time เพื่อให้สะอาดได้เร็วกว่า ประหยัดแบตมากกว่า และที่สำคัญ ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนโหมดเองบ่อยๆ เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ในมือคุณ แต่เหมือนมีผู้ช่วยเฉพาะทางคอยจัดการให้ตลอดทาง

    ใช้งานทุกวัน แต่เทฝุ่นแค่เดือนละครั้งก็พอ

    Shark CleanSense IQ+ มาพร้อม Auto Empty Dock ที่จะดูดฝุ่นจากตัวเครื่องไปเก็บไว้ในฐานโดยอัตโนมัติ เก็บได้ยาวถึง 30 วัน โดยที่คุณไม่ต้องเปิดถังทิ้งเอง แถมยังมี ฟิลเตอร์ HEPA กันฝุ่นย้อนกลับ ป้องกันไม่ให้ฝุ่นละเอียดฟุ้งกระจายกลับเข้าบ้าน

    เป็นระบบที่ไม่แค่ช่วยให้บ้านสะอาดขึ้น แต่ช่วยหลายอย่าง เช่น ให้คุณสัมผัสฝุ่นน้อยลง ทิ้งฝุ่นง่ายขึ้น, ให้เครื่องดูดฝุ่นพร้อมใช้งานเสมอ (ไม่ใช่พอจะใช้ต้องมาทำความสะอาด), ช่วยให้แรงดูดเต็มที่แบบไม่มีฝุ่นเก่ามาขวาง ทั้งหมดนี้ดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ฟีเจอร์นี้ช่วยได้เยอะเลย

    ถังเก็บฝุ่นของตัวฐาน Auto Empty Dock สามารถรองรับฝุ่นได้ยาวนานถึง 30 วัน โดยไม่ต้องเทบ่อย แค่ยกออกมา เททิ้ง และล้างน้ำได้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้ถุงอะไหล่ (บางทีลืมซื้อ) ไม่ต้องกังวลเรื่องฝุ่นฟุ้งกระจาย จุดเล็กน้อยที่เปลี่ยนประสบการณ์ดูดฝุ่นของคุณไปตลอดกาล

    ชาร์จทุกครั้งที่คุณวาง พร้อมทุกครั้งที่หยิบใช้

    Shark CleanSense IQ+ จะชาร์จแบตให้อัตโนมัติทันทีเมื่อคุณวางกลับแท่นวาง เมื่อแบตเต็มจะพร้อมใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 42 นาที (ในโหมด ECO) ครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 90 ตร.ม. หรือเทียบเท่าบ้าน 3 ห้องนอน 

    ถ้าหากนั่นยั่งไม่พอจะซื้อเพิ่มแบตเสริมก็ได้ อนาคตแบตเสื่อมลงตามอายุ ตัวแบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนได้ง่ายสุดๆ คิดแบบมืออาชีพมาก

    เบาพอจะถือมือเดียว แต่แรงพอจะดูดทั้งบ้าน

    ด้วยน้ำหนักเพียง 2.2 กิโลกรัม และ โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ ที่ทั้งแข็งแรงและเบาเป็นพิเศษ ทำให้แม้แต่คุณผู้หญิงหรือผู้ใหญ่ ก็ใช้งานได้อย่างคล่องตัว ไม่ว่าจะยกขึ้นดูดฝ้า หรือถือทำความสะอาดยาวๆ แบบไม่เมื่อยมือ เหมาะกับทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุที่อยากได้เครื่องเบาๆ หรือคนรุ่นใหม่ที่ชอบอะไรที่ทั้งเบาและมีพลัง

    แรงพอให้ฝุ่นหายไปตั้งแต่จังหวะแรกที่ปัดผ่าน

    Shark CleanSense IQ+ มาพร้อมมอเตอร์พลังสูงในระบบ TurboDrive ที่ออกแบบจากประเทศญี่ปุ่น ให้แรงดูดเสถียรต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นหนัก ขนสัตว์ หรือเศษผงขนาดเล็ก — แรงดูดยังคงสม่ำเสมอทุกจุดที่เคลื่อนผ่าน

    ดูดขนสัตว์ได้สะอาดจริง โดยไม่ต้องมานั่งแกะเส้นผมทีหลัง

    หัวแปรง HybridClean ออกแบบให้มี แถบซิลิโคนและกำมะหยี่ ที่ช่วยทั้งปัดพรม เช็ดพื้น และป้องกันเส้นผมหรือขนสัตว์ไม่ให้พันติดหัวแปรง ถอดออกมาล้างทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องงัด ไม่ต้องแกะ ไม่ต้องปาดเส้นผมให้หงุดหงิดใจ เป็นหัวแปรงที่เข้าใจชีวิตจริงของบ้านที่คนผมยาวหรือมีสัตว์เลี้ยง ทำให้คุณไม่ต้องมานั่งเคลียร์งานซ้ำซ้อนหลังดูดฝุ่นจบ

    ไม่ต้องก้ม ไม่ต้องย่อ ก็สะอาดถึงใต้โซฟาได้สบาย ๆ

    Shark CleanSense IQ+ กับด้าม Multi-Flex งอได้ 90 องศา

    ด้าม Multi-Flex ออกแบบให้ พับได้ถึง 90 องศา ช่วยให้คุณดูดใต้ตู้ เตียง หรือโซฟาได้โดยไม่ต้องโน้มตัวดูดฝุ่นท่ายาก เพราะการดูดฝุ่นที่ดี ไม่ควรต้องแลกกับอาการปวดหลัง หรือความวุ่นวายหลังใช้งานเสร็จ ซึ่งค่านวดทั้งปีแพงกว่าแน่ๆ 

    ไม่ได้ดูแลแค่พื้น แต่ดูแลได้ทั้งบ้าน

    Shark CleanSense IQ+ มาพร้อม หัวแปรง 5 แบบที่เปลี่ยนได้ง่าย ครอบคลุมทุกพื้นผิวและทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะดูดโซฟา พรม ผ้าม่าน ซอกแคบ หรือขนสัตว์ หัวแปรงแต่ละแบบออกแบบมาให้ตอบโจทย์เฉพาะทางโดยไม่ต้องพยายามไปแงะ DIY เองให้วุ่นวาย 1 เครื่อง แต่ใช้งานได้ถึง 5 รูปแบบ

    ใช้นอกบ้านก็ทรงพลัง

    ความคุ้มมากคือ การใช้งานได้หลากหลายสถานที่ โดยเฉพาะในรถยนต์! พร้อมแรงดูดระดับ TurboDrive ที่เหนือกว่าเครื่องดูดไร้สายทั่วไปแบบคนละชั้น จะดูดขนสัตว์บนเบาะ ดูดเศษทราย เศษขนมที่หก หรือฝุ่นเล็กในซอกเบาะรถ ก็เอาอยู่หมด โดยไม่ต้องมีเครื่องอีกตัวแยกสำหรับในรถ

    เครื่องดูดฝุ่นทุกเครื่อง ยังไงก็ต้องคอยทำความสะอาดตัวมันเอง

    ถ้าทำง่ายก็ไม่เหนื่อย ยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น เครื่องนี้ถูกออกแบบมาให้ ถอดล้างง่ายในทุกจุดที่สำคัญ ทั้งฟิลเตอร์ ถังฝุ่น หัวแปรง และท่อดูด ไม่ต้องแกะซับซ้อน ไม่ต้องใช้เครื่องมือช่าง ทุกอย่างออกแบบมาเพื่อให้คุณดูแลเองได้ง่ายๆ ในไม่กี่นาที หลายชิ้นก็เอาไปล้างน้ำได้

    มั่นใจได้มากกว่า ด้วยการรับประกัน 2 ปีเต็ม

    และมั่นใจโดย PowerBuy ในเครือเซ็นทรัลดูแล

    Shark CleanSense IQ+ พร้อมให้คุณทดลองความสะอาดแบบใหม่แล้ววันนี้ มีจำหน่ายที่ PowerBuy รวมถึงบน Shopee และ Lazada

    “เพราะความใส่ใจ… อยู่ในทุกดีเทลของการออกแบบ” ทุกชิ้น ทุกมุมของ Shark CleanSense IQ+ ถูกคิดมาเพื่อให้คุณใช้งานได้จริง และใช้งานได้นาน

  • 8 คาเฟ่แนวคิดใหม่ใกล้ธรรมชาติ ย่าน “จตุโชติ” ชาร์จพลังในพื้นที่สีเขียวได้ทุกวัน

    8 คาเฟ่แนวคิดใหม่ใกล้ธรรมชาติ ย่าน “จตุโชติ” ชาร์จพลังในพื้นที่สีเขียวได้ทุกวัน

    ท่ามกลางความวุ่นวายของกรุงเทพ ย่านจตุโชติกลับเป็นโอเอซิสที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวให้คุณได้พักผ่อน แถวนี้มีทุกอย่างตั้งแต่ร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งช็อปปิ้ง ไปจนถึงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่จะทำให้คุณหลีกหนีจากชีวิตที่เร่งรีบในเมืองใหญ่ และสัมผัสกับช่วงเวลาพิเศษที่จะชาร์จพลังให้ชีวิต

    วันนี้ iURBAN ขอพาคุณไปรู้จักกับ 8 คาเฟ่ Mood & Feel ธรรมชาติในย่านจตุโชติ ที่แต่ละแห่งมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเหมาะสำหรับการพักผ่อนในวันหยุด 

    คุณสามารถนั่งจิบกาแฟท่ามกลางต้นไม้เขียวขจี อ่านหนังสือเล่มโปรดในมุมเงียบสงบ หรือสร้างประสบการณ์ดีๆ กับคนพิเศษ ไม่ว่าจะมากับเพื่อนฝูง ครอบครัว คนรู้ใจ หรือแม้แต่มาคนเดียวก็สามารถเพลิดเพลินได้

    อนาพนา จตุโชติ

    โปรเจคบ้านเดี่ยวหรูคอนเซ็ปต์ Modern Tropical Life จาก ‘สัมมากร’ ดีไซน์ใหม่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สัมผัสชีวิตแนบชิดธรรมชาติ 🎉 Pre-Sale ครั้งแรก 15 – 16 มิ.ย. 67 นี้ 🎉 จับจองเป็นเจ้าของก่อนใครและลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่นี่

    อย่าพลาด! โอกาสจับจองชมโครงการบ้านเดี่ยวหรู ‘อนาพนา จตุโชติ’ ที่มาพร้อมกับการใช้ชีวิตในบรรยากาศธรรมชาติอันเงียบสงบ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พบกับบ้านที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมทั้งสัมผัสกับเสน่ห์ของย่านจตุโชติที่รวมเอาความสุขและการพักผ่อนไว้ในที่เดียว!

    สำรวจ 8 คาเฟ่ใกล้ชิดธรรมชาติในย่านจตุโชติ ทำเลศักยภาพที่รวมความสงบและความสวยงามของธรรมชาติอย่างลงตัว ทุกวันของคุณจะเป็นวันพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบด้วยคาเฟ่สุดชิคที่กระจายตัวอยู่รอบๆ พื้นที่สีเขียวแห่งนี้

    1. Swai Cafe ชมฝูงห่านที่คาเฟ่กลางไร่ออแกนิค

    ซ่อนตัวอยู่ในมุมธรรมชาติอันร่มรื่น ท่ามกลางไร่ออแกนิคขนาดใหญ่ เมื่อก้าวเข้าสู่ Swai Cafe คุณจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย คาเฟ่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติของท้องทุ่งสีเขียวขจี ฝูงห่านและเป็ดน้อยๆ ที่เดินเล่นไปมาเพิ่มความเพลิดเพลินในการเยี่ยมชมคาเฟ่นี้

    ที่นี่มีเมนูเครื่องดื่มหลายหลายพร้อมขนมโฮมเมด ที่ห้ามพลาดคือ “น้ำส้มคั้นสด” รสชาติอร่อย เปรี้ยวหวานสดชื่นกำลังดี ราคาเพียงแก้วละ 50 บาท เหมาะสำหรับการดับกระหายและเติมความสดชื่นในวันที่อากาศร้อน

    ที่นี่ยังมีกิจกรรมสนุกสนานสำหรับเด็กๆ ด้วยมุมวาดภาพระบายสี อยู่ถัดไปอีกอาคารในไร่ เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ปลดปล่อยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระ สร้างช่วงเวลาแห่งความสุขและความทรงจำดีๆ นอกจากนี้ยังมีสินค้าออแกนิคหลากหลายให้เลือกซื้อ ทั้งไข่ ผัก และผลไม้สดๆ จากฟาร์ม คุณสามารถเลือกซื้อกลับบ้านไปเพื่อความอร่อยและสุขภาพที่ดี

    สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าได้ในพื้นที่ Outdoor

    2. Until Today Coffee: พักผ่อนในพนาไพรใจกลางเมือง

    เมื่อคุณก้าวเข้าสู่ Until Today Coffee ความธรรมดาของภายนอกจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลังทันที คาเฟ่และร้านอาหารนี้ซ่อนความสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อภายใน ด้วยพื้นที่สีเขียวของป่าสไตล์ Tropical Rainforest ราว 70% ของพื้นที่ทั้งหมด น้ำตกเล็กๆ ที่ส่งเสียงให้ผ่อนคลายแบบ ASMR และบ่อน้ำเลี้ยงปลาคาร์ฟที่แหวกว่ายไปมา ทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์เล็กๆ กลางย่านจตุโชติ

    สำหรับคนที่หลงใหลในบรรยากาศป่าสีเขียวแต่ไม่อยากเดินทางไกล Untill Today Coffee เป็นจุดหมายที่สมบูรณ์แบบ ความร่มรื่นของต้นไม้และการผลิตออกซิเจนรวมกับไอน้ำ ทำให้พื้นที่นอกห้องแอร์ก็นั่งสบายแม้ในช่วงกลางวัน ร้านนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนสมองและสายตา มองไปที่ความเขียวขจีของธรรมชาติที่ล้อมรอบอยู่

    อาหารและเครื่องดื่มก็ไม่น้อยหน้า เริ่มต้นไม่ถึง 100 บาท มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่กาแฟหอมกรุ่น ชาเย็นสดชื่น ไปจนถึงอาหารจานหลักที่อร่อยทุกคำ

    Until Today Coffee ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและเพลิดเพลินกับบรรยากาศธรรมชาติ แต่ยังเป็นแหล่งรวมของความอร่อยและความสดชื่นที่คุ้มค่ากับการมาเยือน มาสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าจดจำนี้ได้ที่ Until Today Coffee แล้วคุณจะพบว่าที่นี่เป็นหนึ่งใน Natural Cafe ที่สวยงามของกรุงเทพฯ

    สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าได้ในพื้นที่ Outdoor

    3. Vintique Cafe and Lifestyle: คาเฟ่วิวนา พักสายตาจากมหานคร

    Vintique Cafe and Lifestyle เปลี่ยนทุกวันที่วุ่นวายของคุณให้เหมือนการพักผ่อนต่างจังหวัด ด้วยบรรยากาศสุดธรรมชาติและวิวไร่นาข้าวของแท้ที่เปิดกว้างจนสุดสายตา

    (* ขวาบนภาพจากทางร้าน )

    ที่ Vintique Cafe คุณสามารถเลือกนั่งในโซนห้องแอร์ที่เย็นสบาย หรือโซนด้านนอกที่รับลมธรรมชาติเหมือนไปเที่ยวเขาใหญ่ มีมุมเปลญวนและที่นั่งสุดชิล เหมาะสำหรับการนั่งจิบเครื่องดื่มและอ่านหนังสือในพื้นที่ Outdoor แม้ตอนกลางวันมีร่มไม่ร้อนและมีลมเย็นสบายให้นั่งได้ชิลๆ ทั้งยังมีบาร์เครื่องดื่มที่สามารถเสิร์ฟเบียร์เพิ่มผ่อนคลายให้กับผู้มาเยือน

    ร้านยังมีการตกแต่งสวนสวยงามและสะอาด มีทั้งมุมใกล้การบริการหรืออยากไปนั่งปลีกวิเวกเป็นส่วนตัว เจ้าของร้านเป็นกันเองและให้บริการอย่างอบอุ่น เมนูอาหารที่ Vintique Cafe นั้นอร่อยและคุ้มค่า อาหารจานใหญ่สมราคาที่จ่าย ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรือหวาน งานเค้กที่นี่ก็อร่อยไม่หวานมาก ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับทุกเมนูได้อย่างเต็มที่

    Vintique Cafe and Lifestyle ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและดื่มด่ำกับธรรมชาติ แต่ยังเป็นสถานที่ที่สามารถสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจได้ทุกครั้งที่มาเยือน

    สัตว์เลี้ยงไม่สามารถเข้าได้

    4. Tarine: รสชาติคุณภาพกับร้านสไตล์ Modern Garden

    Tarine คือคาเฟ่และร้านอาหารที่ทันสมัยและมีสไตล์ด้วยการออกแบบแบบ Modern Garden ที่นี่โดดเด่นในเรื่องอาหารคุณภาพเยี่ยม เพราะเป็นธุรกิจในเครือของบริษัทขายส่งวัตถุดิบอาหาร ทำให้ทุกเมนูที่เสิร์ฟที่นี่สดใหม่และสะอาดเสมอ เมื่อผสมผสานกับการปรุงอาหารที่มีฝีมือ ทุกจานจึงกลายเป็นงานศิลป์ที่ประทับใจ

    พื้นที่ใน Tarine ถูกออกแบบมาให้ทุกการนั่งรับประทานอาหารเป็นประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ ไม่ว่าจะมาเพียงคนเดียวหรือมาเป็นกลุ่มใหญ่ ภายในร้านมีการจัดโซนที่นั่งหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่โต๊ะเดี่ยวสำหรับผู้ที่ต้องการเวลาส่วนตัว ไปจนถึงห้องส่วนตัวที่สามารถรองรับหมู่คณะได้อย่างสบาย

    การบริการที่รวดเร็วผ่านพนักงานที่นี่มีจำนวนมากและให้บริการอย่างดีเยี่ยม ทุกคนมีความใส่ใจและพร้อมที่จะช่วยเหลือในทุกๆ ความต้องการของลูกค้า

    หลังร้าน Tarine มีสวนที่ร่มรื่น เป็นมุมที่เหมาะสำหรับการผ่อนคลาย มีโต๊ะที่นั่งกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ในสวนนี้ยังมีมุมเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับครอบครัว

    ทั้งหมดนี้ทำให้ Tarine เป็นมากกว่าคาเฟ่และร้านอาหารทั่วไป เป็นสถานที่ที่ผสมผสานความโมเดิร์นกับความสะดวกสบายและการบริการที่ดีเยี่ยม เป็นที่ที่คุณสามารถมาใช้เวลาคุณภาพกับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงได้อย่างเต็มที่

    สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าได้ในพื้นที่ Outdoor

    อนาพนา จตุโชติ

    โครงการ “อนาพนา จตุโชติ” ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และเงียบสงบ ผสมผสานความงดงามของธรรมชาติกับการออกแบบที่ทันสมัยในคอนเซ็ปต์ Modern Tropical Life ที่ทำให้รู้สึกเหมือนถูกโอบกอดด้วยธรรมชาติตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่พื้นที่

    โครงการนี้พัฒนาโดยบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างบ้านจากการเข้าใจพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย เพื่อมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับและมีความสุขในทุก ๆ วัน และเป็น ‘บ้านที่หลับสบาย’ ของทุกคน

    ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบายและรายล้อมด้วยคาเฟ่บรรยากาศธรรมชาติ “อนาพนา จตุโชติ” มอบทั้งความสบายและความเป็นส่วนตัว ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและการใช้ชีวิตในแบบที่คุณต้องการ

    FACILITIES & ENVIRONMENT

    การออกแบบที่ลงตัวของ “อนาพนา จตุโชติ” ไม่ได้เน้นเพียงแค่ความงามของสถาปัตยกรรม แต่ยังใส่ใจในรายละเอียดเพื่อให้ผู้พักอาศัยได้สัมผัสกับธรรมชาติและความสงบสุขในทุกวัน ด้วยพื้นที่สีเขียวที่กระจายอยู่ทั่วโครงการ โครงการนี้จึงเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและสถานที่พักผ่อนที่ลงตัวสำหรับทุกคนในครอบครัว

    พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ “อนาพนา จตุโชติ” ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว ล้อมรอบด้วยต้นไม้เขียวขจี การดีไซน์ภายในของที่นี่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘Element of Earth’ โดยดึงเอาลักษณะคู่สีและความงามจากธรรมชาติมาเป็นองค์ประกอบในการตกแต่งจากภายนอกสู่ภายใน เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ พื้นที่ถูกจัดสรรให้มีการไหลเวียนของแสงและลมธรรมชาติ ทำให้มีความโปร่งโล่งและสดชื่น เสริมสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว ทั้งหมดนี้เพื่อให้ทุกวันของคุณเป็นวันพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

    ในส่วนของ Clubhouse ที่นี่โดดเด่นด้วยเส้นโค้งที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ช่วยสร้างความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ
    นอกจากนี้ยังใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์จาก Solar Cell ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตในบ้านที่ใส่ใจทั้งความสุขของผู้อยู่อาศัยไปพร้อมๆ กับความยั่งยืนของธรรมชาติด้วยเช่นกัน

    HOME DESIGN

    บ้านในโครงการ “อนาพนา จตุโชติ” ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นความโปร่งสบายและการรับแสงธรรมชาติ ห้องนั่งเล่นจะเป็น Double Volume สูง 6 เมตร ทุกแบบบ้าน พร้อมช่องแสงทำให้บ้านสว่างและรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ การออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียด เช่น การเพิ่มระแนงลายฉลุในห้องนอน เพื่อความเป็นส่วนตัวและความสวยงาม

    ภายในบ้านใช้สีที่ปลอดภัย มีนวัตกรรมและได้รับการรับรองจาก Greenguard Gold สามารถเข้าอยู่ได้ทันทีหลังทาสี ซึ่งช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมั่นใจในความปลอดภัยและสุขภาพที่ดี ทั้งยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยฟอกอากาศและยับยั้งเชื้อโรค ทำให้บ้านเป็นพื้นที่ที่สะอาดและปลอดภัย

    เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ โครงการยังได้ออกแบบช่องรับพัสดุอย่างเป็นสัดส่วน ทำให้การรับพัสดุสะดวกและปลอดภัย แม้เจ้าของบ้านจะไม่อยู่บ้านในขณะนั้น ทุกองค์ประกอบถูกคิดมาอย่างดีเพื่อให้คุณและครอบครัวสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายและมีความสุขในทุกๆ วัน

    อย่าพลาดโอกาสเยี่ยมชมในรอบ Pre-sale 15 – 16 มิ.ย. 67 นี้
    สัมผัสการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในบรรยากาศธรรมชาติที่คุณจะหลงรักได้ที่ “อนาพนา จตุโชติ” by สัมมากร

    5. Café de Thyme: พักผ่อนอย่างมีสไตล์ในคาเฟ่บรรยากาศยุโรป

    Café de Thyme เป็นคาเฟ่ขนาดเล็กที่น่ารักและมีเสน่ห์เฉพาะตัว เมื่อก้าวเข้ามาในร้านคุณจะรู้สึกเหมือนได้หลบหนีจากความวุ่นวายของเมืองหลวงไปพักผ่อนในมุมสงบของยุโรป บรรยากาศภายในร้านได้รับการออกแบบให้ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเอง ด้วยการจัดแสงที่นุ่มนวลและการตกแต่งที่ Cozy ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและใช้เวลาเป็นส่วนตัว

    ที่ Café de Thyme ความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดคือสิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นเค้ก ขนม เบเกอรี่ หรือเครื่องดื่ม ทุกเมนูได้รับการออกแบบและทำอย่างละเอียดลออ ครัวแบบกระจกใสที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ชมการทำงานของเชฟและบาริสต้า เป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันถึงความสะอาดและความใส่ใจในทุกขั้นตอนการทำอาหาร

    บรรยากาศที่ดิมแสงภายในร้านไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังสร้างมุมถ่ายรูปที่สวยงาม แสงไฟที่อ่อนโยนทำให้ทุกภาพถ่ายออกมาดูดี เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่รักการถ่ายรูปและแชร์ช่วงเวลาพิเศษบนโซเชียลมีเดีย

    Café de Thyme ไม่ใช่เพียงคาเฟ่ที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มอร่อย ๆ แต่ยังเป็นสถานที่ที่คุณสามารถใช้เวลาในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่างและเพิ่มความทรงจำดีๆ ให้กับชีวิตประจำวันของคุณ

    สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าได้ในพื้นที่ Indoor ได้ในวันที่ลูกค้าน้อย วันที่คนแน่นต้องใช้โต๊ะ Outdoor

    6. Rinji Bean & Brew Cafe: ยกญี่ปุ่นมาไว้ที่จตุโชติ

    เมื่อก้าวเข้ามาใน Rinji Bean & Brew Cafe คุณจะรู้สึกเหมือนเดินทะลุประตูโดราเอมอนไปอยู่ในประเทศญี่ปุ่นจริงๆ ทุกมุมตั้งแต่นอกร้านเต็มไปด้วยบรรยากาศญี่ปุ่น ตั้งแต่ถนน ป้ายจราจร จุดรอรถ พื้นที่แบ่งเป็น 2 โซน คาเฟ่ด้านหน้าและร้านอาหารด้านหลัง ที่ให้ความรู้สึกคล้ายปราสาทโบราณหลังใหญ่ที่ทำออกมาได้อย่างน่าทึ่ง

    Rinji Bean & Brew Cafe มีจุดถ่ายรูปสวยมากมาย ทั้งสวนญี่ปุ่นด้านใน หรือมุมร้านที่ออกแบบด้วยสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ทุกๆ มุมของร้านเหมาะสำหรับการถ่ายรูปและแชร์บนโซเชียลมีเดีย
    นอกจากการตกแต่งที่โดดเด่นแล้ว เมนูเครื่องดื่มและอาหารของ Rinji Bean & Brew Cafe ก็ไม่แพ้กัน กาแฟที่นี่มีรสชาติหอมกรุ่นและเข้มข้นเป็นพิเศษ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบชา ทางร้านมีชายูซุและชาเขียวพรีเมี่ยมที่เข้มข้นตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ซึ่งสามารถเติมเต็มประสบการณ์การดื่มด่ำกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    Rinji Bean & Brew Cafe จึงเป็นสถานที่ที่คุณสามารถมาสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่ มาลองสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าประทับใจที่ Rinji Bean & Brew Cafe แล้วคุณจะพบว่าที่นี่คือมุมหนึ่งของญี่ปุ่นที่ซ่อนอยู่ในจตุโชติ
    สัตว์เลี้ยงไม่สามารถเข้า Indoor และสวนได้

    7. Curious Cafe: คาเฟ่ที่สงบพอจะนั่งทำงานในบรรยากาศชิลๆ

    ด้วยสไตล์ Co-Working Space Cafe ที่มอบบรรยากาศสงบและมีสมาธิ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปลีกตัวมานั่งทำงานในคาเฟ่ การออกแบบร้านในสไตล์ modern-minimal ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่มีสไตล์ ทั้งยังมีฟังก์ชันครบครันสำหรับการทำงานเป็นเวลานานๆ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะและเก้าอี้ที่สะดวกสบาย การจัดแสงที่เหมาะสม และห้องน้ำที่สะอาด ทำให้ผู้มาใช้บริการสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่

    เครื่องดื่มที่ Curious Cafe เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่ควรพลาด ทุกแก้วถูกทำอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มพิเศษอื่นๆ นอกจากนี้ เมนูอาหารของที่นี่ยังอร่อยและน่าสนใจ โดยเฉพาะเมนูสปาเก็ตตี้ที่มีให้เลือกหลากหลาย สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าทุกคนที่ได้ลิ้มลอง

    ที่นี่ตั้งอยู่ข้างกับร้าน Car Detailing คุณภาพสูง ทำให้เป็นสถานที่สะดวกสบายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการนำรถมาล้างหรือเคลือบ คุณสามารถใช้เวลารอในคาเฟ่ที่สงบเงียบนี้ นั่งทำงานหรือผ่อนคลายกับเครื่องดื่มและอาหารอร่อยๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา
    Curious Cafe ไม่ได้เป็นเพียงคาเฟ่ธรรมดา แต่เป็นสถานที่ที่รวมความเงียบสงบ การตกแต่งที่ทันสมัย และบริการที่ครบครันเอาไว้ ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับทั้งการทำงานและการพักผ่อน
    สัตว์เลี้ยงสามารถเข้า Indoor ได้ แต่ต้องอยู่ดูแลให้ไม่เดินรบกวนลูกค้าท่านอื่น

    8. 77 Cottage: คาเฟ่น่ารักที่ออกแบบต้อนรับสัตว์เลี้ยง

    77 Cottage คือคาเฟ่ที่เป็นจุดเซฟสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ที่นี่จะพบกับบรรยากาศสบายๆ ที่เป็นกันเอง สไตล์การตกแต่งของร้านเรียบง่ายแต่น่านั่ง น้องหมาแมวสามารถอยู่ในห้องแอร์ด้วยกันได้ทุกโต๊ะ ถึงแบบนั้นทางร้านได้จัดพื้นที่แบ่งสัดส่วนการใช้งานออกเป็นโซนๆ หลายมุม และยังมีโต๊ะนั่งแบบยกระดับที่เหมาะกับการนั่งพักผ่อนพร้อมกับน้องหมาแมวคู่ใจ

    หลังร้านมี Mini Garden แบบปิด เป็นพื้นที่สำหรับปล่อยให้น้องๆ ออกไปเดินเล่นหรือทำธุระได้อย่างปลอดภัยให้สำรวจพื้นที่และผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ 77 Cottage ยังมีห้องสำหรับจัด Private Party เหมาะสำหรับการจัดงานเลี้ยงหรือสังสรรค์ในบรรยากาศส่วนตัว

    ขนมและเครื่องดื่มของ 77 Cottage ก็ไม่แพ้ใคร ทุกเมนูได้รับการทำอย่างพิถีพิถันและมีรสชาติอร่อย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟหอมกรุ่น ขนมเค้กหวานนุ่ม หรือเบเกอรี่สดใหม่ ทุกอย่างถูกจัดเตรียมมาอย่างดีเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุด สำหรับ Pet Family ร้านนี้จะเป็นอีกที่ใกล้บ้านที่สามารถมาใช้เวลาพักผ่อนร่วมกันได้อย่างเต็มที่
    สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าได้ทั้ง Indoor และ Outdoor


    จากทำเลที่น่าอยู่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สัมผัสการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในบรรยากาศธรรมชาติที่คุณจะหลงรักได้ที่ “อนาพนา จตุโชติ” by สัมมากร 

  • 4 แบบทาวน์โฮมและบ้านแฝด “PLENO TOWN ราชพฤกษ์ 345” เริ่มแค่ 1.99 ล้าน แบบไหนเหมาะกับคุณไปชมกัน

    4 แบบทาวน์โฮมและบ้านแฝด “PLENO TOWN ราชพฤกษ์ 345” เริ่มแค่ 1.99 ล้าน แบบไหนเหมาะกับคุณไปชมกัน

    Pleno Town เป็นแบรนด์น้องใหม่จากเอพี ที่คุ้มสุดๆ ตอนนี้เปิดโครงการใหม่ “PLENO TOWN ราชพฤกษ์-345” ทาวน์โฮมและบ้านแฝดย่านราชพฤกษ์ บนถนนใหญ่เส้น 345 โฟกัสความคุ้มค่าด้วยบ้านเยี่ยม ส่วนกลางแน่น ทำเลดี 

    Maingate โครงการ PLENO TOWN ราชพฤกษ์-345

    ซึ่งในโครงการนี้มีบ้านให้เลือกถึง 4 แบบทั้งทาวน์โฮมและบ้านแฝด ราคาดีน่าตกใจ โดยเริ่มเพียง 1.99 – 4.29 ล้านก็ได้สังคมบ้านเอพี ในพื้นที่ส่วนกลางแน่นๆ 

    ไปดูกันเลยว่าบ้านทั้ง 4 แบบมีจุดเด่นอะไร

    สรุป Pleno Town ราชพฤกษ์ 345

    • เป็นโครงการที่มีบ้านถึง 4 แบบรวม 2 ทาวน์โฮมและ 2 บ้านแฝดดีไซน์ใหม่
    • จำนวนหลังรวม 382 ยูนิต
    • มี 24h Fitness พร้อมคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำ และได้ส่วนกลางพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ และมีหลายมุมหลากหลายฟังก์ชัน โครงการร่มรื่น ระบบรักษาความปลอดภัยทันสมัย พร้อมระบบบริหารนิติด้วยเทคโนโลยีใหม่ผ่านแอป
    • ทำเลดี เชื่อมต่อจากเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ แถมรอบโครงการยังอยู่ง่าย หาของกินง่าย
    • ราคาเริ่มต้นเพียง 1.99 – 4.29 ล้านบาท
    • ตอนนี้มีโปรโมชั่นลดเพิ่มถึง 400,000 บาทและของแถมอีกหลายรายการ คลิกดูเพิ่มได้ที่ลิงก์ลงทะเบียนเข้าชม

    บ้านแบบที่ 1 LYN   

    คอนเซ็ปต์บ้านหลังแรกบนพื้นที่ที่มากขึ้น ทาวน์โฮมที่ออกแบบลงตัว เข้าใจการใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่

    สรุปจุดเด่น 

    • เริ่มต้นเพียง 1.99 ล้าน ก็ได้อยู่ในโครงการดีของเอพี 
    • หน้ากว้าง 5 เมตร จอดรถได้ 2 คัน
    • ห้องนอน Master ขนาดใหญ่ ชั้นบนแบ่งเป็นแค่ 2 ห้อง แปลนดีอยู่อาศัยได้จริงของทาวน์โฮมไซส์เริ่มต้น 
    • ห้องนอนมีหน้าต่างเพิ่มองศารับลม ได้อากาศหมุนเข้าบ้านเพิ่ม 
    • บันไดมีช่องเปิดรับแสงสว่างธรรมชาติ
    • ลงเสาเข็มหลังบ้านแล้ว พร้อมต่อเติม

    แบบบ้านนี้ไม่มีบ้านตัวอย่างให้เก็บภาพ แต่มีภาพอธิบายเพิ่มในวิดีโอ

    บ้านแบบที่ 2 LINA   

    ทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่ รายละเอียดเยอะ สเปซดี เพิ่มมิติ โปร่ง รับแสงธรรมชาติ เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ตามใจเป็นตัวเอง

    วันที่เข้าชมโครงการ PLENO TOWN ราชพฤกษ์ 345 มีบ้านตัวอย่างตกแต่งเสร็จแล้ว 2 แบบ คือ แบบที่ 2 LINA (หลังนี้) กับแบบที่ 3 JAYDEN

    สรุปจุดเด่น 

    • ทาวน์โฮมอัพเกรด Living Area ขนาดใหญ่ แปลนดี เป็นสัดส่วน
    • สเปซครัวเป็นตัว L ใช้งานได้ดี กั้นได้ ไม่ค่อยพบในทาวน์โฮมราคานี้
    • ห้องนอนใหญ่ มีแบ่งมุม Walkin Closet 
    • ชั้นบนมี 3 ห้องนอน เปลี่ยนเป็นห้องอเนกประสงค์ก็ได้ 
    • ลงเสาเข็มหลังบ้านแล้ว พร้อมต่อเติม

    ชั้น 1 แบบบ้าน LINA

    บ้านนี้เปิดเข้ามาแล้วออกแบบได้ดีมาก คือ บีบพื้นที่บันไดลงที่ใช้แค่ขึ้นลงบ้าน (แต่ยังคงความปลอดภัยในการขึ้นลงไว้) เพื่อเอาพื้นที่มาใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว ทั้งที่เป็นทาวน์โฮมแต่แบ่งสัดส่วน มีการแบ่งโซนเป็นอย่างดี ทำให้รู้สึกมีสเปซให้ใช้หลากหลายมากๆ

    Living Area กว้าง

    ห้องที่เป็นห้องครัว ตอนนี้ถูกเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน ซึ่งถ้าใครจะใช้ทำครัวก็ยังเวิร์ค เพราะมีช่องระบายอากาศ พร้อมมุมที่จะกั้นกระจกก็ยังได้ แต่พอดูบ้านตัวอย่างนี้แล้ว อยากได้แบบนี้เลยมากกว่า สวยจริงๆ

    หลังบ้านลงเสาเข็มไว้ให้พร้อมต่อเติม หลังนี้เลยต่อเติมโชว์เอาสวยมากๆ ราวกับทาวน์โฮมในฝัน ใช้พื้นที่หลังบ้านขยายส่วนใช้ชีวิตได้ดีมาก แถมยังเก็บช่องแสงธรรมชาติไว้เพื่อให้รู้สึกโปร่ง

    ห้องน้ำชั้นล่างก็ได้พื้นที่เยอะ ต้องชมคนออกแบบแปลน

    ชั้น 2 แบบบ้าน LINA

    ทั้งที่แบบบ้านนี้ชั้นบนมี 3 ห้องนอนแล้ว ก็ยังทำให้ห้องนอน Master Bedroom มีขนาดใหญ่และมีพื้นที่ Walk-in Closet ด้วย อยู่ได้ยาวๆ เลยแบบบ้านนี้

    ห้องนอนที่ 2 แต่งเป็นห้องนอนเด็กผู้หญิง

    ห้องนอนที่ 3 แต่งเป็นห้องอเนกประสงค์

    ห้องน้ำชั้นบน แบบบ้าน LINA มี 1 ห้อง

    บ้านแบบที่ 3 JAYDEN  

    เริ่มต้นบ้านแฝดพื้นที่ใหญ่ กับสวนส่วนตัว ครั้งแรกกับประสบการณ์อยู่อาศัยครบครัน พื้นที่ใช้สอยใหญ่ พร้อมให้จัดสวนรอบบ้าน

    หน้าบ้าน JAYDEN ในโครงการ PLENO TOWN ราชพฤกษ์ 345

    สรุปจุดเด่น 

    • บ้านหรูใหญ่สุดในโครงการ PLENO TOWN ราชพฤกษ์ 345 หน้ากว้าง 11.4 เมตร 
    • ที่ดินใหญ่ 40 ตร.วา พร้อมจัดสวนสวย 
    • Living Area ขนาดใหญ่ พร้อมกั้นครัวปิด แบ่งบ้านเป็นสัดส่วน 
    • ขยายเต็มที่ได้ถึง 4 ห้องนอน 
    • ห้องนอนชั้นล่างเหมาะให้ผู้สูงอายุ หรือทำเป็นห้องอเนกประสงค์ 
    • Master Bedroom ใหญ่ ยาวตั้งแต่หน้าบ้านถึงหลังบ้าน มีห้องน้ำส่วนตัว 
    • Outdoor Balcony ที่ชั้น 2  

    ชั้น 1 แบบบ้าน JAYDEN

    ความรู้สึกแรกที่ก้าวเข้ามาใน JAYDEN คือโปร่ง กว้าง น่าอยู่เกินราคามากๆ นี่เป็นแบบบ้านที่ออกแบบได้ดีทั้งสำหรับคนมีดีไซน์ และยังไม่มีในหัว เพราะแปลนเปล่าๆ ก็มีการแบ่งสัดส่วนของพื้นที่ที่คนไทยใช้ชีวิตบ่อยได้กว้างลงตัวมากๆ

    การปล่อยเป็น open space รวม 3 ส่วนเข้าด้วยกัน ทำให้ได้ความรู้สึกใหญ่ไม่ว่าจะทำกิจกรรมที่ส่วนไหนของบ้าน ทั้งสวย ใช้ชีวิตง่าย ลงตัวมาก

    ต้องยอมรับว่าการตกแต่งครัวของบ้านตัวอย่างหลังนี้ ทำเอาเคลิ้มสุดๆ ครัวโมเดิร์นที่ครบฟังก์ชัน แถมเหมาะกับคนทุกเจน จะกั้นกระจกก็ได้ จะเปิดแบบนี้ก็ดี สมัยนี้สั่งอาหารมากินเองบ่อยกว่า ปล่อยไว้แบบนี้เลยฟินสุดๆ

    ห้องน้ำที่ชั้นล่างมีขนาดใหญ่ ตำแหน่งที่วางก็ดีมากๆ

    ชั้น 2 แบบบ้าน JAYDEN

    ชั้นบน มี 2 ห้องนอน + อีกหนึ่งห้องอเนกประสงค์ คือมุมนี้ ใช้ทำอะไรได้หลากหลาย ตามแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละบ้านที่ต่างกัน พอจินตนาการชีวิตเมื่ออยู่ในบ้านหลังนี้แล้วเห็นภาพมากๆ บางวันเราอาจจะไม่ได้อยากลงไปชั้นล่าง หรือติดแขกแวะมา ก็ยังนั่งใช้ชีวิตที่ตรงนี้ได้สบาย

    มีช่องเปิดเล็กๆ เป็นส่วนตัว แต่ให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้ ใช้แอบดูหน้าบ้านได้

    Master Bedroom ห้องนอนใหญ่ที่บ้านหลังนี้ได้ระเบียงมาด้วย ให้ออกไปสูดอากาศได้ และก็มีหน้าต่างบริเวณหัวนอน เป็นห้องนอนที่ช่องเปิดเยอะใช้ระบายอากาศหมุนเวียนได้ดีเลย

    ห้องนอนเล็กของบ้านหลังนี้ ได้ห้องขนาดใหญ่ มีหน้าต่างเยอะเช่นกัน ขนาดพอๆ กันกับห้องนอน Master

    ห้องน้ำชั้นบน แบ่งโซนเปียกแห้ง และมีการกั้นกระจก พร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่

    หน้าบ้าน JAYDEN จอดรถได้ 2 คัน + มอเตอร์ไซค์อีก 1 ยังได้เลย และยังมีที่ข้างบ้านให้ปลูกต้นไม้สวยๆ เขียวๆ จะเลี้ยงสุนัขอะไรแบบนี้ก็เหมาะเลย

    บ้านแบบที่ 4 SHAWN   

    สเปซให้ทั้งครอบครัวใช้ชีวิตสบาย เต็มทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกชีวิต ออกแบบได้ตามใจต้องการ 

    สรุปจุดเด่น 

    • บ้านแฝด หน้าบ้านกว้าง 9 เมตร 
    • Living เป็น Open Space ขนาดใหญ่กว้าง
    • พื้นที่ข้างบ้านขนาดใหญ่ ที่ดินเริ่มต้นถึง 35.1 ตร.วา พร้อมจัดสวนสวยรอบตัวบ้าน  
    • ครัวเต็มทรงตัว U เป็นสัดส่วน 
    • ชั้นบนมี 2 ห้องนอน และ 1 ห้องอเนกประสงค์ เปลี่ยนได้ตามใจ 
    • ระเบียงออกมาสูดอากาศหน้าห้องนอนได้ 
    • ลงเสาเข็มหลังบ้าน
    • ที่จอดรถแบบ 2 คัน + 1 มอเตอร์ไซค์ได้ 

    แบบบ้านนี้ไม่มีบ้านตัวอย่างให้เก็บภาพ แต่มีภาพอธิบายเพิ่มในวิดีโอ

    Clubhouse ในโครงการ PLENO TOWN ราชพฤกษ์ 345

    Facilities ใน PLENO TOWN ราชพฤกษ์-345 

    Facilities มีอะไรบ้าง? 

    • 24h ฟิตเนส ทำไมต้องเล่นเวลาเดียวกัน สะดวกตอนดึก ก็มาตอนดึก! หรือเวลาไหน เราก็เป็นคนออกแบบเองได้ ตามคอนเซ็ปต์ “ชีวิตดีๆ ที่เลือกได้” ของ AP
    • คลับเฮาส์สวยพร้อมสระว่ายน้ำ 

    สนามกีฬาอเนกประสงค์ พร้อมพื้นที่เดินวิ่งออกกำลัง ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ มีหลายมุมให้นั่งเป็นส่วนตัว มีทางเดินวิ่งได้ระยะไกลอยู่เหมือนกันนะ บรรยากาศจริงดีเลย

    พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ สดชื่นไปพร้อมการพักผ่อน

    พื้นที่เล่นของเด็กๆ เสริมสร้างพัฒนาการ มีการปูวัสดุรองรับแรงกระแทก เป็นพื้น outdoor รุ่นที่นุ่มที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย

    Security ไฮเทค ปลอดภัยต่อผู้อาศัย ใช้กล้องระบบ KATSAN เทคโนโลยีดีของ AP ที่ใช้กันในทุกโครงการแม้บ้านแพงหลายสิบล้าน

    Main Gate หน้าทางเข้าโครงการ PLENO TOWN ราชพฤกษ์ 345

    บริหารโครงการ PLENO TOWN ราชพฤกษ์ 345 ด้วยแอป Smart World: คุยกับนิติ รับพัสดุ จ่ายบิล เรียกแท็กซี่ เรียกรปภ สแตมป์ให้ผู้ติดต่อ ฯลฯ ครบในที่เดียวจบ

    ภาพรวม-สรุป PLENO TOWN ราชพฤกษ์-345


    จากที่ Pleno Town เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เกิดมาเพื่อมาขยี้ 3 เหตุผล: ถูก ดี คุ้ม 

    ถูก

    ชนกันตรงๆ เลย ราคาถูกจริง ทาวน์โฮมและบ้านแฝด ราคาสุดคุ้ม กู้ง่าย ราคาดี บนส่วนกลางคุณภาพขนาดนี้

    ดี 

    • ทำเลดีต่อการอยู่อาศัย 
    • คอนเน็ค 3 เส้นทาง กาญจนาฯ-ราชพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ
    • เชื่อมต่อศูนย์การค้าชั้นนำให้เลือกหลายทิศทางด้วยถนน 345 
      • ต่อ ถ.แจ้งวัฒนะ ไป เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ 
      • ต่อ วงแหวน ไป เซ็นทรัล เวสต์เกต
      • หรือแม้แต่ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์ ใกล้บ้าน  
    • แบบบ้านดี ฟังก์ชันโดน ส่วนกลาง 24 ชั่วโมง 
    • อุ่นใจกับความปลอดภัยครบครัน 
    • ปากซอยมีเซเว่น ของกินและบริการเพียบ
    • ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

    แผนที่ PLENO TOWN ราชพฤกษ์-345

    Google Maps: https://goo.gl/maps/RQThv3nPEjd5qn7v6

    คุ้ม 

    • โปรคุ้ม สวนกระแสดอกเบี้ยแพง 
    • เงินเดือน 15,000 บ.ก็มีบ้านได้ 

    อย่าเพิ่งเชื่อเรา มาดูเองแล้วจะชอบ

    มาชมด้วยตาของคุณและคนที่คุณรักเองที่ PLENO TOWN ราชพฤกษ์-345 ทำเลใกล้แจ้งวัฒนะ 10 นาที* สะดวกสบายทุกการเดินทาง

    ห้ามพลาดมาชม เพราะตอนนี้เปิดจองโซนคลับเฮาส์ ใกล้ชิดธรรมชาติ